ดัชนีเศรษฐกิจเดือนมีนาคม 2559

Saturday, April 30, 2016
By admin
FacebookTwitterGoogle+LinkedInGoogle BookmarksGoogle GmailYahoo MailShare

ดัชนีเศรษฐกิจเดือนมีนาคม

หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษา

ผลการเก็บภาษีคลัง

ภาษีมูลค่าเพิ่ม

จากผลการประกาศของการเก็บภาษีของกระทรวงการคลัง ปรากฏว่ากระทรวงการคลังสามารถเก็บภาษีรายได้สุทธิในไตรมาสแรกในปี 2559 สูงกว่าปี 2558 ถึง 6.19% ทั้งนี้เป็นผลจากรายได้การประมูลคลื่นโทรศัพท์มือถือส่วนหนึ่งกับรายได้จากภาษีสรรพสามิตและอื่นๆ อย่างไรก็ตามเนื่องจากส่วนหนึ่งเป็นรายได้เฉพาะกิจและอีกส่วนหนึ่งเป็นการเพิ่มภาษี จึงไม่ได้หมายความว่าเศรษฐกิจภายในประเทศจะเริ่มขยายตัวขึ้นแต่อย่างใด เพราะจะต้องวิเคราะห์ตรงจากรายได้ที่เก็บเป็นภาษีมูลค่าเพิ่มซึ่งเป็นรายได้ที่เก็บจากการบริโภคโดยตรงของประชาชน

ผลการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มก่อนคืนในเดือนมีนาคม 2559 ปรากฏว่าลดลงจากปีก่อน -2.43% และมีมูลค่าลดลงหลังหักคืนแล้วประมาณ -1.66% อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาเป็นรายไตรมาสปรากฏว่าไตรมาสแรกของปี 2559 เก็บภาษีมูลค่าเพิ่มก่อนหักคืนลดลง -0.96% และลดลงหลังหักคืนประมาณ -0.74% แสดงให้เห็นว่ากำลังซื้อของประชาชนส่วนใหญ่ยังผันผวน แม้รัฐบาลจะมีมาตรการในการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างมากมายแต่เนื่องจากการขาดรายได้และความไม่มั่นใจในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ทำให้คนที่มีเงินก็ชะลอการใช้จ่ายขณะเดียวกันมาตรการอัดฉีดเงินของรัฐบาลก็ส่งไม่ถึงประชาชนระดับรากหญ้าทำให้วงจรการหมุนเวียนของกระแสเงินไม่หมุนอย่างสม่ำเสมอ

ผลการค้าต่างประเทศ

ผลการค้าระหว่างประเทศในเดือนมีนาคม 2559 เป็นเงินบาทปรากฏว่าผลการส่งออกมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 10.73% แต่เมื่อคิดเป็นเงินตราต่างประเทศมีอัตราเพิ่มขึ้น 1.3% ผลการส่งออกในไตรมาสแรกเป็นเงินบาทมีมูลค่าเพิ่มขึ้นประมาณ 11.04% แต่เมื่อคิดเป็นเงินตราต่างประเทศปรากฏว่ามีมูลค่าเพิ่มขึ้นประมาณ 0.90% แสดงให้เห็นว่าศักยภาพหรือความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยไม่ได้กระเตื้องขึ้นแต่อย่างใดแม้ว่ารัฐบาลจะพยายามผลักดันอย่างมากแล้วก็ตาม จำเป็นทีรัฐบาลจะต้องหันกลับมาพิจารณาโครงสร้างอุตสาหกรรมของไทยอย่างจริงจัง เพื่อจะได้สามารถผลักดันการส่งออกได้เมื่อเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวขึ้น

แม้ว่าประเทศไทยจะมีปัญหาเกี่ยวการส่งออก แต่ก็ยังจัดว่าโชคดีเพราะเมื่อพิจารณาถึงดุลการค้าแล้วปรากฏว่าไทยยังได้เปรียบดุลการค้าในเดือนมีนาคม 2559 สูงถึงประมาณ 3 พันล้านเหรียญสหรัฐและเมื่อเทียบเป็นไตรมาสแล้มปรากฏว่าไตรมาสแรกเราได้เปรียบดุลการค้าสูงถึง 8 พันล้านเหรียญสหรัฐซึ่งจะช่วยยกฐานะเงินสำรองระหว่างประเทศ ทำให้ประเทศไทยมีฐานะการเงินระหว่างประเทศดีมากเมื่อเทียบกับอีกหลายๆประเทศในโลกนี้ อย่างน้อยที่สุดความน่าเชื่อถือด้านฐานะการเงินไทยในสายตาต่างประเทศย่อมสูงมาก

อัตราเงินเฟ้อ

จากอัตราเงินเฟ้อในเดือนมีนาคมแม้ว่าค่าดัชนีจะบอกถึงอัตราเงินเฟ้อที่ดีขึ้นเล็กน้อย แต่ก็เป็นรายงานค่าอัตราเงินเฟ้อติดลบติดต่อกันอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 15 เดือน เป็นเครื่องบ่งชี้ให้เห็นได้ชัดเจนว่าเศรษฐกิจไทยยังอยู่ในภาวะผันผวนหรือถดถอย ประชาชนขาดกำลังซื้ออย่างต่อเนื่อง เป็นที่น่าสังเกตอย่างยิ่งว่า เมื่อเทียบระดับเศรษฐกิจของประเทศไทยกับกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว ระดับเศรษฐกิจของไทยต่ำกว่ามาก แต่ผลปรากฏว่าอัตราเงินเฟ้อของไทยกลับเจอปัญหามากกว่าหลายๆประเทศในกลุ่มประเทศที่พัฒนา นักเศรษฐศาสตร์ภาครัฐจำเป็นที่จะต้องวิเคราะห์ให้ละเอียดก่อนที่จะดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใดๆ เพราะที่ผ่านมาได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ผ่านว่าไม่ส่งผลต่อระบบการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจที่ดีพอ กำลังซื้อภาคประชาชนจึงไม่เพิ่มขึ้นขึ้นแต่อย่างใด

การวิเคราะห์

จากผลการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม การค้าต่างประเทศ และอัตราเงินเฟ้อ แสดงให้เห็นว่ายังไม่มีความชัดเจนหรือยังไม่ได้ส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าเศรษฐกิจกำลังดีขึ้น เพราะดัชนี 3 ตัวที่ใช้ในช่วงนี้สางสัญญาณให้เห็นว่าเศรษฐกิจไทยอยู่ในช่วงฐาน มีความผันผวนซึ่งอาจทำให้รู้สึกดีขึ้นบ้างหรืออาจทำให้เกิดความไม่มั่นใจบ้าง ซึ่งผู้วิเคราะห์ได้วิเคราะห์ในมุมนี้มายาวนานก่อนรัฐบาลปัจจุบันพอสมควรแล้ว สำหรับช่วงรัฐบาลปัจจุบันเชื่อว่าเกิดจากประเด็นหลัก 3 ประการคือ

  1. มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐไม่สามารถลงสู่ระดับฐานรากได้ดีพอ ทำให้อัตราการหมุนเวียนเชิงเศรษฐกิจหยุดอยู่ระหว่างชนชั้นกลางสู่ระดับบน มาตรการทางการเงินกู้เพื่อช่วยธุรกิจขนาดกลางและย่อมไม่ส่งผลดีพอ เพราะส่วนใหญ่เป็นลักษณะรีไฟแนนซ์ ทำให้ไม่เกิดการลงทุนใหม่ในระดับ SMEs
  2. มาตรการช่วยเกษตรกรหรือระดับฐานรากไม่สามารถยกระดับราคาหรือกระตุ้นราคาพืชผลการเกษตรได้ ในขณะเดียวกันการปรับโครงสร้างการเกษตรไม่สามารถทำให้เกิดผลได้ในระยะเวลาอันสั้น
  3. โครงสร้างอุตสาหกรรมเป็นโครงสร้างที่ล้าสมัยแม้จะเคยมีบทบาทในการช่วยเสริมขีดความสามารถให้กับประเทศมากในช่วงระยะเวลาหนึ่งก็ตาม อีกทั้งอุตสาหกรรมที่มีบทบาทนอกเหนือจากกลุ่มที่ใช้แรงงานส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมที่เกิดจากการลงทุนของชาวต่างประเทศที่มาอาศัยแรงงานถูกของไทย และเมื่อเผชิญกับปัญหาค่าแรงก็ย้ายฐานผลิตไปสู่แหล่งที่ถูกกว่า
  4. รัฐบาลที่ผ่านมาหลายยุคหลายสมัยขาดความสนใจในการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมอย่างจริงจัง ขาดวิสัยทัศน์และความเข้าใจถึงการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีของโลก ทำให้ละเลยต่อการพัฒนาระบบการศึกษา ละเลยต่อการพัฒนาคนอย่างจริงจัง ไม่สนใจในการสร้างผู้ประกอบการใหม่คนไทยที่เป็นแนวโน้มหลักของเทคโนโลยียุคใหม่อย่างจริงจัง และเพื่อให้สามารถแข่งขันได้

ถ้าหากรัฐบาลยังชักช้าต่อการพัฒนาบุคลากรและการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมใหม่แล้ว อาจทำให้ประเทศไทยซึ่งครั้งหนึ่งเคยได้รับการกล่าวขานว่าเป็นหนึ่งในเสือแห่งเอเซียกลายเป็นประเทศที่ไม่มีนักธุรกิจสนใจที่จะมาลงทุนและในที่สุดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ออกมาแต่ละครั้งก็จะเป็นลักษณะกระตุ้นการบริโภคมากกว่าจะกระตุ้นการลงทุนซึ่งเป็นแนวทางการสร้างดุลระหว่างภาคการผลิตด้านการเกษตร ด้านอุตสาหกรรมและด้านบริการ

ข้อเสนอแนะ

การพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันได้จำเป็นต้องสอดรับเป็นทางคู่ขนานกันระหว่าง

  1. การกระตุ้นให้เกิดการบริโภคซึ่งเป็นมาตรการระยะสั้นและการกระตุ้นให้เกิดการปรับโครงสร้างการผลิต โดยการสนับสนุนให้เกิดการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆมาใช้ในการผลิตแบบเก่าและหรือกระตุ้นให้เกิดการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ๆที่เป็นแนวโน้มของเทคโนโลยียุคใหม่
  2. ต้องมีการศึกษาเชิงรายละเอียดถึงปัจจัยที่จะสนับสนุนภาวะแวดล้อมที่จะช่วยให้เกิดวงจรธุรกิจได้ง่าย ทั้งนี้เพื่อผลประโยชน์ทั้งของผู้ลงทุนทั้งไทยและเทศน์ เช่นการสนับสนุนกลุ่มการผลิตที่จะทำได้เร็วและทำให้เกิดความได้เปรียบเชิงการแข่งขันสูง กลุ่มอุตสาหกรรมที่เป็นแกนหลักในการช่วยพัฒนาให้เกิดอุตสาหกรรมหลากหลาย หรือกลุ่มการผลิตและบริการที่เป็นการพึ่งพาซึ่งกันและกันในลักษณะเป็นเครือข่าย
  3. เร่งโครงการโครงสร้างพื้นฐานต่างๆให้เป็นรูปธรรม เป็นการลงทุนภาครัฐเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนทั้งหลาย อีกทั้งยังเป็นการช่วยกระจายชุมชนเมือง กระจายการลงทุน และความเจริญของภูมิภาค อย่างไรก็ตามรัฐบาลต้องเร่งส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการเกิดของชุมชนใม่ด้วย
  4. การเร่งพัฒนาบุคลากรให้มีศักยภาพในการสื่อสาร การคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆหรือนวัตกรรมใหม่ๆ เช่น การเรียนการสอนด้านภาษาเพราะในยุคโลกาภิวัตร ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นพลวัตร จำเป็นต้องสามารถสื่อสารกันให้ได้ มิฉะนั้นก็อาจเป็นการยากที่จะให้ผู้คนติดต่อสื่อสารกับเราได้อย่างรวดเร็ว การเรียนการสอนคณิตศาสตร์เพื่อฝึกให้คิดเป็น Logic เป็นเหตุเป็นผล จะช่วยพัฒนาการคิดเชิงสร้างสรรค์และนวัตกรรม และอีกมุมหนึ่งคือต้องให้ประชาชนพลเมืองไทยมีสุขภาพแข็งแรงมีจิตใจเป็นสมาธิ

สรุป

เศรษฐกิจไทยอยู่ในสภาวะชะลอตัวและถดถอยมาเป็นระยะเวลายาวนานทั้งนี้เป็นผลทั้งจากการเมือง ความคล่องตัวและความสามารถในการบริหารจัดการ ตลอดจนการมั่นใจในการพัฒนาเศรษฐกิจของภาครัฐทั้งจากชาวไทยและต่างประเทศ แม้รัฐบาลจะมีมาตรการทั้งด้านการเงิน การคลังออกไปมากมายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ดูเหมือนว่าจะยังไม่ได้ส่งสัญญาณให้เห็นชัดเจนว่าเศรษฐกิจกำลังดีขึ้น สิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการคือการสร้างความมั่นใจให้เกิดขึ้นและการพัฒนาบุคลากรเพื่อเป็นฐานการพัฒนาเศรษฐกิจที่มั่นคงและยั่งยืน

Tags: ,

Leave a Reply

พระแก้วมรกตจำลองเครื่องทรงฤดูร้อนจากนิลดำ

พระบรมมหาราชวัง เป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สำคัญ

พระที่นั่งไอย์ศูรย์ทิพยอาสน์ พระราชวังบางปะอิน

หุ่นกระบอกงานหัตถกรรมช่างฝีมือไทย

รถยนต์ประหยัดพลังงานไฮบริดระหว่างไฟฟ้า 100% และน้ำมัน

ไหมไทยกับแฟชั่น เอกลักษณ์เด่นของไทย

เรือไม้ประดิษฐ์

Metal Crafting

Gallery

pr-600-400-king-8 dsc01367 photo-vr-resize-1000-handicraft-2 pr-600-400-king-13

เรียนภาษาอังกฤษ

English Speaking Youtube

มูลนิธิสัมมาชีพ

ตลาดหุ้นไทย

ตลาดหุ้นโลก

อัตราแลกเปลี่ยน ธปท

อัตราแลกเปลี่ยน

The Japan Times

Asahi Shimbun English

Chinadaily

Xinhua News

Koreatimes

Korea Herald

Aljazeera

หนังสือพิมพ์ข่าว

ข่าวหุ้นออนไลน์

ข่าวหุ้น

World Economic Forum

world bank

UA-28221961-1