ดัชนีเศรษฐกิจเดือนตุลาคม 2558

Saturday, December 5, 2015
By admin
FacebookTwitterGoogle+LinkedInGoogle BookmarksGoogle GmailYahoo MailShare

ดัชนีเศรษฐกิจเดือนตุลาคม 2558

สถานการณ์ทางเศรษฐกิจยุคปฏิรูปของพลเอกประยุทธ จันทร์โอชา ซึ่งทำการยึดอำนาจมาจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 และได้จัดตั้งรัฐบาลตั้งแต่เดือนตุลาคม 2557 โดยมี มรว.ปรีดียาธร เทวกุล เป็นรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ได้ใช้ความพยายามในการแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจ แต่ดูเหมือนเศรษฐกิจไม่ดีขึ้นจนกระทั่งต้องปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรีใหม่โดยมี ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นรองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจกำกับดูแลกระทรวงเศรษฐกิจถึง 7 กระทรวง จัดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทยทีเดียว รัฐมนตรีที่กำกับดูแลแต่ละกระทรวงก็ล้วนแต่ท่านรองนายกฯคัดเลือกเอง เวลาได้ผ่านมาเกือบ 4 เดือน ได้ใช้ทั้งนโยบายการเงินการคลังหลากหลายพอสมควร สถานการณ์ต่างๆดูจะยังทรงๆอยู่ คงต้องรอดูว่าอีกประมาณ 2 เดือนสถานการณ์ต่างๆจะดีขึ้นหรือไม่ ประกอบกับด้านการเมืองระหว่างประเทศทำให้วิตกว่าอาจทำให้มาตรการแก้ปัญหาต่างๆของท่านรองนายกฯจะส่งผลช้ากว่าปกติ

ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นความหวังของรัฐบาลประยุทธในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่รุงรังมาเป็นสิบปีตั้งแต่ยุค รสช. 2549 และยุควิกฤตการเมืองไทยที่มาจากรัฐบาลเลือกตั้ง (ปชป.และเพื่อไทย) จนกระทั่งยุคปฏิรูปของรัฐบาลประยุทธ จันทร์โอชา นับจากการปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรีล่าสุด ประมาณ 4 เดือนที่รองสมคิดรับหน้าที่ แม้จะมีมาตรการต่างๆมากมาย แต่ดูเหมือนว่าเศรษฐกิจไทยยังคงทรงๆ คอยติดตามดูนะครับต้นปี 2559 ดัชนีเศรษฐกิจที่ค่อนข้างโยงกับชีวิตประจำวันหลายๆอย่างจะดูดีขึ้นหรือไม่

ดัชนีเศรษฐกิจที่โยงกับชีวิตประจำวัน

ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ผลการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มรวมในรอบ 10 เดือนก่อนหักคืนมีมูลค่าต่ำกว่าในระยะเดียวกันของปีก่อน -0.93% หมายถึงอัตราการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มลดต่ำลงประมาณ 4,500 ล้านบท เมื่อประเมินเป็นยอดกระแสเงินสดในการบริโภคได้ประมาณ 64,000 ล้านบาทและคาดว่าวงเงินการบริโภคที่ลดต่ำลงจะอยู่ในวงเงินประมาณนี้ในรอบ 12 เดือน

อัตราเงินเฟ้อ

เมื่อพิจารณาอัตราเงินเฟ้อประจำเดือนตุลาคมแล้วจะเห็นว่า อัตราเงินเฟ้อติดลบติดต่อกันเป็นเวลา 11 เดือนซึ่งอยู่ในระดับคงที่ไม่กระเตื้องขึ้นแต่อย่างใด แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจอยู่ในสภาวะชะลอตัวค่อนข้างยืดเยื้อหรือรุนแรง

การว่างงาน

จากรายงานการสำรวจการว่างงานของสำนักงานสถิติแห่งชาติที่มีอัตราเพิ่มขึ้นในเดือนตุลาคม 39,000 คน แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจยังอยู่ในสภาวะซบเซา ยิ่งจะส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคต่อไป

การค้าต่างประเทศ

จากรายงานการค้าต่างประเทศของไทยโดยรวมแล้วจะเห็นว่าในระยะสั้นอาจมองได้ว่าเป็นภาพที่เกิดประโยชน์เพราะเมื่อพิจารณาในแง่การส่งออกในรอบ 10 เดือนเป็นมูลค่าเงินบาทแล้ว แม้จะมีการส่งออกที่ลดลงประมาณ -1.7% แต่ดุลการค้ากลับได้เปรียบเป็นมูลค่าสูงถึง 269,083 ล้านบาท ทำให้เกิดกระแสเงินสดหมุนเวียนในกลุ่มธุรกิจส่งออกและสามารถช่วยบรรเทาเศรษฐกิจในยุคถดถอยได้ในระดับหนึ่ง ในขณะเดียวกันถ้าพิจารณาเป็นการค้าส่งออกเป็นมูลค่าเงินเหรียญสหรัฐแล้ว การส่งออกมีมูลค่าลดลงมากถึง -5.4% แต่ก็มีการเกินดุลการค้ามากประมาณ 9,800 ล้านเหรียญ ทำให้ช่วยเสริมความเข้มแข็งด้านเงินสำรองให้กับประเทศ ถ้าคาดการณ์ในรอบ 12 เดือนยอดได้เปรียบดุลการค้าน่าจะอยู่ที่ประมาณ 350,000 ล้านบาทหรือประมาณ 12,000 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ถ้าพิจารณาจากการส่งออกแล้วจะเห็นว่ายอดส่งออกในปี 58 เมื่อเทียบกับปี 57 แล้วคาดว่าน่าจะมีมูลค่าใกล้เคียงกัน

สำรวจราคาข้าวเปลือกในบางพื้นที่

จากการติดตามราคาข้าวเปลือกในบางจังหวัดภาคอิสานพบว่า ราคาข้าวหอมมะลิอยู่ในช่วงประมาณ 9,500 บาทต่อตันข้าวเปลือก หรือประมาณ 5,000-6,000 บาทต่อไร่ แสดงให้เห็นว่าผลการทำนานั้นเกษตรกรประสบปัญหาขาดทุนประมาณ 1,000-2,000 บาทต่อไร่ สะท้อนให้เห็นกำลังซื้อที่คงจะอยู่ในระดับต่ำต่อไปหากรัฐบาลไม่ให้ความช่วยเหลือเพื่อสร้างกระแสเงินหมุนเวียนในระดับฐานราก

โครงการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ

นอกจากนั้นโครงการเงินกู้ช่วยเหลือ SMEs ในอัตราดอกเบี้ยต่ำด้วยวงเงิน 100,000 ล้านบาท จากการติดตามผลและด้วยการพูดคุยกับกลุ่มนักธุรกิจหลายท่านพูดเป็นทำนองเดียวกันว่า SMEs ที่ได้รับเงินกู้จากวงเงินดังกล่าวส่วนใหญ่เป็น SMEs ที่ไม่ได้ขาดวงเงินหมุนเวียน ทำให้มีลักษณะคล้ายๆกับ Refinancing มาเป็นเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ทำให้วงเงินดังกล่าวอาจไม่หมุนเวียนตามที่คิดซึ่งผลการเก็บภาษีในเดือนพฤศจิกายนน่าจะส่งสัญญาณได้ในระดับหนึ่ง

การวิเคราะห์

เมื่อพิจารณาจากผลการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในเดือนตุลาคม 2558 ที่ลดลงจากปีก่อนและอัตราเงินเฟ้อของเดือนตุลาคมและอัตราการว่างงานแล้วจะเห็นว่ามีแนวโน้มที่สอดคล้องกันว่า กำลังซื้อของผู้บริโภคแม้จะไม่มีความผันผวนมากนักแต่ก็ยังอยู่ในห้วงชะลอตัว แม้ว่ารัฐบาลจะประกาศอัดฉีดเงินลงในระบบจำนวนมากถึงประมาณ 60,000-90,000 ล้านบาท แต่ก็ยังไม่ส่งผลมากนัก ยิ่งประกอบกับอัตราเงินเฟ้อที่ติดลบติดต่อกันถึง 11 เดือนหรือตลอดปีของ 2558 ทำให้คาดว่ากว่าภาวะเศรษฐกิจจะขยับเขยื้อนสูงขึ้นยังอาจต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาปัจจัยต่างๆแล้วประเมินว่าอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจปี 2558 ซึ่งเกิดจากการลงทุนภาครัฐเป็นหลักน่าจะอยู่ที่ประมาณ 3.0-3.4% เมื่อประมวลจากการวิเคราะห์จากฐานข้อมูลที่กล่าวข้างต้น ทำให้ประเมินว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจน่าจะเกิดการการบริโภคเป็นหลักมากกว่าการลงทุน แต่อาจเนื่องจากปัญหาการเก็บภาษีทำให้ไม่ปรากฏออกมาในรูปของภาษีมูลค่าเพิ่ม
แต่ถ้ามองในระยะกลางและยาวแล้วเป็นภาพที่น่าเป็นห่วงเพราะการส่งออกที่ถดถอยลงแม้จะมีการอ้างว่าเป็นเพราะเศรษฐกิจโลก แต่ถ้าวิเคราะห์ในข้อเท็จจริงแล้วจะพบว่าเป็นเพราะความสามารถในการแข่งขันของภาคการผลิตไทยลดลง ตั้งแต่กลุ่มสินค้าที่ใช้แรงงาน กลุ่มอิเลคทรอนิกส์ที่ประเทศเจ้าของเทคโนโลยีต่างพากันย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ในขณะเดียวกันกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ไทยยังพอเข้มแข็งอยู่ แต่เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีไปเป็นรถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ ซึ่งนับวันมีแต่จะได้รับความนิยมมากขึ้น จะส่งผลต่อกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนในระยะไม่นาน ถ้าหากประเทศไทยไม่มีการเตรียมตัวเพื่อการเปลี่ยนแปลงใหญ่ในการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมอย่างทันท่วงที

ยิ่งเมื่อพิจารณาถึงการเมืองระหว่างประเทศประกอบด้วยแล้วยิ่งทำให้วิตกกังวลว่าเศรษฐกิจไทยจะยืดเยื้อถึงอีกเท่าไรหนอ ?

แนวทางการแก้ปัญหา

มองเป็นสองแนวทางหลัก การแข่งขันในส่วนที่ไทยได้เปรียบ และการพัฒนาความสามารถในการแข่งขัน

เกี่ยวกับความสามารถในการแข่งขันของประเทศนั้นต้องมองเชิงบูรณาการทั้งในส่วนที่ไทยได้เปรียบเชิงความสามารถในการแข่งขัน เช่นภาคเกษตรกรรม ด้านอาหารทีเกี่ยวข้องกับสุขภาพ การแปรรูป การสร้างความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ ตลอดจนการเพิ่มศักยภาพการผลิตและการจัดทำมาตรฐานผลิตภัณฑ์เพื่อความสามารถในการติดตามแหล่งผลิต เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางความต้องการด้านพฤติกรรมและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ภาคบริการ ด้านการท่องเที่ยวที่ได้รับการดูแลเรื่องความปลอดภัยทั้งร่างกายและทรัพย์สิน เรื่องความไว้วางใจในด้านความซื่อสัตย์สุจริตต่อลูกค้า แหล่งท่องเที่ยวต่างๆสามารถเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์หรือความเป็นมาของท้องถิ่น มีไกด์ที่มีความสามารถทั้งการเล่าเรื่อราวและภาษา ด้านสุขภาพทั้งการพักผ่อนร่างกายและการรักษาพยาบาล

เสื้อผ้าที่ประยุกต์กับเทคโนโลยีดิจิตอลเพื่อการแพทย์

นวัตกรรมแบบภูมิปัญญาชาวบ้าน

สำหรับส่วนการสร้างความสามารถในการแข่งขันนั้นคงต้องเน้นประเด็นการสร้างมูลค่าเพิ่มโดยประยุกต์เทคโนโลยีด้านดิจิตอลเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ๆให้กับกลุ่มอุตสาหกรรมหลักของไทยในปัจจุบัน เช่นอุตสาหกรรมสิ่งทอที่เชื่อมโยงกับสุขภาพ สนับสนุนนวัตกรรมง่ายๆที่เกิดจากภูมิปัญญาท้องถิ่น อุตสาหกรรมการบริการด้านสุขภาพและเภสัช ในขณะเดียวกันคงต้องเร่งสร้างกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ โดยสนับสนุนให้เกิดเครือข่ายระหว่างผู้คิดหรือสร้างนวัตกรรมใหม่ๆระหว่าง Application ด้านการบริการที่กำลังอยู่ในแนวโน้ม สนับสนุนกลุ่มนักประดิษฐ์และคิดค้นนวัตกรรมด้าน Hard Sciences เช่น Robotics, Automation and 3D Printing โดยมี Sensor Technology เป็นแกนหลักของการพัฒนา

อุปกรณ์ที่โม้ว่าสามารถติดตามการตั้งครรภ์ของคุณสุภาพสตรีได้จากอุณภูมิและการเปลี่ยนแปลงของฮอโมนในร่างกาย (เขาอ้างนะครับ แต่น่าสนใจ)

นวัตกรรมแบบ Test Kit วงการแพทย์

อ้างอิง:

1. กระทรวงการคลัง, กระทรวงพาณิชย์

2. ภาพจาก CNN, BBC และแหล่งข่าวจาก Google

Tags: , ,

Leave a Reply

พระแก้วมรกตจำลองเครื่องทรงฤดูร้อนจากนิลดำ

พระบรมมหาราชวัง เป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สำคัญ

พระที่นั่งไอย์ศูรย์ทิพยอาสน์ พระราชวังบางปะอิน

หุ่นกระบอกงานหัตถกรรมช่างฝีมือไทย

รถยนต์ประหยัดพลังงานไฮบริดระหว่างไฟฟ้า 100% และน้ำมัน

ไหมไทยกับแฟชั่น เอกลักษณ์เด่นของไทย

เรือไม้ประดิษฐ์

Metal Crafting

Gallery

pr-600-400-king-7 dsc01364 pr-600-400-king-13 pr-600-400-king-3

เรียนภาษาอังกฤษ

English Speaking Youtube

มูลนิธิสัมมาชีพ

ตลาดหุ้นไทย

ตลาดหุ้นโลก

อัตราแลกเปลี่ยน ธปท

อัตราแลกเปลี่ยน

The Japan Times

Asahi Shimbun English

Chinadaily

Xinhua News

Koreatimes

Korea Herald

Aljazeera

หนังสือพิมพ์ข่าว

ข่าวหุ้นออนไลน์

ข่าวหุ้น

World Economic Forum

world bank

UA-28221961-1