จริยธรรมกับเศรษฐกิจพอเพียง

Sunday, June 21, 2015
By admin
FacebookTwitterGoogle+LinkedInGoogle BookmarksGoogle GmailYahoo MailShare

จริยปรัชญากับเศรษฐกิจพอเพียง

โดย สุนัย เศรษฐบุญสร้าง* สถาบันสร้างอนาคตไทย

สุนัย เศรษฐบุญสร้าง

ข้อเขียนเกี่ยวกับจริยปรัชญากับเศรษฐกิจพอเพียงนี้ คุณสุนัย เศรษฐบุญสร้างได้ศึกษาหลักธรรมเกี่ยวกับพุทธศาสนามาเป็นเวลานานนับหลายสิบปี และเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มีพระราชดำรัชเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียงให้กับปวงชนชาวไทย ณ วันที่ 4 ธันวาคม 2540 คุณสุนัยได้เห็นว่าพระราชดำรัชของพระเจ้าอยู่หัวมีคุณค่าอย่างยิ่งจึงได้ทำการศึกษาพระราชดำรัชอื่นๆของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเรื่อยมา และพบว่าความหมายที่พระเจ้าอยู่หัวทรงคิดไว้นั้นมิได้หมายถึงแต่เพียงเศรษฐกิจอย่างเดียวแต่มีความหมายถึงพฤติกรรมต่างๆไว้ด้วยดังพระราชดำรัชพระเจ้าอยู่หัวที่มอบให้กับประชาชนชาวไทยเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2543 ซึ่งจัดเป็นการบูรณาการความคิดเชิงเศรษฐกิจและหลักการทางศาสนาจริยธรรมเข้าด้วยกัน คุณสุนัยจึงได้เขียนอธิบายเพื่อให้เข้าในง่ายขึ้น หลังจากนั้นคุณสุนัยก็ส่งให้หลายๆท่านได้อ่านและวิจารณ์พร้อมเสนอแนวคิด คุณมนตรี ศรีสกุลและดร.สำราญ ภูอนันตานนท์ เป็นผู้ที่มีโอกาสได้พูดคุยกับคุณสุนัยในข้อเขียนมากพอสมควรและได้เสนอคุณสุนัยให้ย่อเป็นส่วนสั้นๆเพื่อให้คนอ่านไม่เบื่อ และคุ้นเคยเข้าใจกับหลักจริยปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งน่าจะช่วยเป็นพื้นฐานในการนำหลักจริยปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการพัฒนาประเทศต่อไป

จริยปรัชญา (Ethics) คือเกณฑ์วินิจฉัยที่ใช้เป็นหลักสำหรับตัดสินว่าอะไรเป็นสิ่งที่ “ดี” หรือ “ไม่ดี” อันเป็นพื้นฐานของคุณธรรมจริยธรรมที่ช่วยในการพัฒนา องค์กร สังคม และประเทศให้เกิดความเจริญเติบโต แต่เกณฑ์ที่จะใช้ประเมินคำว่า “ดี” หรือ “ไม่ดี” ซึ่งเป็นคำที่เป็นนามธรรมทำให้ยากต่อการประเมิน อย่างไรก็ตามนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีพระราชดำรัชแก่ปวงชนชาวไทยเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2543 ทำให้สามารถเป็นเกณฑ์พิจารณาและนิยามคำว่า “ความดี ความไม่ดี” ออกมาเป็นรูปธรรมตามนัยแห่งหลักจริยปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงว่าเป็นการกระทำ “อย่างมีประสิทธิผล” “อย่างเป็นประโยชน์” และ “เกิดความสุขอย่างมั่นคงและยั่งยืน”  การปลูกฝังค่านิยมเชิงจริยปรัชญาจึงเป็นรากฐานสำคัญเพื่อการพัฒนาและส่งผลต่อสังคมให้เป็นไปตามเป้าหมาย   ทั้งนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงให้เกณฑ์วินิจฉัยหรือนิยามความหมายของคำว่า “ดี” ตามนัยแห่งหลักจริยปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไว้เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2543 ว่า

“ บางคนพูดบอกว่าเศรษฐกิจพอเพียงนี้ไม่ถูก  ทำไม่ได้  ไม่ดี  ได้ยินคนเค้าพูด  แต่ว่าส่วนใหญ่บอกว่าดี  แต่พวกส่วนใหญ่ที่บอกว่าดีนี้เข้าใจแค่ไหนก็ไม่ทราบ  แต่ยังไงก็ตามเศรษฐกิจพอเพียงนี้ขอย้ำว่าเป็นการทั้งเศรษฐกิจหรือความประพฤติที่ทำอะไรเพื่อให้เกิดผล  โดยมีเหตุและผล  คือผลมันมาจากเหตุ  ถ้าทำเหตุที่ดี  ถ้าคิดให้ดี  ผลที่ออกมาคือสิ่งที่ติดตามเหตุ  การกระทำก็จะเป็นการกระทำที่ดี  และผลของการกระทำนั้นก็จะเป็นการกระทำที่ดี  ดีแปลว่ามีประสิทธิผล  ดีแปลว่ามีประโยชน์  ดีแปลว่าทำให้มีความสุข (คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง, ประมวลคำในพระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯตั้งแต่พุทธศักราช 2493-2546 ที่เกี่ยวข้องกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง, กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 2548, หน้า 115)

เกณฑ์วินิจฉัย 3 ประการตามแนว “หลักจริยปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวข้างต้น จึงสามารถประยุกต์ใช้กับการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ที่เป็นพลวัตรเชิงสมดุล (Dynamic Equilibrium) ดังนี้

1. การ “มีประสิทธิผล” (Efficacy หรือ Effectiveness) คือการกระทำใดใช้ทรัพยากรที่มีจำกัดอย่างประหยัดกว่า แต่สามารถช่วยให้บรรลุผลที่ต้องการได้ตามเป้าหมาย ก็ถือว่าเกิดผลที่ “ดีกว่า”

2. การ “มีประโยชน์” (Utility หรือ Benefit) คือการกระทำใดสามารถก่อให้เกิดประโยชน์สุขทั้งต่อตนเอง ผู้อื่น และสังคมโดยรวมได้มากกว่าก็ถือว่าเกิดสิ่งที่ “ดีกว่า”

3. การ “ทำให้มีความสุขที่ยั่งยืน” (Happiness with Sustainability) คือการกระทำใดก่อให้เกิดความสุขที่ยั่งยืนมากกว่า มิใช่แค่ให้ความสุขในระยะสั้นแต่ส่งผลกระทบให้เกิดปัญหาความบีบคั้นเป็นทุกข์ที่มากกว่าโดยรวมตามมาในระยะยาวก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ “ดีกว่า”

หลักจริยปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำรัสข้างต้น  จึงเป็นหลักการสากลที่เข้าได้กับแนวทางการพัฒนาองค์กร สังคม และประเทศ  มีความกระชับชัดเจน  สามารถอธิบายได้อย่างเป็นเหตุเป็นผลตามหลักวิทยาศาสตร์และสอดคล้องกับหลักคำสอนของพุทธศาสนาที่ว่าด้วยการเดิน “สายกลาง” ได้แก่

1.  ความมีเหตุผล กล่าวคือขั้นแรกต้องเรียนรู้เพื่อปรับความคิดให้เที่ยงตรงในเหตุในผล (rationalization) ก่อนว่า  “ผลที่ดี” ซึ่งเป็นสิ่งที่ “มีประสิทธิผล  มีประโยชน์  และทำให้มีความสุข (อย่างยั่งยืน)” ในกรณีนั้นๆคืออะไร  และต้องกระทำ “เหตุ” อย่างไรเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของผลที่ “ดี” อันเป็นที่พึงประสงค์ดังกล่าว (ขั้น เข้าใจ หรือการตั้งสมมติฐานอย่างถูกต้อง)

2.  ความพอประมาณ เมื่อตั้งสมมติฐานได้อย่างเที่ยงตรงในเหตุในผลได้แล้วจะต้อง   ออกแบบการปฏิบัติและทดลองลงมือประพฤติปฏิบัติให้ถึงจุดพอดีพอประมาณอย่างมี “สมดุลในเชิงพลวัต” (dynamic equilibrium) ที่ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป  โดยค่อยๆ “ยกระดับ” จากง่ายไปหายาก จากเล็กไปหาใหญ่ ฯลฯ เพื่อพิสูจน์สมมติฐานนั้น อันมิใช่สักแต่แค่การคิดหรือพูดเฉยๆแล้วไม่ลงมือทำอะไร (ขั้น เข้าถึง หรือการประพฤติปฏิบัติเพื่อพิสูจน์สมมติฐาน)

3.  การมีภูมิคุ้มกัน เมื่อลงมือทดลองปฏิบัติตามสมมติฐานอย่างพอเหมาะพอดีจนเกิดผลอย่างใดอย่างหนึ่งแล้ว ต้องสรุปผลการทดลองประพฤติปฏิบัตินั้นๆให้ตกผลึกเป็น “ปัญญา” เพื่อนำไปใช้แก้ปัญหาต่างๆต่อไปให้ยั่งยืนจนกลายเป็นภูมิคุ้มกันของชีวิต (ขั้น พัฒนา หรือการสรุปความคิดรวบยอดให้เกิดเป็นปัญญาที่จะแก้ปัญหาต่างๆได้อย่างเที่ยงตรงในเหตุในผลมากขึ้น)

การมีความเข้าใจอย่างถูกต้องว่า “ผลที่ดี” คืออะไร เป็น เงื่อนไขด้านคุณธรรม ขณะที่การมีความรู้อย่างถูกต้องว่าจะต้องกระทำ “เหตุ” อะไรและอย่างไร  เพื่อให้บรรลุถึงเป้าหมายของ “ผล” ที่ดีดังกล่าวคือ เงื่อนไขด้านความรู้ อันจะเห็นได้ว่าเงื่อนไขหลักของเศรษฐกิจพอเพียง  ก็คือกระบวนการเรียนรู้อย่างเป็นวิทยาศาสตร์ (scientific method) เพื่อให้ “เข้าใจ-เข้าถึง-พัฒนา” ดังนั้นหลักคุณธรรมจริยธรรมต่างๆที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานแห่งจริยปรัชญานี้จึงเชื่อมโยงกับหลักการของเศรษฐกิจพอเพียงได้อย่างกลมกลืน

ในบริบทสังคมไทยปัจจุบันซึ่งมีปัญหาทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม สมควรนำหลักจริยปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรรจุในหลักสูตรการเรียนการสอนในระดับต่างๆเพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจถึงความหมายในหลักจริยปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งจะเป็นแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรให้เกิด “ประสิทธิผล” “มีประโยชน์” และที่สำคัญทำให้ “เกิดความสุขอย่างยั่งยืน” และพร้อมๆไปกลับการพิจารณาปัจจัยเสี่ยงต่างๆที่ต้องเผชิญจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในยุคโลกาภิวัตน์เพื่อสร้าง “ภูมิคุ้มกัน” ต่อสังคมไทยนั้นเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องเร่งทำให้เกิดผลโดยเร็ว

หมายเหตุ: *คุณสุนัย เศรษฐบุญสร้าง เป็นกรรมการบริหารของสถาบันสร้างอนาคตไทย  จบการศึกษาระดับปริญญาตรีทางเภสัชศาสตร์ และปริญญาโททั้งทางโลกทางธรรม มีผลงานเกี่ยวกับการเขียนหนังสือหลายเล่ม เป็นวิทยากรรับเชิญบรรยายเกี่ยวกับวิชาชีพตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงของมหาวิทยาลัยสุโขทัย มีวิดีโอที่สามารถเปิดให้ศึกษาประมาณ 50-60 ชุด

Tags: ,

Leave a Reply

พระแก้วมรกตจำลองเครื่องทรงฤดูร้อนจากนิลดำ

พระบรมมหาราชวัง เป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สำคัญ

พระที่นั่งไอย์ศูรย์ทิพยอาสน์ พระราชวังบางปะอิน

หุ่นกระบอกงานหัตถกรรมช่างฝีมือไทย

รถยนต์ประหยัดพลังงานไฮบริดระหว่างไฟฟ้า 100% และน้ำมัน

ไหมไทยกับแฟชั่น เอกลักษณ์เด่นของไทย

เรือไม้ประดิษฐ์

Metal Crafting

Gallery

dsc01363 dsc01365 pr-600-400-king-18 dsc01364

เรียนภาษาอังกฤษ

English Speaking Youtube

มูลนิธิสัมมาชีพ

ตลาดหุ้นไทย

ตลาดหุ้นโลก

อัตราแลกเปลี่ยน ธปท

อัตราแลกเปลี่ยน

The Japan Times

Asahi Shimbun English

Chinadaily

Xinhua News

Koreatimes

Korea Herald

Aljazeera

หนังสือพิมพ์ข่าว

ข่าวหุ้นออนไลน์

ข่าวหุ้น

World Economic Forum

world bank

UA-28221961-1