ดัชนีบ่งชี้ระดับเศรษฐกิจของประเทศ

Monday, February 23, 2015
By admin
FacebookTwitterGoogle+LinkedInGoogle BookmarksGoogle GmailYahoo MailShare

ดัชนีเศรษฐกิจมหภาคและจุลภาค

พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา บริหารบ้านเมืองไป อ้างกฎอัยการศึกไป จะแก้ปัญหาเศรษฐกิจไหวไหมเนี่ย

ปัจจุบันเชื่อได้ว่านักธุรกิจทั่วๆไปจะเข้าใจดัชนีเศรษฐกิจมหภาคและดัชนีเศรษฐกิจจุลภาคได้ดีหรืออาจเข้าใจพอๆกับนักเศรษฐศาสตร์ เพราะดัชนีทั้งสองกลุ่มนั้นมีความหมายกับการบริหารและการกำหนดแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจหรือธุรกิจเป็นอย่างยิ่ง อยากจะเปรียบเทียบว่าดัชนีเศรษฐกิจมหภาคนั้นเปรียบเสมือนหางเสือเรือในการกำหนดทิศทางให้เรือวิ่งสู่เป้าหมายและดัชนีเศรษฐกิจจุลภาคนั้นเปรียบเสมือนเครื่องยนต์ที่เป็นพลังขับดันให้เรือมุ่งไปข้างหน้าตามทิศทางที่กำหนด ดังนั้นถ้าหากผู้บริหารองค์กรเข้าใจเป้าหมายและดัชนีทั้งในระดับมหภาคและจุลภาคได้ดีควบคู่กันแล้วก็จะช่วยให้สามารถปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์หรือยุทธวิธีให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่ปรับเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วในยุคโลกาภิวัฒน์นี้

เศรษฐกิจโลกอยู่ในภาวะผันผวนนั้นมีสาเหตุหลักจากความไม่สมดุลระหว่างการสร้างรายได้และการใช้จ่ายของประเทศหรือเป็นเพราะขาดดุลภาพระหว่างภาคการผลิตและภาคบริการ ขาดความสมดุลของการกระจายรายได้ มีการแข่งขันกันในการพัฒนาประเทศด้วยการสร้างความเจริญเติบโตโดยคำนึงถึงอัตราการเพิ่มขึ้นของ GDP เป็นหลัก ส่วนความทุกข์สุขความเป็นอยู่เป็นรอง โดยเพราะคำนึงถึงการเพิ่มรายได้ ดุลภาพระหว่างรายได้กับรายจ่าย ซึ่งจะส่งผลต่อดุลงบประมาณ ดุลการค้าและบริการ เกิดปัญหาการว่างงาน ซึ่งเป็นการมองปัญหาเชิงรูปธรรม ส่วนปัญหาความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน ความเป็นอยู่ และผลต่อเนื่องอื่นๆตามมา

จากที่เคยวิเคราะห์มาหลายครั้งแล้วว่า ประเทศไทยกำลังประสบกับวิกฤตเศรษฐกิจในหลายๆด้าน ด้านราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ เช่น ข้าวเปลือก ราคายาง มันสำปะหลัง ทำให้เกษตรกรซึ่งเป็นคนกลุ่มใหญ่ของประเทศขาดอำนาจในการจับจ่ายใช้สอย พ่อค้าปลีกย่อยทั่วๆไปก็ตกอยู่ในภาวะลำบากเพราะถูกบริษัทค้าปลีกที่ มีทุนใหญ่ทำการขยายกิจการรุกไปทั่วทุกหนทุกแห่งในประเทศ อาศัยทุนที่มากกว่า ต้นทุนการเงินถูกกว่า มีบุคลากรที่มีศักยภาพสูงกว่าสามารถจัดซื้อสินค้าในปริมาณสูงด้วยราคาที่ถูกกว่า จนทำให้พ่อค้าปลีกย่อยทั่วไปเกิดปัญหา ขาดเงินทุนหมุนเวียน ผู้ผลิตขนาดกลางขนาดย่อมก็ประสบปัญหาในช่องทางการจัดจำหน่ายโดยจะต้องจ่ายค่าบริการต่างๆมากมายจนยากจะคืนทุน อีกทั้งยังขาดกระแสเงินสดหมุนเวียน ปัญหาทางการเมืองในช่วงหลายๆปีที่ผ่านมา ส่งผลต่อภาพพจน์การท่องเที่ยวไทยพอสมควร ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง จำนวนเงินสดหมุนเวียนในท่องที่สำหรับการท่องเที่ยวหดหายไป นอกจากนั้นกฏอัยการศึกยังมีส่วนสำคัญในการดึงนักท่องเที่ยวจากตะวันตกด้วย

ส่วนหนึ่งในมาตรการแก้ปัญหาของพลเอกประยุทธ จันโอชา

ความแตกต่างระหว่างวิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้และครั้งปี 2540

ถ้าถามว่าปัจจุบันประเทศไทยมีปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัวลงหรือไม่ คำตอบคงเป็นไปอย่างที่ทราบๆกันว่า “ใช่” แต่ถ้าหลายๆท่านถามว่าสถานการณ์วิกฤตตอนนี้แตกต่างจากวิกฤตเมื่อปี 2540 หรือไม่ ต้องตอบว่า “แตกต่าง” ครับ และถ้าจะอธิบายคงต้องอธิบายออกเป็น 2 ส่วน คือของประเทศและของเอกชน

วิกฤตเศรษฐกิจในปี 2540

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดวิกฤตปี 2540 คือ นโยบายรัฐบาลที่เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนกู้เงินตราต่างประเทศได้โดยง่ายโดยขาดการวิเคราะห์ถึงแนวทางการลงทุน รวมทั้งระบบการควบคุมหนี้สินของธนาคารแห่งประเทศไทยที่หละหลวมและขาดความฉับไวในการแก้ปัญหา จนเกิดปัญหาต่างๆตามมา ภาครัฐบาลเกิดปัญหาการขาดดุลงบประมาณ การขาดดุลการค้า ดุลการชำระเงิน หนี้ต่างประเทศสูงเกินไปโดยเฉพาะหนี้ระยะสั้นของภาคเอกชน เงินสำรองระหว่างประเทศไม่มากนัก อัตราดอกเบี้ยสูงประมาณ 10-14% การกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราคงที่ทำให้ขาดกลไกช่วยการควบคุมการนำเงินตราต่างประเทศเข้ามาเก็งกำไรระยะสั้น ส่วนภาคเอกชนเมื่อสามารถกู้เงินได้ง่ายทำให้กู้เข้ามาเก็งกำไรระยะสั้นจนทำให้หนี้ต่างประเทศเป็นของภาคเอกชนสูงถึงเกือบ 80% เงินที่กู้มาจำนวนมากเข้ามาเก็งกำไรในตลาดทุน ทรัพย์สินที่ดิน หรือฝากเงินกินส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยในสถาบันการเงินของไทยแทนที่จะเป็นเงินกู้ระยะยาวเพื่อการลงทุนในกิจการต่างๆ หรือกู้เงินระยะสั้นมาปล่อยสินเชื่อระยะยาว เมื่อเกิดวิกฤตต่างชาติที่เป็นเจ้าของเงินกู้ระยะสั้นก็เกิดกลัวเร่งทวงเงินคืน ทำให้เกิดปัญหากระเงินสดหมุนเวียน ต้องปิดสถาบันการเงินมากถึง 56 แห่ง หลายๆธุรกิจต้องล้มละลาย ธนาคารไม่ยอมปล่อยกู้ทั้งๆที่มีเงินฝากจำนวนมาก ทำให้แรงงานตกงานเป็นจำนวนมาก รัฐบาลต้องประกาศลอยตัวค่าเงินบาท

ผลการประกาศลอยตัวค่าเงินบาท ส่งผลดีในอีกมุมหนึ่งของธุรกิจการส่งออก ทำให้การส่งออกไทยเจริญเติบโตอย่างมาก การนำเข้าลดลงส่งผลให้ไทยเกินดุลการค้า ต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศด้วยการซื้อทรัพย์สินราคาถูก ทำให้เงินสำรองของไทยเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ นอกจากนั้นค่าเงินบาทที่ถูกลงทำให้การท่องเที่ยวไทยได้รับความนิยม ได้เงินตราต่างประเทศมากมายรงมทั้งกระแสเงินสดหมุนเวียนในภูมิภาคมากขึ้นด้วย

โดยสรุปวิกฤตปี 2540 ต้องเรียกว่าเป็นวิกฤตฉับพลัน ประเทศขาดเงินสำรองต่างประเทศ มีหนี้ภาคเอกชนจำนวนมากและส่วนใหญ่เป็นหนี้ระยะสั้น เจ้าหนี้ต่างประเทศต่างทวงคืนคืน ธุรกิจในประเทศขาดกระแสเงินสด เนื่องจากรัฐสั่งปิดสถาบันการเงินถึง 46 แห่ง ทำให้เกิดการขาดกระแสเงินสดหมุนเวียน ส่งผลกระทบต่อกลุ่มนักธุรกิจทุกระดับ แรงงานต้องตกงานทั้งแรงงานก่อสร้างแรงงานตามโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆและกลุ่มลูกจ้างสถาบันการเงิน กลุ่มคนชั้นกลางตกงานจำนวนมาก ค่าเงินที่อ่อนตัวลงส่งผลให้สินค้านำเข้ามีราคาแพงขึ้น นักธุรกิจขนาดเล็กขนาดกลางล้วนประสบปัญหา กลุ่มชนชั้นสูงต่างชะลอการจับจ่ายใช้สอยเนื่องจากของนำเข้าราคาแพง อย่างไรก็ตามกลุ่มคนรากหญ้าได้ผลบุญจากค่าเงินบาทอ่อนตัว ช่วยให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในระดับหนึ่งประกอบได้รับอิทธิพลจากการ ท่องเที่ยวด้วย ทำให้คนกลุ่มใหญ่ที่เป็นเกษตรกรและฐานรากเดือดร้อนไม่มากนัก

แต่วิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้ต่างกันครับ เป็นวิกฤตที่ค่อยๆชะลอตัวลง ประเทศมีเงินสำรองต่างประเทศสูงมากถึง 180,000 ล้าเหรียญสหรัฐพอเพียงสำหรับการสั่งสินค้าเข้าถึง 9 เดือน หนี้สินระยะสั้นมีสัดส่วนไม่มากนัก เมื่อพิจารณาถึงเงินตราต่างประเทศที่มีข้อผูกพันและเงินลงทุนระยะสั้นแล้วประเทศยังมีเงินสำรองที่ไร้ภาระผูกพันถึงประมาณ 30,000 ล้านเหรียญ รัฐบาลสามารถนำมาใช้หมุนเวียนได้ แต่ปรากฏว่าแนวคิดแตกต่างกันทำให้มีเงินเก็บกินดอกเบี้ยปล่อยให้มูลค่าเสื่อมไปทุกวันๆ แต่ครั้งนี้เกษตรกรขายสินค้าเกษตรได้ในราคาต่ำ ทำให้เกิดปัญหาเศรษฐกิจหมุนเวียนในระดับล่างแล้วส่งผลต่อขึ้นไปสู่ระดับกลาง ผลกระทบเกิดอย่างค่อยเป็นค่อยไป โชคดีของประเทศที่ราคาพลังงานลดต่ำลง ส่งผลให้การขาดดุลการค้าลดลงมากหรือไม่ขาดดุลเมื่อเทียบกับปีก่อนๆ

สำหรับวิกฤตเศรษฐกิจในปัจจุบัน

จัดเป็นวิกฤตเศรษฐกิจที่ค่อยๆชะลอตัวต่างจากครั้งก่อนมาก ประเทศไม่มีปัญหาเรื่องเงินสำรองเพราะมีมูลค่าเก็บไว้ยังสูงกว่า 160 พันล้านเหรียญ แต่ที่เป็นปัญหามากคือราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ทำให้เกษตรกรซึ่งเป็นกลุ่มคนจำนวนมากขาดอำนาจจับจ่ายใช้สอย ส่งผลต่อเนื่องไปยังธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางที่ต้องขาดทุนและขาดกระแสเงินสดหมุนเวียน ขณะที่ธนาคารก็เข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อเพราะเกรงกระทบต่อหนี้เสียหรือหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ประเทศขาดดุลการค้าเนื่องจากความสามารถในการแข่งขันของสินค้าที่ผลิตลดต่ำลงและการย้ายฐานผลิตของอุตสาหกรรมหลายประเภท

กล่าวโดยสรุปสำหรับวิกฤตในปัจจุบัน ประเทศไทยไม่มีปัญหาเรื่องเงินสำรอง การชะลอตัวของเศรษฐกิจมีลักษณะช้าๆ ถ้าหากเข้าใจและรู้วิธีการแก้ปัญหาก็คงจะแก้ไขไม่ยากนัก ยกเว้นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการตัดสินใจแก้ปัญหาจะถือฐิติ ไม่ยอมใช้วิธีการที่ควรใช้เพราะอาจกลัวว่าไปลอกวิธีคนอื่นทั้งๆที่เคยด่าเขาไว้มาก ถ้าเช่นนั้นก็คงต้องคิดหาวิธีอื่นซึ่งก็มีแต่อาจใช้ระยะเวลายาวขึ้นเท่านั้น

ผลการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีของกระทรวงการคลัง

การเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2557 ปรากฏว่ายอดเก็บรวมหลังหักคืนของปี 2557 มีมูลค่าเท่ากับ 471,688 ล้านบาทใกล้เคียงกับยอดเก็บเมื่อปี 2556 ซึ่งเก็บได้เท่ากับ 471,652 ล้านบาท แสดงให้เห็นว่าอำนาจซื้อหรือการใช้จ่ายของประชาชนในปี 2557 นั้นอยู่ในระดับเดียวกับของปี 2556 แต่ถ้านำเอาอัตราเงินเฟ้อมาพิจารณาแล้วจะเห็นว่าอำนาจซื้อของประชาชนในปี 2557 ต่ำกว่าปี 2556

เมื่อพิจารณาจากผลการเก็บรายได้ของกระทรวงการคลังประจำปี 2557 รวมเท่ากับ 2,198,286 ล้านบาทต่ำกว่ายอดเก็บได้ในปี 2556 ซึ่งเก็บได้รวม 2,247,760 ล้านบาทเท่ากับลดลง -2.2%

ผลการค้าระหว่างประเทศ

ผลการส่งออกเป็นมูลค่าบาทในปี 2557 ส่งออกได้ทั้งหมด 7,327,743 ล้านบาทมากกว่าปี 2556 ซึ่งส่งออกได้ 6,910,640 ล้านบาทหรือมากขึ้น 6.0% ส่วนยอดนำเข้าเป็นเงินบาทในปี 2557 มีมูลค่าเท่ากับ 7,410,539 ล้านบาทน้อยกว่ายอดนำเข้าในปี 2556 ซึ่งเท่ากับ 7,671,544 ล้านบาทหรือลดลงเท่ากับ -3.4% ส่งผลให้ขาดดุลการค้าเป็นบาทเท่ากับ -82,797 ล้านบาท แต่ถ้าคิดเป็นเงินเหรียญสหรัฐจะมีมูลค่าส่งออกในปี 2557 เท่ากับ 227,978 ล้านเหรียญ น้อยกว่ายอดนำเข้าในปี 2556 ซึ่งมีมูลค่าเท่ากับ 228,506 ล้านเหรียญหรือน้อยลงประมาณ -0.2% ส่วนยอดนำเข้าจะมีมูลค่านำเข้าในปี 2557 เท่ากับ 227,952 ล้านเหรียญ น้อยกว่ายอดเก็บปี 2556 ซึ่งมีมูลค่าเท่ากับ 250,254 ล้านเหรียญประมาณ -8.9% แต่มียอดเกินดุลการค้าที่ 26 ล้านเหรียญสหรัฐ ทั้งนี้ส่วนหนึ่งเกิดจากราคาน้ำมันที่ลดต่ำลงมากด้วย

จะเห็นว่าการส่งออกของไทยลดต่ำลงเนื่องจากความสามารถในการแข่งขันไทยลดลง ทั้งนี้ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการย้ายฐานผลิตของโรงงานต่างประเทศที่เข้ามาผลิตในประเทศไทยด้วยเหตุผลด้านแรงงานเป็นหลักทั้งค่าแรงที่ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับคุณภาพแรงงาน อย่างไรก็ตามหลังจากปีน้ำท่วมใหญ่ 2554 เป็นโอกาสให้เกิดการย้ายฐานผลิตใหญ่ทั้งอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเป็นหลักไปยังพม่า เวียตนาม หรืออินโดนีเซีย ส่วนอุตสาหกรรมที่มีการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยี เช่น อิเลคทรอนิคส์หรือรถยนต์ขนาดประหยัดก็ย้ายฐานผลิตไปยังเวียตนามและอินโดนีเซีย ดังนั้นไทยจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ของตนเองว่าจะปรับโครงสร้างและแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมของไทยอย่างไรต่อไป

อัตราเงินเฟ้อ

ถ้าพิจารณาค่าอัตราเงินเฟ้อที่รายงานโดยกระทรวงพาณิชย์ จะเห็นว่าอัตราเงินเฟ้อรวมลดต่ำลงตั้งแต่เดือนกันยายนจนล่าสุดติดลบในเดือนมกราคม ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าส่วนหนึ่งเป็นผลจากราคาน้ำมันที่ลดลง อีกส่วนหนึ่งน่าจะเป็นผลจากการขาดอำนาจซื้อ จึงส่งผลให้เงินเฟ้อในส่วนของที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มติดลบ จากผลของอัตราเงินเฟ้อดังกล่าวน่าจะทำให้ภาครัฐต้องรีบแก้ไขเพราะอัตราเงินเฟ้อกำลังส่งสัญญาณให้เห็นว่าแนวโน้มการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยมีความเป็นไปได้สูง

แนวทางการแก้ปัญหา

แนวทางการแก้ปัญหาตามทฤษฎีเศรษฐศาสตร์พื้นฐานคือหลักของ Demand vs Supply เป็นแนวทางการแก้ปัญหาโดยใช้มาตรการการคลังเป็นหลัก เช่นถ้างบประมาณขาดดุลหรือรายจ่ายมากกว่ารายได้ก็ต้องหาวิธีลดรายจ่ายลงหรือต้องหาทางสร้างรายได้เพิ่มขึ้น หรือที่เรียกกันตามภาษายุคใหม่คือต้องใช้มาตรการรัดเข็มขัด เช่น เมื่อครั้ง IMF ใช้มาตรการนี้กับประเทศไทย เกาหลี อินโดนีเซีย กลุ่มประเทศในลาตินอเมริกา หรือ กรีซ ไอร์แลนด์ โปแลนด์ การใช้นโยบายรัดเข็มขัดล้วนแต่ทำให้ประเทศต่างๆที่ต้องรับเงื่อนไขนี้ต่างเจ็บปวดทั่วหน้ากัน อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจลดลง การลงทุนภาครัฐหรือสวัสดิการต่างๆถูกตัดลงเพื่อให้เกิดงบประมาณสมดุลให้เร็วที่สุด ทำให้มีการว่างงานสูงขึ้น ฯลฯ การแก้ปัญหาโดยวิธีนี้ล้วนแต่ใช้เวลายาวนาน เช่นประเทศไทยใช้เวลาประมาณ 5-6 ปีกว่าจะกลับสู่สภาวะปกติ กรีซใช้เวลาผ่านมาแล้ว 3-4 ดัชนีสำคัญๆยังดูเหมือนไม่กระเตื้องขึ้น เช่นอัตราการว่างงาน ทำให้นักบริหารเศรษฐกิจจำเป็นต้องมองหามาตรการอื่นๆทดแทน นโยบายและมาตรการการเงินดูเหมือนจะเป็นทางเลือกที่มีบทบาทสำคัญต่อการแก้ปัญหาเศรษฐกิจต่อมา เช่นสหรัฐอเมริกาเมื่อครั้งเกิดวิกฤตการเงินหรือวิกฤตสินเชื่อซับไพร์ม (Subprime Mortgage Loan)  Ben Bernanke ประธานกรรมการธนาคารกลางสหรัฐฯได้ใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงินของสหรัฐฯหรือที่เรียกกันทั่วไปว่า QE ซึ่งเป็นมาตรการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯพิมพ์เงินเพิ่มอัดฉีดเข้าไปในระบบเพื่อซื้อพันธบัตรจากธนาคารหรือบริษัทเอกชนเพื่อเป็นการเพิ่มสภาพคล่องและเพื่อป้องกันการผิดนัดชำระหนี้ ทำให้อัตราการว่างงานของสหรัฐฯลดต่ำลงจากประมาณ 11% เหลือ 6.5% และในไตรมาสล่าสุดมีอัตราการเจริญเติบโตมากถึง 5% แม้จะใช้เวลาพอสมควรแต่ก็ทำให้ภาวะเศรษฐกิจฟื้นตัวขึ้น และความเจ็บปวดของของประเทศน้อยกว่ามาตรการรัดเข็มขัด มาตรการ QE ได้ถูกใช้กับญี่ปุ่นแทนการใช้มาตรการรัดเข็ดขัดหรือการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยวิธีต่างๆมานานกว่า 20 ปีและล่าสุดกลุ่มประเทศยุโรปก็กำลังใช้นโยบาย QE เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศของตน

การใช้มาตรการ QE ด้วยการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจจำนวนมากอาจไม่ใช่แนวทางการแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ดี เพราะการเพิ่มเงินในระบบจะส่งผลให้ค่าเงินอ่อนตัว ช่วยให้การส่งออกดีขึ้นขณะเดียวกันก็เป็นการเพิ่มอัตราเงินเฟ้อทั้งราคาสินค้าและทรัพย์สิน นอกจากนั้นยังอาจมีคำถามว่าจะช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศเจริญเติบโตได้อย่างมั่นคงเพียงใด

สำหรับประเทศไทยปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำและปัญหาการส่งออกเนื่องจากไม่สามารถแข่งขันในด้านราคากับประเทศกำลังพัฒนาใหม่ ซึ่งส่งผลต่อกำลังซื้อที่ชะลอตัวลงในประเทศ จำเป็นต้องพิจารณาว่าจะใช้แนวทางใดในการสร้างหลักประกันราคาให้กับเกษตรกรและความสามารถในการแข่งขันของสินค้าที่ใช้แรงงานจนกว่าการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมจะช่วยให้เกิดมูลค่าเพิ่ม เกิดอุตสาหกรรมที่เป็นศักยภาพใหม่ ไม่เช่นนั้นประเทศไทยคงอยู่ในสภาวะเศรษฐกิจถดถอยและจะเกิดอ่อนตัวของค่าเงินบาทอย่างช่วยไม่ได้ ดังนั้นจะใช้มาตรการให้ค่าเงินอ่อนตัวขณะที่เงินสำรองระหว่างประเทศมีมากมายพอสมควรหรือจะรอให้เงินสำรองค่อยๆร่อยหรอไปเพราะการขาดดุลการค้าและบริการ ดุลชำระเงิน ซึ่งเป็นสัญญาณชี้ให้เห็นชัดเจนว่าเศรษฐกิจไทยกำลังมีปัญหาครับ

สรุป

ดัชนีสำคัญๆที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคและการผลิตมีสัญญาณบ่งชี้อย่างขัดเจนว่าเศรษฐกิจไทยกำลังชะลอตัว แต่ปัญหาจะไม่รุนแรงเนื่องจากไทยยังมีเงินสำรองระหว่างประเทศจำนวนมาก นอกจากนั้นหนี้ต่างประเทศก็ไม่ได้มากมายอย่างเช่นในปี 2540 อย่างไรก็ตามรัฐบาลจำเป็นต้องช่วยเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรอย่างจริงจังก่อนนอกเหนือจากแนวคิดการปรับโครงสร้างภาคการผลิต การสร้างมูลค่าเพิ่มของการผลิตและผลผลิตภาคการเกษตร นอกจากนั้นรัฐบาลจำเป็นต้องปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมโดยมุ่งให้คนรุ่นใหม่มีศักยภาพในการแข่งขันทั้งภาคการผลิตใหม่ๆและภาคบริการที่มีการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว

แนวทางที่อยากนำเสนอคือการปรับเปลี่ยนโครงสร้างสภาพัฒนาฯให้ทำหน้าที่ในการพัฒนายุทธศาสตร์เพื่ออนาคตและกำหนดแนวทางปฏิบัติเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย สภาพัฒนฯควรจะติดตามการเปลี่ยนแปลงทั้งเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภคของโลกอย่างใกล้ชิด มีหน่วยงานที่เป็น National Data Center หรือ National Big Data พร้อมเครื่องมือ (Tools) สำหรับการวิเคราะห์เพื่อติดตามสถานการณืต่างๆได้อย่างใกล้ชิดและถูกต้อง

Tags:

Leave a Reply

พระแก้วมรกตจำลองเครื่องทรงฤดูร้อนจากนิลดำ

พระบรมมหาราชวัง เป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สำคัญ

พระที่นั่งไอย์ศูรย์ทิพยอาสน์ พระราชวังบางปะอิน

หุ่นกระบอกงานหัตถกรรมช่างฝีมือไทย

รถยนต์ประหยัดพลังงานไฮบริดระหว่างไฟฟ้า 100% และน้ำมัน

ไหมไทยกับแฟชั่น เอกลักษณ์เด่นของไทย

เรือไม้ประดิษฐ์

Metal Crafting

Gallery

dsc01366 pr-600-400-king-18 photo-vr-resize-1000-handicraft-1 pr-600-400-king-3

เรียนภาษาอังกฤษ

English Speaking Youtube

มูลนิธิสัมมาชีพ

ตลาดหุ้นไทย

ตลาดหุ้นโลก

อัตราแลกเปลี่ยน ธปท

อัตราแลกเปลี่ยน

The Japan Times

Asahi Shimbun English

Chinadaily

Xinhua News

Koreatimes

Korea Herald

Aljazeera

หนังสือพิมพ์ข่าว

ข่าวหุ้นออนไลน์

ข่าวหุ้น

World Economic Forum

world bank

UA-28221961-1