การค้าต่างประเทศเดือนธันวาคม 2556

Wednesday, February 19, 2014
By admin
FacebookTwitterGoogle+LinkedInGoogle BookmarksGoogle GmailYahoo MailShare

การค้าระหว่างประเทศเดือนธันวาคม 2556

มูลค่าการค้าเป็นเงินบาท

การส่งออก

มูลค่าการส่งออกของไทยในเดือนธันวาคม 2556 เท่ากับ 579,010 ล้านบาทสูงกว่ามูลค่าการส่งออกของเดือนธันวาคม 2555 ซึ่งส่งออกได้ 551,569 ล้านบาท หรือมีอัตราเพิ่มขึ้นประมาณ 5.0% อย่างไรก็ตามเมื่อรวมยอดการส่งออกตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนธันวาคม 2556 มีมูลค่ารวมเท่ากับ 6,910,510 ล้านบาทน้อยกว่ายอดรวมของการส่งออกของปี 2555 ซึ่งมียอดส่งออกรวมเท่ากับ 7,082,192 ล้านบาท หรือมีอัตราต่ำลงเท่ากับ -2.4%

การนำเข้า

ส่วนการนำเข้าในเดือนธันวาคม 2556 มีมูลค่าเท่ากับ 594,951 ล้านบาทต่ำกว่าการนำเข้าของเดือนธันวาคม 2555 ซึ่งมีมูลค่าเท่ากับ 641,132 ล้านบาท หรือมีอัตราลดลงเท่ากับ -7.1% เมื่อรวมยอดการนำเข้าทั้งปี 2556 ซึ่งมีมูลค่าเท่ากับ 7,666,934 ล้านบาทต่ำกว่ายอดรวมการนำเข้าของปี 2555 ซึ่งเท่ากับ 7,813,058 ล้านบาท หรือมีอัตราการนำเข้าลดลงเท่ากับ -1.9%

ดุลการค้า

โดยเหตุที่การส่งออกมีมูลค่าต่ำกว่าการนำเข้า จึงส่งผลให้ไทยเกิดการขาดดุลการค้าในเดือนธันวาคม 2556 เท่ากับ -15,941 ล้านบาท นับเป็นยอดการขาดดุลในปี 2556 รวมถึง 11 เดือนและเมื่อรวมยอดการขาดดุลทั้งปีแล้วจะมีมูลค่ารวมเท่ากับ -756,424 ล้านบาท สูงขึ้นกว่าการขาดดุลในปี 2555 ซึ่งมีการขาดดุลสูงถึง -661,323 ล้านบาท และนับเป็นการขาดดุลต่อเนื่องกันเป็นปีที่สามด้วยจำนวนเงินที่สูงเป็นประวัติการณ์

มูลค่าการค้าเป็นเงินเหรียญสหรัฐ

การส่งออก

มูลค่าการส่งออกเป็นเงินเหรียญสหรัฐของไทยในเดือนธันวาคม 2556 เท่ากับ 18,440 ล้านเหรียญสูงกว่ามูลค่าการส่งออกของเดือนธันวาคม 2555 ซึ่งส่งออกได้ 18,101 ล้านเหรียญ หรือมีอัตราเพิ่มขึ้นประมาณ 1.9% อย่างไรก็ตามเมื่อรวมยอดการส่งออกตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนธันวาคม 2556 มีมูลค่ารวมเท่ากับ 228,530 ล้านเหรียญน้อยกว่ายอดรวมของการส่งออกของปี 2555 ซึ่งมียอดรวมเท่ากับ 229,882 ล้านเหรียญ หรือมีอัตราลดต่ำลงประมาณ -0.6%

การนำเข้า

สำหรับมูลค่าการนำเข้าเป็นเงินเหรียญสหรัฐของไทยในเดือนธันวาคม 2556 เท่ากับ 18,725 ล้านเหรียญต่ำกว่ามูลค่าการนำเข้าของเดือนธันวาคม 2555 ซึ่งนำเข้าได้ 20,782 ล้านเหรียญ หรือมีอัตราลดลงประมาณ -9.9% อย่างไรก็ตามเมื่อรวมยอดการนำเข้าตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนธันวาคม 2556 มีมูลค่ารวมเท่ากับ 250,721 ล้านเหรียญสูงกว่ายอดรวมของการนำเข้าของปี 2555 ซึ่งมียอดรวมเท่ากับ 249,988 ล้านเหรียญ หรือมีอัตราเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 0.3%

ดุลการค้า

โดยเหตุที่การส่งออกเป็นเงินเหรียญสหรัฐมีมูลค่าต่ำกว่าการนำเข้า จึงส่งผลให้ไทยเกิดการขาดดุลการค้าในเดือนธันวาคม 2556 เท่ากับ -285 ล้านเหรียญ นับเป็นยอดการขาดดุลในปี 2556 รวมถึง 11 เดือนและเมื่อรวมยอดการขาดดุลทั้งปีแล้วจะมีมูลค่ารวมเท่ากับ -22,191 ล้านเหรียญ สูงขึ้นกว่าการขาดดุลในปี 2555 ซึ่งมีการขาดดุลสูงถึง -18,252 ล้านเหรียญ และนับเป็นการขาดดุลต่อเนื่องกันเป็นปีที่สามด้วยจำนวนเงินที่สูงเป็นประวัติการณ์

การวิเคราะห์

ได้เขียนวิจารณ์การขาดดุลการค้าเป็นเงินบาทของไทยซึ่งเริ่มต้นจากปี 2554 จนถึงปี 2556 ว่าเกิดจากสาเหตุหลัก 3 ประการ คือ 1. การเกิดน้ำท่วมนิคมอุตสาหกรรมที่มีพื้นฐานผลิตเพื่อการส่งออก ทำให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรง ทำให้โรงงานส่วนหนึ่งต้องย้ายฐานการผลิต เพราะการซ่อมแซมจะใช้เงินลงทุนค่อนข้างสูง 2. อุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานสูงของไทยขาดความสามารถในการแข่งขันเพราะอัตราแลกเปลี่ยนของค่าเงินบาทสูงเกินไป ส่งผลต่อราคาสินค้าเมื่อเทียบกับสินค้าจากประเทศคู่แข่งที่มีคุณภาพไม่ต่างกันมากนัก 3. การเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี ทำให้อุตสาหกรรมที่เกิดจากการย้ายฐานผลิตของต่างประเทศมียอดความต้องการลดลง ในขณะเดียวกัน ผลิตภัณฑ์ที่คล้ายกันแต่เป็นเทคโนโลยีใหม่ ต่างชาติไม่ยอมมาผลิตในประเทศไทย ทำให้โครงสร้างอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออกเปลี่ยนไป จึงส่งผลให้ไทยต้องขาดดุลการค้าจำนวนมากเป็นเวลา 2 ปีต่อเนื่องกัน

อย่างไรก็ตามคาดว่าในปี 2557 ภาคเศรษฐกิจไทยจะอ่อนแอลงจากปัญหาการเมืองและกำลังซื้อในประเทศซึ่งอ่อนตัวลงเป็นลำดับ แม้ว่าเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มที่จะเกิดการบริโภคสูงขึ้น แต่เนื่องจากอุตสาหกรรมของไทยขาดความสามารถในการแข่งขัน ทำให้การส่งออกจะไม่ขยายตัวในทิศทางที่หน่วยงานภาครัฐคาดกันไว้ นอกจากอัตราแลกเปลี่ยนของค่าเงินจะอ่อนลง จะช่วยให้การส่งออกสินค้าเกษตรขยายตัวได้มากขึ้น นอกจากนั้นยังอาจช่วยพลิกฟื้นอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานสูงกลับคืนมาได้บ้าง อย่างไรก็ตามเชื่อว่าดุลการค้าของไทยน่าจะอยู่ในระดับทรงตัว คือ การส่งออกและการนำเข้าจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน ถ้าอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ในระดับ 33-34 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ยกเว้นอัตราแลกเปลี่ยนอ่อนค่าลงในระดับ 35 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เราอาจเห็นภาพเศรษฐกิจไทยได้รับการกระตุ้นจากภาคเกษตรและแรงงาน แม้ว่าต้นทุนการนำเข้าพลังงานจะสูงขึ้นแต่อาจชดเชยได้ด้วยการประหยัดหรือการซื้อลดลง

สรุป

เชื่อว่าเศรษฐกิจในปีจะอ่อนแอลง การกระตุ้นเศรษฐกิจจากเงินงบประมาณภาครัฐเป็นไปได้ยาก เพราะปัญหาโครงการโครงสร้างพื้นฐานทั้งโครงการน้ำและโครงการลงทุนทำถนน รถไฟ ไม่สามารถดำเนินการได้ การกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาคการส่งออกอาจช่วยส่งผลได้จากภาคการเกษตรและภาคแรงงาน ถ้าหากอัตราแลกเปลี่ยนของค่าเงินบาทอ่อนค่าลง

Tags: ,

Leave a Reply

พระแก้วมรกตจำลองเครื่องทรงฤดูร้อนจากนิลดำ

พระบรมมหาราชวัง เป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สำคัญ

พระที่นั่งไอย์ศูรย์ทิพยอาสน์ พระราชวังบางปะอิน

หุ่นกระบอกงานหัตถกรรมช่างฝีมือไทย

รถยนต์ประหยัดพลังงานไฮบริดระหว่างไฟฟ้า 100% และน้ำมัน

ไหมไทยกับแฟชั่น เอกลักษณ์เด่นของไทย

เรือไม้ประดิษฐ์

Metal Crafting

Gallery

photo-vr-resize-1000-handicraft-1 pr-600-400-king-9 dsc01363 dsc01365

เรียนภาษาอังกฤษ

English Speaking Youtube

มูลนิธิสัมมาชีพ

ตลาดหุ้นไทย

ตลาดหุ้นโลก

อัตราแลกเปลี่ยน ธปท

อัตราแลกเปลี่ยน

The Japan Times

Asahi Shimbun English

Chinadaily

Xinhua News

Koreatimes

Korea Herald

Aljazeera

หนังสือพิมพ์ข่าว

ข่าวหุ้นออนไลน์

ข่าวหุ้น

World Economic Forum

world bank

UA-28221961-1