วิถีชีวิตทั่วไปในพม่า

Sunday, December 8, 2013
By admin
FacebookTwitterGoogle+LinkedInGoogle BookmarksGoogle GmailYahoo MailShare

วิถีชีวิตปกติชาวพม่า

ถ่ายรูปคู่กับสาวในชุดประจำชาติพม่า

ได้ดูชาวบ้านกินอยู่ในเช้าก่อนเดินทางกลับเมืองไทย

ระหว่างวันที่ 2-6 ธันวาคม พ.ศ. 2556 ผมและเพื่อนอีก 3 คนได้มีโอกาสไปเที่ยวพม่า แม้ว่าเราทั้งสี่คนจะเคยไปพม่ามาแล้ว แต่ก็ไม่ค่อยมีความเป็นอิสระหรือมีโอกาสได้รู้ได้เห็นวิถึชีวิตของชาวพม่าว่ามีความเป็นอยู่อย่างไร โดยเฉพาะวิถีชีวิตคนเมืองในช่วงเช้า การเดินทางมาเที่ยวนี้ผมจึงได้หาเวลาเดินดูวิถีชีวิตของชาวพม่าในช่วงเช้า

เช้าวันที่ 6 ธันวาคมซึ่งเป็นเช้าที่มีเวลาว่าง ผมตื่นตามปกติประมาณ 5:30 น หรือประมาณ 6:00 น ตามเวลาในประเทศไทย เพื่อนอีก 3 คนได้ไปตีกอล์ฟกันและได้ออกเดินทางไปสนามตั้งแต่ 5:00 น ผมจึงมีเวลาเป็นของตนเองอย่างแท้จริงจนถึงเวลาประมาณ 12:30 น หลังจากที่ทำธุระส่วนตัวเรียบร้อย ได้เปิดอินเตอร์เนตเพื่อติดตามข่าวจากเมืองไทย พร้อมดูข่าวทีวีซึ่งก่อนนั้นเห็นว่าออกข่าวการเดินขบวนในไทยถึ่มากแทบเรียกว่าทุก 10 นาที ทำให้ภาพพจน์ของไทยเสียหายมากจนเชื่อว่าน่าจะเป็นอุปสรรคกับการท่องเที่ยวของไทย  อย่างไรก็ดีเห็นว่าข่าวในเช้าที่ 6 ธันวาคมนี้ยังไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ก็ลงไปทานอาหารเช้าในห้องอาหารของโรงแรม เสร็จแล้วก็เดินออกจากโรงแรมไปเรื่อยๆตามเวลาที่มีอยู่ประมาณ 1.30 ชั่วโมงก่อนที่จะมีคนมารับไปดูบ้านที่เปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์ของ Go Aung San ผู้นำพม่าที่ต่อสู้เพื่ออิสระภาพกับรัฐบาลอังกฤษจนได้รับเอกราชเมื่อราวปี 1948 แต่ Go Aung San ถูกลอบฆ่าตายก่อนในเดือนกรกฎาคม 1947

วิถีชีวิตพื้นบ้าน

แม่ค้าทอดปาท่องโก๋เหมือนตลาดเช้าเมืองไทย

เดินออกจากโรงแรมไปเล็กน้อยก็เห็นชาวบ้านวางของขายตามบาทวิถึคล้ายๆกับของเมืองไทยเรา สำหรับบาทวิถีเองไม่เรียบร้อย มีลักษณะเป็นหลุมเป็นบ่อ เวลาเดินต้องระมัดระวังเพราะถ้าพลาดอาจถึงกับข้อเท้าเคล็ดได้ ข้างๆริมถนนรถวิ่งมีเศษขยะและฝุ่นพอสมควร ทำให้นึกถึงภาพกรุงเทพฯเมื่อประมาณ 30 ปีที่ผ่านมา หรืออาจคล้ายกับบริเวณใกล้ๆชุมชนหลายๆแห่งในกรุงเทพฯ หรือตามต่างจังหวัดของไทย เดินออกไปได้สักพักก็เห็นพ่อค้าแม่ขายวางของขายหลากชนิดมีทั้งประเภทอาหารหลากหลายที่ทั้งเหมือนหรือคล้ายๆของเรา เช่น ปาท่องโก๋ทอดเป็นคู่ตัวใหญ่ โรตีทอดเหมือนที่แขกบังคลาเทศขายในบ้านเรา มีคล้ายๆขนมครกเป็นแป้งใส่หอมหยอดลงในหลุมครอบด้วยฝาที่มีถ่านให้ความร้อนด้านบนแต่ขนาดใหญ่กว่า นอกจากต้นหอมแล้วก็มีอย่างอื่นด้วยแล้วแต่ลูกค้าชอบอย่างไร ส่วนใหญ่ประเภทดังกล่าวลูกค้าจะซื้อใส่ถุงนำกลับไปทานที่บ้าน?

โรตีทอดเหมือนแขกบังคลาเทศในไทย

เมื่อเดินต่อจะเห็นผู้คนนั่งบนเก้าอี้เตี้ยๆพร้อมโต๊ะเป็นกลุ่มละ 2-3 คนต่อโต๊ะ ผู้คนเหล่านี้ได้สั่งอาหารคล้ายๆก๋วยเตี๋ยวหรืออาหารประเภทเส้นหลากหลายรวมทั้งเส้นลักษณะกลมๆเล็กๆคล้ายมักกะโรนี โดยมีเส้นคลุกกับผัก เนื้อสัตว์ น้ำซ๊อส มีการเติมน้ำคล้ายๆกะทิหรือนมแล้วคลุก แม่ค้าบางคนใช้มือเปล่าๆคลุก บางคนดูดีกว่า สอาดกว่าโดยใส่ถุงมือคลุก เห็นชาวบ้านทานแล้วรู้สืกอร่อย น้ำลายเริ่มย้อยออกมาเล็กน้อย ผมเองได้ทดลองทานในโรงแรมเพราะเขาเสิร์พเป็นส่วนหนึ่งของอาหารเช้า แต่เพียงทดลองดูเท่านั้นทานไม่มากนักเพราะปกติผมเองทานอาหารแปลกๆยากอยู่แล้ว แต่รสชาดอร่อยดีเหมือนกันครับ เพื่อนที่ไปด้วยคนหนึ่งชอบครับเห็นทานทุกเช้าเลย เพื่อนเขาบอกว่ามาถึงเมืองเขาแล้วควรทดลองอาหารการกินของเขาให้หมด

แม่ค้าขายขขนมคล้ายๆขนมครก

คล้ายขนมครกบ้านเรา

ถั่วงอกกับเต้าหู้และเลือดไก่ ?

นอกจากอาหารแล้วก็มีตลาดเช้า ขายผัก ผลไม้เต็มไปหมดครับ สำหรับผักผลไม้พม่า เชื่อว่ายังใส่ปุ๋ยน้อยและยาฆ่าแมลงน้อยมากแต้อาจใช้ปุ๋ยธรรมชาติ มีสิ่งที่ควรระวังคือเชื้อแบคทีเรียที่มากับปุ๋ยธรรมชาติ นอกจากนั้นได้เห็นไข้ไก่ฟองใหญ่มากขนาดเบอร์ศูนย์ของบ้านเรา ไม่เห็นฟองขนาดเล็ก แสดงว่ายังมีวิธีการเลี้ยงไก้ไข่แตกต่างจากการเลี้ยงของซีพี ทางพม่าส่วนใหญ่ยังเลี้ยงในที่บริเวณกว้างคล้ายๆกับที่ฟาร์มของเพื่อนที่เมืองไทย เลี้ยงแบบปล่อยในพื้นที่กว้างแบบออแกนนิค ไข่แต้ละฟองใหญ่แต่ก็มีขนาดเล็กปะปนมา ต่างกับซีพีที่เลี้ยงในบริเวณแคบๆาะไม่มีแม้แต่ที่สำหรับไก้หมุนตัวหรือกลับตัว สิ่งที่แตกต่างตามเส้นทางที่เดินดูคือไม่เห็นการขายเนื้อสัตว์ เช่น ไก่ เป็ด หมู

สภากาแฟตอนเช้า

สภากาแฟตามร้านค้า

ค่าครองชีพและรายได้

เมื่อพิจารณาค่าครองชีพด้านอาหารที่ขายตามรถเข็นทั่วไปดูเหมือนจะไม่สูงนัก แต่ถ้าเทียบกับรายได้แล้วต้องจัดว่าแพงพอสมควร เช่น ปาท่องโก๋คู้ใหญ่ราคาประมาณ 100 ยัค (เงินพม่า) หรือประมาณ 3-3.50 บาทเทียบกับของไทยอาจอยู่ประมาณ 10 บาท โรตีทอดกรอบใส่น้ำตาลทราย สไตล์แขกบังคลาเทศราคาชิ้นละ 200 ยัคหรือประมาณ 7-8 บาท เทียบกับโรตีที่บ้านเราที่ใส่ทั้งนมข้นและน้ำตาลชิ้นละประมาณ 10-15 บาท ซึ่งเมื่อเทียบกับรายได้ของชาวพม่าแล้วค่าครองชีพน่าจะสูงกว่าบ้านเรา

ชมรมกาแฟข้างถนน

สำหรับรายได้ของชาวพม่าโดยทั่วๆไปซึ่งได้ถามจากคนพม่าเอง ได้ข้อมูลเบื้องต้นว่า ผู้ที่จบปริญญาตรีใหม่ๆ ถ้าหากทำงานในภาครัฐจะมีรายได้ประมาณเดือนละ 60-70 เหรียญสหรัฐหรือประมาณ 2,000 บาท แต่ถ้าทำงานภาคเอกชนจะมีรายได้ประมาณ 100-150 เหรียญสหรัฐต่อเดือนหรือประมาณ 3,000-4,500 บาท ซึ่งในไทยผู้จบปริญญาตรีจะได้ขั้นต่ำประมาณ 15,000 บาทต่อเดือนสำหรับการทำงานในภาครัฐแต้จะได้ประมาณ 10,000-15,000 บาทถ้าทำกับภาคเอกชน จะเห็นว่าค่าครองชีพของพม่าน่าจะสูงเมื่อเทียบกับรายได้ มีผู้กล่าวถึงการจัดอันดับอัตราค่าของชีพโดยองค์กรระหว่างประเทศว่าย่างกุ้ง (Yangon) มีค่าครองชีพสูงเป็นอันดับ 8 ของเมืองใหญ่ต่างๆของโลก

ทำเนียบท่านทูตทหาร

หันมาดูอัตราค่าเช่าบ้านหรือที่อยู่อาศัย ได้เห็นห้องพักของของญี่ปุ้นที่เคยทำงานอยู่ในประเทศไทยเป็นอพาทเม้นขนาดหนึ่งห้องนอน มีห้องรับแขก ห้องครัวขนาดเล็กและห้องซักผ้า พื้นที่ประมาณ 42-46 ตารางเมตร ราคาค่าเช่าอยู่ที่ 2,800 เหรียญต่อเดือนหรือประมาณเกือบ 90,000 บาทต่อเดือน หรือค่าเช่าที่ทำการของทูตทหารซึ่งใช้เป็นที่ทำการด้วย มี ห้องทำงาน 1 ห้อง ห้องนอน 3 ห้อง ห้องอาหาร ห้องพักผ่อน ห้องรับแขกและห้องทำครัว มีบริเวณบ้านไม่กว้างนักสำหรับจอดรถได้ประมาณ 2 คัน ราคาค่าเช่าตกที่ประมาณ 8,000 เหรียญสหรัฐหรือประมาณ 260,000 บาทต่อเดือน นับว่าแพงทีเดียว ทั้งนี้เป็นเพราะพม่ากำลังเนื้อหอมสำหรับนักลงทุนทั้งหลายทำให้ค่าเช่าก็ดี ค่าห้องพักโรงแรมก็ดี บ้านเช่าทั่วไปก็ดีต่างมีราคาแพง ทั้งนี้อาจเป็นเพราะจำนวนความต้องการสูงกว่าจำนวนที่มีอยู่ในปัจจุบัน

ศาสนาและพุทธบูชา

ชาวพม่าประมาณ 90% นับถือศาสนาพุทธมาแต้โบราณกาล ทำให้มีการก่อสร้างพระเจดีย์จำนวนมากเพื่อเป็นพุทธบูชา ภายในพระเจดีย์จะมีพระพุทธรูปต่างๆ หลายๆองค์เป็นพระพุทธรูปสำคัญ บางองค์ถูกอังกฤษนำไปไว้ที่อินเดียหลังจากพม่าแพ้สงคราม แต่ได้นำกลับคืนมาหลังจากได้รับอิสระภาพ สำหรับพระเจดีย์ที่มีชื่อเสียงแต่ละวันจะมีชาวพม่าไปกราบนมัสการจำนวนมาก พระเจดีย์บางองค์ที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์หรือมีความสวยงามมาก ก็จะมีชาวต่างชาติไปชมพร้อมนมัสการพระพุทธรูปที่ประทับอยู่ในพระเจดีย์นั้นๆมากมายพอสมควร เช่น พระเจดีย์ชเวดากองในเมืองย่างกุ้ง พระเจดีย์มอดอร์ที่เมืองพะโคหรือเมืองหงสาวดีที่สมเด็จพระนเรศวรมหารราชของเราถูกนำตัวไปเป็นหงสาวดีประหนึ่งเป็นเชลยศึก

ไหว้พระที่เจดีย์กลางแม่น้ำ

สิ่งที่เป็นข้อสังเกตุสำหรับการเข้าไปนมัสการพระเจดีย์นั้นทุกคนต้องถอดรองเท้าเดินเท้าเปล่านั้นก็คงจะเกี่ยวกับสุขภาพ บังเอิญไปหาห้องน้ำในบริเวณวัดแห่งหนึ่ง (Monastery) ปรากฏว่าห้องน้ำเปียกแฉะ ทำให้รู้สึกว่าอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ ถ้าหากใต้เท้าเป็นแผล จึงของฝากมายังทุกๆท่านที่ต้องการไปเที่ยวพม่า ให้ทำกิจส่วนตัวให้เรียบร้อยหรือไว้รอเข้าตอนไปห้องอาหารหรือสำหรับผู้สูงอายุบางท่านที่ทนฉี่ไม่ไหวก็ควรใส่แพมเพอร์ไว้ข้างในจะดีที่สุด

เศรษฐกิจทั่วไป

สำหรับภาคการค้าทั่วไปเป็นการค้าแบบห้องแถวเป็นส่วนใหญ่กระจายอยู่ทั่วไปคลายๆกรุงเทพฯเมื่อประมาณ 30-40 ปีที่แล้วที่ของเรามีแหล่งชุมชนด้านการค้าเป็นแหล่งๆ เช่น วังบูรพา เจริญกรุง เยาวราช ปทุมวัน ราชเทวี เทเวศน์ สพานควาย พระขโนง ฯลฯ ที่พม่ามีศูนย์การค้าขนาดไม่ใหญ่นักแต่มีลักษณะเป็นล็อคๆ มีของขายหลากหลาย ที่ได้มีโอกาสไปเยี่ยมดูคือ “Go Aung San Market” หรือที่คนไทยชอบเรียกกันว่า “ตลาดสก็อต” มีทั้งเสื้อผ้า เครื่องสำอาง หยก หินแกะสลักต่างๆ ไม่มีแอร์เหมือนห้างสรรพสินค้าบ้านเรา

ภัตราคารไทย water library ในพม่า

ส่วนถนนหนทางโดยทั่วไปแล้วยังคงต้องพัฒนาอีกจำนวนมาก เพราะลักษณะถนนยังไม่เรียบทำให้รู้สึกเสทือนจนคณะตัดสินใจยกเลิกการเดินทางไปเที่ยว “Golden Rock” หรือ “พระธาตุอินทร์แขวน” เพราะใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมงกลับอีก 6 ชั่วโมงและเนื่องจากถนนอาจไม่ดีนักคณะซึ่งส่วนใหญ่เป็นพวกหนุ่มน้อยอาจถูกรถกระแทกจนงอมก็ได้ ความจริงแล้วพระธาตุอินทร์แขวนได้รับการแนะนำให้ไปชม แต่เพราะการวางแผนครับเลยต้องงดเพื่อรักษาสุขภาพ

สำหรับอาหารการกินสำหรับนักท่องเที่ยวไทย อาจอยากทานอาหารไทยมีร้านอยู่หลายแห่งครับราคาจัดว่าไม่แพงนักเมื่อเทียบกับที่ไทย ทานกัน 4-6 คนค่าอาหารอยู้ที่ประมาณ 1,500-2,000 บาท ถือว่าไม่แพงนักสำหรับร้านอาหารที่จัดว่าดุดีในสายตานักท่องเที่ยว สำหรับคณะของพวกเราได้ถามหากุ้งและกั้งของพม่าเลยได้โอกาสไปลองชิมดูหนึ่งมื้อถือว่าคุ้ทครับสำหรับกั้งที่มีคุณภาพคับแก้วของพม่า

สรุป

จากสภาพปัจจุบันอาจเทียบได้ว่าพม่าหรือเมียนม่า (Myanmar) นั้นมีสภาพล้าหลังกว่าประเทศไทยประมาณ 30-40 ปี แต่เนื่องจากพม่ามีทรัพยากรจำนวนมากและยังไม่ได้ถุกนำมาใช้ จึงอยากเชื่อว่าถ้าหากนักการเมืองพม่าตั้งใจพัฒนาประเทศอย่างดีแล้ว น่าจะสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับพม่าได้อย่างรวดเร็ว ต้องไม่ลืมว่าพม่าเองมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าของไทยมาก มีศิลปวัฒนธรรม มีทรัพยากรธรรมชาติ แก๊สธรรมชาติ หินมีค่าต่างๆเช่นหยก พลอยประเภทต่างๆ มีพื้นที่ราบกว้างใหญ่เหมาะสำหรับการเพาะปลูก มีทะเล ภูเขา แถมยังมีฤดูกาลหิมะตกอีกด้วย มีประชากรไม่มากไม่น้อยประมาณ 54 ล้านคนถือว่ามีขนาดตลาดภายในใหญ่ในระดับพอสมควร

สิ่งที่ได้ยินจากเพื่อนชาวญี่ปุ้นแล้วอดกังวลกับประเทศไทยไม่ได้คือ พม่าได้เน้นการศึกษาด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษา ดังนั้นถ้าหากผู้นำพม่าวางแผนการพัฒนาประเทศเป็นอย่างดี ภายใน 20 ปีข้างหน้า พม่าจะเปลี่ยน “Look” จนไทยอาจไม่ใช่คู่แข่งเลยก็ได้

Tags: , ,

Leave a Reply

พระแก้วมรกตจำลองเครื่องทรงฤดูร้อนจากนิลดำ

พระบรมมหาราชวัง เป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สำคัญ

พระที่นั่งไอย์ศูรย์ทิพยอาสน์ พระราชวังบางปะอิน

หุ่นกระบอกงานหัตถกรรมช่างฝีมือไทย

รถยนต์ประหยัดพลังงานไฮบริดระหว่างไฟฟ้า 100% และน้ำมัน

ไหมไทยกับแฟชั่น เอกลักษณ์เด่นของไทย

เรือไม้ประดิษฐ์

Metal Crafting

Gallery

pr-600-400-king-3 photo-vr-resize-1000-handicraft-2 pr-600-400-king-8 dsc01366

เรียนภาษาอังกฤษ

English Speaking Youtube

มูลนิธิสัมมาชีพ

ตลาดหุ้นไทย

ตลาดหุ้นโลก

อัตราแลกเปลี่ยน ธปท

อัตราแลกเปลี่ยน

The Japan Times

Asahi Shimbun English

Chinadaily

Xinhua News

Koreatimes

Korea Herald

Aljazeera

หนังสือพิมพ์ข่าว

ข่าวหุ้นออนไลน์

ข่าวหุ้น

World Economic Forum

world bank

UA-28221961-1