การค้าต่างประเทศเดือนตุลาคม 2556

Saturday, November 30, 2013
By admin
FacebookTwitterGoogle+LinkedInGoogle BookmarksGoogle GmailYahoo MailShare

การค้าต่างประเทศเดือนตุลาคม 2556

การค้าระหว่างประเทศของไทยที่เป็นพลังขับดันเศรษฐกิจตั้งแต่การเกิดวิกฤษเมื่อปี 2540 ทำให้อัตราการส่งออกของไทยขยายตัวค่อนข้างสูงขณะเดียวกันกับการนำเข้าในสัดส่วนที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ไทยได้เปรียบดุลการค้าอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลากว่า 10 ปี และที่สำคัญคือส่งผลให้นักลงทุนต่างประเทศให้ความสนใจกับการลงทุนในประเทศไทยเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนในตลาดทุน ซึ่งเหล่านี้เป็นผลพวงหนึ่งที่เพิ่มเงินสำรองและช่วยทำให้ไทยมีเงินสำรองระหว่างประเทศสูงขึ้นถึงประมาณ 220 พันล้านเหรียญสหรัฐฯในปีช่วงปี 2552-2553

อย่างไรก็ตามจากการบริหารประเทศในยุคหลังปี 2540 เป้นต้นมา นโยบายการบริหารประเทศส่วนใหญ่เป็นลักษณะประชานิยม ทำให้ประเทศไทยขาดการสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจและพื้นฐานทางการศึกษา การที่เศรษฐกิจไทยเจริญเติบโตได้ส่วนใหญ่เกิดการท่องเที่ยวและจากการย้ายฐานผลิตจากต่างประเทศ ทำให้ภาคการส่งออกไทยค่อนข้างจะเข้มแข็ง แต่เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีของผลิตภัณฑ์ต่างๆอย่างมากมายและรวดเร็วในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เช่น การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีแบบแอนาล็อกเป็นดิจิตอล ประกอบกับการพัฒนาด้านการสื่อสาร ทำให้เกิดรูปแบบการสื่อสารเชิงมัลติมีเดีย ส่งผลให้ภาคการผลิตสินค้าอิเลคทรอนิคต่างๆของไทยต้องล้าสมัยไม่สามารถแข่งขันได้ ประกอบกับการพัฒนาของกลุ่มประเทศอื่นๆในโลก ทำให้เกิดการย้ายฐานผลิตหรือการสั่งสินค้าจากไทยลดลง เมื่อเกิดน้ำท่วมใหญ่ในประเทศไทยเมื่อปลายปี 2554 ซึ่งหลายๆคนตั้งสมมุติฐานว่าเกิดจากความสามารถและความไม่เป็นเอกภาพในการแก้ปัญหาของไทย ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาคการผลิตเพื่อการส่งออกจำนวนมาก ส่งผลกระทบต่อการลงทุนและการย้ายฐานผลิตของไทย ยังโชคดีที่การท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมด้านอาหารยังสามารถเป็นส่วนของพลังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่กำลังถดถอย ทำให้ไทยยังมีโอกาสเจริญเติบโตได้ในปี 2556 เล็กน้อย

ผลการค้าในรูปเงินบาท

การส่งออกในเดือนตุลาคม 2556 เป็นเงิน 603,082 ล้านบาทสูงขึ้นกว่าเดือนตุลาคม 2555 ซึ่งส่งออกได้ 597,455 ล้านบาทหรือส่งออกสูงขึ้น 0.9% และเมื่อรวมยอดการส่งออกในช่วงเวลา 10 เดือนของปี 2556 ซึ่งมีมูลค่ารวม 5,758,426 ล้านบาทต่ำกว่ายอดส่งออกของช่วงเวลาเดียวกันของปี 2555 ซึ่งมีการส่งออกเป็นมูลค่า 5,934,455 ล้านบาทหรือการส่งออกมีมูลค่าลดลง -3.0%

ส่วนการนำเข้าในเดือนตุลาคม 2556 นำเข้าเป็นมูลค่า 666,151 ล้านบาทลดลงจากปีก่อนซึ่งนำเข้าเป็นมูลค่า 692,862 ล้านบาทหรือลดลงเท่ากับ -3.9% เมื่อรวมยอดการนำเข้าทั้งหมด 10 เดือนรวมกันเป็นมูลค่า 6,432,366 ล้านบาทนำเข้าลดลงกว่ายอดรวมในช่วงเดียวกันของปี 2555 ซึ่งรวมเป็นมูลค่า 6,514,076 ล้านบาทหรือมีการนำเข้าลดลง -1.3%

จากมูลค่านำเข้าในเดือนตุลาคม 2556 ที่เพิ่มสูงขึ้นกว่าการส่งออกของเดือนเดียวกันทำให้เกิดการเสียดุลการค้าสูงถึง -63,069 ล้านบาทและส่งผลให้เกิการขาดดุลการค้าตั้งแต่ต้นปี 2556 เป็นมูลค่า -673,940 ล้านบาทซึ่งสูงประมาณ 6-7% ของ GDP

ผลการค้าในรูปเงินตราต่างประเทศ

การส่งออกของเดือนตุลาคม 2556 เป็นเงินตราต่างประเทศปรากฏว่ามูลค่าการส่งออกเท่ากับ 19,394 ล้านเหรียญลดลงจากเดือนเดียวกันปี 2555 ซึ่งส่งออกได้ 19,524 ล้าเหรียญหรือลดลงเท่ากับ -0.7% เมื่อรวมยอดส่งออกทั้งหมดตั้งแต่มกราคมถึงตุลาคม 2556 ส่งออกได้รวม 191,533 ล้านเหรียญใกล้เคียงกับยอดส่งออกรวมในช่วงเดียวกันของปี 2555 ซึ่งส่งออกได้เท่ากับ 191,580 ล้านเหรียญหรือน้อยกว่ากันเพียง 47 ล้านเหรียญเท่านั้น

ส่วนการนำเข้าในเดือนตุลาคม 2556 ม่มูลค่าเท่ากับ 21,164 ล้านเหรียญต่ำกว่าเดือนเดียวกันของปี 2555 ซึ่งนำเข้าเท่ากับ 22,365 ล้านเหรียญหรือนำเข้าลดลงเท่ากับ -5.4% และเมื่อรวมยอดนำเข้าในช่วง 10 เดือนของปีนี้จะมีมูลค่าเท่ากับ 211,451 ล้านเหรียญสูงกว่ายอดนำเข้าของช่วงเดียวกันของปี 2555 ซึ่งนำเข้ามูลค่า 208,075 ล้านเหรียญหรือมียอดนำเข้าสูงขึ้น 1.6%

จากการนำเข้าในเดือนตุลาคมปี 2556 สูงกว่าการส่งออกทำให้มีการขาดดุลการค้าสูงประมาณ -1,770 ล้านเหรียญและเมื่อรวมยอดขาดดุลทั้งหมดตั้งแต่ต้นปีจะมีมูลค่าเท่ากับ -19,917 ล้านเหรียญ

การวิเคราะห์

จากการวิเคราะห์การส่งออกของไทยที่มีแนวโน้มลดลงและการขาดดุลการค้าที่สูงมาก แสดงให้เห็นว่าความสามารถในการแข่งขันของภาคการผลิตไทยลดลงตั้งแต่ปี 2554 อย่างเห็นได้ชัด การขาดดุลที่ค่อนข้างสูงในปี 2555 และปี 2556 บอกได้ว่าได้เกิดการย้ายฐานการผลิตสินค้ากลุ่มสำคัญๆออกไปจากประเทศ ในขณะที่ภาคสินค้าเกษตรและกลึ่มอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานสูงก็ไม่สามารถแข่งขันได้ในเรื่องราคา ทำให้ไม่สามารถแข่งขันได้ การส่งออกจึงชลอลง

นอกจากนั้นเรายังได้นำเข้าสินค้าอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานสูงมาจำหน่ายในประเทศเนื่องจากราคาถูกกว่า ประกอบกับค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเนื่องจากการไหลเข้าของเงินตราต่างประเทศเพื่อการลงทุนในตลาดทุน ทำให้ผู้ผลิตกลุ่ม SMEs ต้องเผชิญปัญหา 2 ทางคือ อัตราค่าแรงงานที่เพิ่มสูงขึ้นตามนโยบายของรัฐบาลส่งผลต่อต้นทุนสินค้าและอัตราค่าเงินบาทที่แข็งขึ้นทำให้ราคาส่งออกแพงขึ้นไม่สามารถแข่งขันได้กับสินค้านำเข้าที่ถูกลง รัฐบาลและธนาคารแห่งประเทศไทยซึ่งมีหน้าที่ในการบริหารจัดการเกี่ยวกับค่าเงินไม่เข้าใจแนวทางปฏิบัติ อีกทั้งภาครัฐก็ไม่สามารถประเมินขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทย

เชื่อว่าประเทศไทยจะยังมีปัญหาเกี่ยวกับความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไปอีกระยะหนึ่งซึ่งยากที่จะคาดเดา เพราะเศรษฐกิจไทยจะต้องชลอตัวลงจนอัตราค่าเงินบาทอ่อนลงจนหลายๆอุตสาหกรรมสามารถแข่งขันได้ เช่น สินค้าเกษตร กลุ่มอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงาน การท่องเที่ยวไทย ส่งความหวังในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ไทยให้เกิดความแตกต่างและสามารถเรียกราคาได้นั้นอาจเป็นไปได้บ้างแต่เชื่อว่าไม่มากนัก

ทางออกที่สำคัญคือไทยคงต้องปรับโครงสร้างภาคการผลิตอย่างจริงจัง สนับสนุนอุตสาหกรรมบริการที่เกิดจากการใช้ความรู้ความสามารถของคนรุ่นใหม่ในเรื่องเทคโนโลยีและความรู้ใหม่ๆในการพัฒนาสินค้าที่มีมูลค่าสูงขึ้น เช่นการสนับสนุนให้เขียนโปรแกรมประยุคการใช้งาน การประยุคเทคโนโลยีในการพัฒนาสินค้าประเภทออโตเมชั่น เร่งพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้สามารถเข้าถึงได้ง่าย มีเรื่องเล่าประกอบทำให้เกิดความสนุกสนานหรือน่าสนใจ เป็นต้น

ที่สำคัญนโยบายต่างๆของภาครัฐนั้นต้องเน้นในเรื่องการพัฒนาที่จะส่งผลสท้อบกลับในเรื่องคุณค่าหรือมูลค่าเชิงเศรษฐกิจ ไม่ใช่ใช้นโยบายประชานิยมเพื่อคะแนนเสียงทางการเมืองซึ่งไม่สามารถส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจอย่างมั่นคงและยั่งยืน

สรุป

การค้าต่างประเทศของไทยอาจเป็นปัจจัยที่เป็นปัญหาต่อเศรษฐกิจไทยในระยะเวลาไม่นาน เพราะถ้าหากเกิดการขาดดุลจำนวนมากอย่างต่อเนื่องจะส่งผลต่อปัจจัยดัชนีมหภาคตัวอื่นๆ ดุลบัญชีเดินสะพัด ดุลการชำระเงิน จะกระทบต่อเงินสำรองระหว่างประเทศ ต่อรายได้ของประเทศ ดุลงบประมาณ ฯลฯ รัฐบาลจำต้องเร่งพัฒนาการศึกษา เร่งพัฒนานโยบายที่ส่งผลต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจระยะกลางและระยะยาว พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาการศึกษาด้านเทคโนโลยีและความคิดเชิงนวัตกรรม หวังว่าภาวะเศรษฐกิจไทยคงไม่ล่มสลายเพราะเหตุแห่งปัญหาทางการเมือง

Tags:

Leave a Reply

พระแก้วมรกตจำลองเครื่องทรงฤดูร้อนจากนิลดำ

พระบรมมหาราชวัง เป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สำคัญ

พระที่นั่งไอย์ศูรย์ทิพยอาสน์ พระราชวังบางปะอิน

หุ่นกระบอกงานหัตถกรรมช่างฝีมือไทย

รถยนต์ประหยัดพลังงานไฮบริดระหว่างไฟฟ้า 100% และน้ำมัน

ไหมไทยกับแฟชั่น เอกลักษณ์เด่นของไทย

เรือไม้ประดิษฐ์

Metal Crafting

Gallery

dsc01363 dsc01367 pr-600-400-king-18 photo-vr-resize-1000-handicraft-1

เรียนภาษาอังกฤษ

English Speaking Youtube

มูลนิธิสัมมาชีพ

ตลาดหุ้นไทย

ตลาดหุ้นโลก

อัตราแลกเปลี่ยน ธปท

อัตราแลกเปลี่ยน

The Japan Times

Asahi Shimbun English

Chinadaily

Xinhua News

Koreatimes

Korea Herald

Aljazeera

หนังสือพิมพ์ข่าว

ข่าวหุ้นออนไลน์

ข่าวหุ้น

World Economic Forum

world bank

UA-28221961-1