เปรียบเทียบนิสัยคนเยอรมันและคนไทย

Sunday, November 17, 2013
By admin
FacebookTwitterGoogle+LinkedInGoogle BookmarksGoogle GmailYahoo MailShare

เปรียบเทียบนิสัยคนเยอรมันและคนไทย

ตอนแรกได้คัดลอกจาก FB ของหมอพรหมมินทร์ เลิศสุริยเดช ส่วนตอนหลังเป็นความเห็นของตนเองที่เกิดจากการสังเกตุและบอกเล่าของเพื่อนฝูงหรืออ่านจากข้อเขียนของหลายๆท่าน อ่านดูแล้วถ้าเราไม่เป็นอย่างที่เขียนก็ลืมไปเสีย ถ้าเป็นอย่างที่เขียนก็ลองปรับตนเองให้เป็นน้อยลงหรือไม่เป็นเลย

บอกได้เลยนะว่าส่วนที่เป็นความเห็นนั้น บางครั้งผมเองก็เป็นโดยเฉพาะตอนขันรถ เพราะถ้าไม่เบียดหรือแซงก็ไม่ได้ไปแถมโดนคันหลังบีบแตรไล่อีกด้วย เวลาประชุมบ่อยครั้งต้องแอบดูโทรศัพท์เหมือนกันเพราะเวลาปิดเสียงไม่ได้ยินและเครื่องไม่สั่นให้รู้สึกตัวด้วย พฤติกรรมแบบนี้เรียกว่านิสัยไม่ดีครับ อย่าเอาอย่าง

ดังนั้นการเล่านิสัยคนไทยจึงเป็นการวิจารณ์นิสัยตนเองด้วยเหมือนกัน

นิสสัยคนเยอรมัน

ชาวเยอรมัน

» BBC ไขความลับ อุปนิสัยพื้นฐานของ…ชนชาติเยอรมัน

ด้วยความที่อุปนิสัยใจคอของคนไทย มีความแตกต่างหรือแทบจะตรงกันข้ามกับคนเยอรมันในทุก ๆ เรื่อง

วันนี้…จึงขอนำเสนอสารคดีจาก BBC ของอังกฤษชุด “Make me a German” ซึ่งถ่ายทอดเรื่องราวของครอบครัวนักข่าวชาวอังกฤษ ที่ประกอบด้วยสามี ภรรยา และลูกน้อย ที่ยินดีจะไปใช้ชีวิตในเยอรมนี

เพื่อค้นหาความลับว่า…อะไรที่ทำให้ประเทศนี้ประสบความสำเร็จทางด้านเศรษฐกิจได้ดีขนาดนี้

(เยอรมนีเป็นพี่เบิ้มของยุโรป ปัญหา Euro Zone ที่ยังประคับประคองกันได้อยู่ ก็อาศัยประเทศหลักอย่างเยอรมนี และยังเป็นผู้นำการส่งออกอันดับสามของโลกอย่างเครื่องไฟฟ้า เครื่องซักผ้า เบียร์ Mercedes Benz รถไฟฟ้าความเร็วสูง)

======

สองสามีภรรยาชาวอังกฤษได้ค้นพบว่า ระดับหนี้สินต่อครัวเรือนของคนเยอรมันอยู่ในระดับต่ำมากที่สุดในยุโรป ชาวบ้านทั่วไปนิยมใช้จ่ายด้วยเงินสดมากกว่าบัตรเครดิต

ธนาคารไม่อนุมัติบัตรเครดิตให้กันง่าย ๆ ในขณะที่ชาวเยอรมันก็ไม่ต้องการได้บัตรเครดิตง่าย ๆ เช่นกัน

ทั้งยังสามารถออมเงินได้ 10% ของเงินเดือนแทบทุกคน

ผู้คนส่วนใหญ่มีเงินฝากในธนาคารเป็นกอบเป็นกำทำให้ระบบการหมุนเวียนของเงินกู้กับเงินฝากสมดุลกันได้ดี

คนเยอรมันไม่นิยมเอาบ้านหรือรถยนต์ไปจำนองเพื่อนำเงินมาทำธุรกิจ เพราะถือว่าเป็นความเสี่ยงที่อาจจะสูญเสียทรัพย์สินที่มีอยู่

คนเยอรมันใช้เวลาทำงานต่อสัปดาห์น้อยกว่าคนในชาติอื่น ๆ ทั่วโลก แต่ได้ประสิทธิภาพมากกว่า การทำงานล่วงเวลาถูกมองว่าเป็นสิ่งไม่เหมาะสม เนื่องจากการให้เวลากับครอบครัวหลังเลิกงานถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมาก

เวลาแปดชั่วโมงต่อวัน คนเยอรมันทำงานอย่างจริงจังในเวลางาน ไม่เสียเวลาไปกับการพูดคุยเรื่องอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวกับงาน อีเมลล์ส่วนตัว Facebook และโทรศัพท์มือถือ …เป็นที่รู้กันว่าไม่ควรใช้ในชั่วโมงทำงาน

======

นักข่าวชาวอังกฤษที่ไปทำงานในโรงงาน Faber & Castel ที่เยอรมนี ยังถูกต่อว่าจากเพื่อนร่วมงานทันทีที่หยิบโทรศัพท์เพื่อต้องการส่ง SMS แค่ครั้งเดียว

หญิงสาวชาวอังกฤษผู้หนึ่งยังให้สัมภาษณ์ว่า ชีวิตในที่ทำงานที่นี่เขาจริงจังกันมาก ไม่มีการพูดคุย นินทา ไม่อยากรู้อยากเห็นว่าใครเป็นแฟนใคร ใครเลิกกับใคร ใครจะไปออกเดทกับใคร

ไม่แม้แต่จะเล่าเรื่องละครทีวีที่ดูเมื่อคืน เลิกงานแล้วจะไปไหน จะไปทานดินเนอร์กับใคร ก็ไม่มีการพูดคุยกัน

การมาทำงานสายจะถูกมองว่าเป็นคนไม่รักษาสัญญา จะมาสายสามนาทีหรือสามสิบนาที ก็ถือว่าเป็นคนไม่มีคุณภาพเพราะขาดความเคารพต่อตัวเองและองค์กร

สองในสามของคุณแม่มือใหม่จะไม่ทำงานนอกบ้าน การบอกว่าเป็น Housewife ในประเทศอื่น ๆ อาจจะรู้สึกเขินอายเหมือนว่าตนเองไม่มีงานทำ แต่ที่นี่มีแต่ความภาคภูมิใจหากจะได้เป็น Housewife

รัฐบาลให้สวัสดิการดีกับคุณแม่ที่ต้องออกจากงาน ทั้งนี้ก็เพื่อต้องการให้แม่ได้เลี้ยงดูลูกด้วยตนเอง การให้เวลากับลูกถือเป็นสิ่งสำคัญ

ในวันอาทิตย์ ร้านรวงทั่วไปตามแหล่ง Shopping จะปิดเงียบ เพื่อให้ผู้คนส่วนใหญ่มีเวลาอยู่กับครอบครัว เมื่อสถาบันครอบครัวแข็งแรงประเทศชาติก็จะแข็งแรง

======

ระดับองค์กร ในยามยากของเศรษฐกิจ บริษัทส่วนใหญ่ไม่ใช้วิธีการ Lay off พนักงาน ไม่นิยมการปลดคนงานออกแบบกระทันหัน เพื่อความอยู่รอดของบริษัท

อาจจะเรียกว่าเป็นวัฒนธรรมองค์กรไปเสียแล้วที่บริษัทจะเป็นห่วงความอยู่รอดของพนักงานก่อน เพื่อที่จะได้ช่วยกันประคองให้บริษัทอยู่รอด

พนักงานยินดีที่จะถูกลดรายได้อย่างพร้อมเพียงกันเพื่อให้ทุกคนอยู่ได้และบริษัทอยู่รอด

สิ่งนี้จึงสะท้อนให้เห็นถึงการรักพวกพ้อง รักองค์กร และรักชาติในที่สุด

สังเกตได้จากทีมชาติฟุตบอลของเยอรมนี จะไม่ค่อยมีดาวเด่นที่โด่งดังระดับโลก แต่ก็สามารถคว้าแชมป์โลกได้ถึง 3 สมัย ด้วยทักษะการเล่นอย่างเป็นทีมเวิร์คมากกว่าความสำเร็จจากความสามารถเฉพาะบุคคล

ใช่เลยครับ การใช้ชีวิตแบบพอเพียง ประหยัด จริงจังในหน้าที่ มีระเบียบวินัย ตรงต่อเวลา มีความรับผิดชอบสูง รักครอบครัว รักพวกพ้อง รักชาติ

เหล่านี้ล้วนเป็นอุปนิสัยขั้นพื้นฐานที่คนส่วนใหญ่ในเยอรมนีได้ปฏิบัติสืบต่อกันมา โดยไม่จำเป็นต้องมียุทธศาสตร์ใหม่ ๆ อะไรที่แปลกแหวกแนวมากระตุ้นเศรษฐกิจให้เฟื่องฟูอย่างที่ประเทศอื่น ๆ ชอบทำกัน

(เข้าชมสารคดีนี้ได้ที่ http://youtu.be/9bTKSin4JN4 Make me a German)

======
Credit : บุญชัย ปัณฑุรอัมพร – CEO Blogs กรุงเทพธุรกิจ

นิสัยคนไทย

ม็อปซ้อมตำรวจ

คราวนี้ลองหันมาดูคนไทย

เริ่มต้นที่นิสัยก่อนนะครับ คนไทยหน้าใหญ่ แต่งงาน บวชพระ ทำศพ ต้องมีพิธีกรรมใหญ่โต บางครอบครัวไม่มีเงินก็ยังไปกู้เงินมา ทำให้เป็นหนี้เป็นสิน

คนไทยจำนวนมากนิยมทำบัตรเครดิต บางคนมีไว้หลายๆใบ บางคนมีไว้สำหรับกดเงินจาก ATM ซึ่งต้องเสียดอกจำนวนมหาศาล บางคนมีไว้เพื่อความเท่ห์ แสดงให้คนทั่วไปเห็นว่าตนเองมีเครดิต บางคนบัตรเครดิตธรรมดาไม่เอาต้องเป็นบัตรพิเศษ Platinum หรือ Gold หรือพิเศษกว่านั้นอีก กดเงินได้ครั้งละครึ่งล้านทั้งๆที่คนพวกนี้ไม่ใช้เงินสด

ธนาคารเองก็โทรกระตุ้นให้คนใช้บัตรเครดิต บางครั้งมีแล้วแต่ก็ขอให้เอาอีกเพราะไปร่วมแคมเปญกับบริษัท ทำให้เกิดการใช้เงินเกินตัวในหมู่คนไทย เมื่อไม่มีเงินจ่ายธนาคารก็คิดดอกเบี้ย หากินจากการขูดรีดคนจน คนจนก็ไม่รู้จักประมาณตน

ในระดับองค์กร เรื่องการทำงานหรือการประชุม คนไทยมีข้ออ้างตลอดเวลา รถติดมากทำให้มาไม่ทัน ถึงที่ทำงานทั้งๆที่สายแล้วยังต้องออกไปกินข้าวก่อน เป็นพฤติกรรมที่เหลือเชื่อจริงๆ เวลาทำงานจำนวนมากเอามือถือขึ้นมาดู ดูหุ้นบ้าง ดูไลน์บ้าง ดูเฟสบุ๊คบ้าง ถ้าแค่ดูแล้วรู้ไว้คงไม่เท่าไร แต่บางครั้งคุยหรือติดต่อกันเป็นเวลานานโดยไม่เกรงใจว่านี่เป็นเวลางานนะ ใกล้เลิกงานก่อนประมาณ 10-15 นาที ต้องเตรียมตัวกลับบ้านแต่งหน้า เข้าห้องน้ำ รวมความว่าเวลาทำงาน 8 ชม.ต่อวัน ทำจริงๆแค่ 4-5 ชม.เท่านั้นเอง ชาวต่างประเทศที่มาลงทุนในประเทศไทยจึงเคยเปรียบเทียบถึงประสิทธิภาพการทำงานว่า เมื่อเทียบระหว่างคนไทยกับคนสิงคโปร์ เกาหลี หรือญี่ปุ่นแล้ว คนไทยมีประสิทธิภาพเพียง 1 ใน 2 หรือ 3 ของชาวต่างชาติที่กล่าวไว้ นี่คือข้อเท็จจริงที่ได้ยินกับหูของตนเอง

พูดถึงความมีระเบียบวินัย ดูได้จากการขับรถ ถ้าแซงได้เป็นแซง ไม่ยอมขับตามกันไป ฝ่าไฟแดงได้เป็นฝ่าไม่เกรงกลัวกฏหมาย หลายคนเมื่อได้ใบสั่งก็เอาไปให้เพื่อนตำรวจหรือผู้ใหญ่จัดการ พวกที่ครอบครัวร่ำรวย มีอิทธิพลขนาดขับรถชนคนตายยังหาตัวแทนเข้าคุกแทนได้ เมื่อเข้าทางแยกแทนที่จะสลับกันไปทีละคันก็ไม่ยอม บางครั้งมีเครื่องกั้นห้ามเลี้ยวขวาก็อุตส่าห์เลยไปนิดหน่อยแล้วกลับรถ เห็นแล้วอนาจใจจริงๆ

ลองมามองระดับสติปัญญาในการวิเคราะห์ วิจารณ์ในระดับประเทศเลยดีกว่า นักการเมืองจำนวนมากโกงแล้วรวย แต่ทั้งๆที่รู้ว่าเป็นคนโกง (แม้อาจจะยังไม่มีหลักฐานจัดการเพราะระบบการตรวจสอบการทุจริตของไทยใช้ไม่ได้) ก็ยังเลือกเข้าไปเป็น สส. บางคนมีประวัติทั้งเป็นนักเลงแถมยังคดโกงชาติโกงแผ่นดินมากมาย แต่ความที่เป็น สส.ทำให้มีเอกสิทธิ ตำรวจจับเข้าคุกไม่ได้สักที กระบวนการยุติธรรมในการพิจารณาโทษก็เยิ่นยาว บางคดี 3 ศาลใช้เวลากว่า 10-20 ปี นักการเมืองบางคนมีประวัติการโกงยาวเฟื้อยเลยยังมีหน้ามาปลุกม็อปกล่าวหาคนอื่นโกง หน้าด้านจริงๆ คนทั่วไปก็เชื่อนะครับว่าเป็นคนโกง แต่ก็ยังยอมให้ปั่นสมอง เห็นแล้วอนาจใจจริงๆ  อย่างนี้ประเทศไทยจะไปถึงไหนกันเนี่ย

ถ้าเขียนเล่ากันจริงๆคงยาวนะ

แล้วเราจะแก้ปัญหาอย่างไร ง่ายๆนะครับ

1. อย่าทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

2. วิเคราะห์สิ่งที่เขาบอกด้วยเหตุและผล

3. ทำตนให้เป็นตัวอย่างที่ดีแก่ทุกๆคน

การเข้าไปแก้หรือสั่งสอนคนอื่นคงไม่ง่ายนัก ที่ง่ายที่สุดคือแก้ที่ตนเอง สั่งสอนตนเอง แล้วเราจะภูมิใจในตนเอง สู้ สู้ นะครับ

Tags: ,

Leave a Reply

พระแก้วมรกตจำลองเครื่องทรงฤดูร้อนจากนิลดำ

พระบรมมหาราชวัง เป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สำคัญ

พระที่นั่งไอย์ศูรย์ทิพยอาสน์ พระราชวังบางปะอิน

หุ่นกระบอกงานหัตถกรรมช่างฝีมือไทย

รถยนต์ประหยัดพลังงานไฮบริดระหว่างไฟฟ้า 100% และน้ำมัน

ไหมไทยกับแฟชั่น เอกลักษณ์เด่นของไทย

เรือไม้ประดิษฐ์

Metal Crafting

Gallery

pr-600-400-king-3 pr-600-400-king-11 dsc01364 dsc01366

เรียนภาษาอังกฤษ

English Speaking Youtube

มูลนิธิสัมมาชีพ

ตลาดหุ้นไทย

ตลาดหุ้นโลก

อัตราแลกเปลี่ยน ธปท

อัตราแลกเปลี่ยน

The Japan Times

Asahi Shimbun English

Chinadaily

Xinhua News

Koreatimes

Korea Herald

Aljazeera

หนังสือพิมพ์ข่าว

ข่าวหุ้นออนไลน์

ข่าวหุ้น

World Economic Forum

world bank

UA-28221961-1