การรับจำนำข้าว คำอธิบายจาก บุญทรง เตริยาภิรมย์

Sunday, June 9, 2013
By admin
FacebookTwitterGoogle+LinkedInGoogle BookmarksGoogle GmailYahoo MailShare

การรับจำนำข้าว คำอธิบายจาก บุญทรง เตริยาภิรมย์

นายกรัฐมนตรีกับโครงการรับจำนำข้าว จะตัดสินใจหรือเฉยเมย ?

ข่าวการวิจารณ์เกี่ยวกับเรื่องข้าวนั้นเป็นเรื่องของการรับจำนำข้าวและการประกันราคาข้าว ซึ่งเป็นแนวนโยบายที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนระหว่างพรรคการเมืองใหญ่สองพรรคและต่างก็สนับสนุนแนวทางของตนและโจมตีแนวทางของอีกฝ่ายหนึ่งจนประชาชนทั่วไปต่างสับสนว่าโครงการใดดีกว่ากันแน่ อย่างไรก็ตามเสียงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับปัญหาการรับจำนำข้าวนั้น อาจแยกเป็นประเด็นหลักๆ 2 ประเด็น คือ  ปัญหาการเกิดคอรัปชั่นซึ่งเชื่อกันว่าควบคุมได้ยาก อีกทั้งการใช้วงเงินงบประมาณค่อนข้างสูงมากหลายแสนล้าน จนอาจเป็นประเด็นปัญหาในเรื่องความเสี่ยงต่องบประมาณแผ่นดิน ปัญหาต่อหนี้สาธารณะในอนาคต ในที่สุดจะส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ ส่วนการประกันราคาข้าวก็มีประเด็นว่าเป็นการจ่ายเงินโดยไม่มีหลักฐาน ไม่มีสินค้าเป็นตัวตน มีแต่การขาดทุนอย่างเดียว

ต้องเคลียร์โครงการรับจำนำข้าวให้ชัดเจน ไม่มีเหตุผลที่จะอ้างว่าสต๊อกข้าวเป็นความลับแล้ว

ผมเคยชมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ คุณบุญทรง เตริยาภิรมย์ว่าได้อธิบายเกี่ยวกับการรับจำนำข้าวได้ดีในการตอบประเด็นอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า มีการเตรียมตัวรับการอภิปรายได้ดี อย่างไรก็ตามได้ตั้งคำถามถึงการขายข้าวแบบ G to G โดยมีวิธีส่งข้าวหน้าโกดังซึ่งเป็นวิธีที่ไม่ถูกต้อง เป็นการเปิดโอกาสให้เกิดข้าวหมุนเวียนได้ง่ายและเป็นช่องทางการทุจริตของเหล่าพ่อค้าที่ร่วมมือกับนักการเมือง หลังจากนั้นผมก็เชื่อว่าถ้ารัฐบาลยิ่งลักษณ์ไม่สามารถอธิบายโครงการรับจำนำตั้งแต่การจัดการรับจำนำจนถึงการเก็บและการขายได้ดี คงจะมีระเด็นกล่าวหาว่ามีการทุจริตอย่างต่อเนื่องแน่นอน และต้องขอย้ำว่าโดยส่วนตัวสนับสนุนโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลเพราะเชื่อว่า ถ้าหากการบริหารจัดการได้ดี จะเกิดประโยชน์ต่อประเทศและเกษตรกรมากกว่าโครงการประกันราคามาก

นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ ผู้อภิปรายกล่าวหาการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว

นอกจากนั้นผมยังเคยเสนอให้รัฐบาลจัดทำงบดุลเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าวและโครงการประกันราคาข้าวไว้ ในเว็ปไซ้ท์ “http://www.creativevill.com/?p=5219”  เมื่อประมาณ 14 ตุลาคม 2555 เพราะเชื่อว่าโครงการรับจำนำข้าวเพื่อช่วยเหลือชาวนาของพรรคเพื่อไทยจะต้องเป็นประเด็นการเมืองอย่างแน่นอน เนื่องจากพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเป็นพรรคการเมืองฝ่ายตรงกันข้ามมีจุดยืนการช่วยเหลือชาวนาในรูปแบบการประกันราคาข้าว ดังนั้นการจัดทำงบดุลเกี่ยวกับโครงการข้าวจึงเป็นประเด็นสำคัญในการลดความขัดแย้งทางการเมืองที่นักการเมืองส่วนใหญ่มักจะพูดกันโดยใช้ความรู้สึกมากกว่าข้อเท็จจริง ทำให้ประชาชนสับสนและไม่สามารถใช้ดุลพินิจในการพิจารณาว่า โครงการใดดีกว่ากัน ซึ่งเรื่องลักษณะนี้นักการเมืองไทยถนัดนัก พูดให้ประชาชนสับสน พูดแบบผิดๆถูกๆ พูดบ่อยๆซ้ำๆซากๆในที่สุดประชาชนก็จะเชื่อเอง โดยขาดฐานข้อมูลพิจารณา

ผมไม่มีโอกาสรับฟังการอภิปรายเกี่ยวกับงบประมาณแผ่นดินในครั้งที่เพิ่งผ่านมา เพราะบังเอิญไม่อยู่ในประเทศไทย กลับมาก็ได้ติดตามดูจากข่าวหนังสือพิมพ์ซึ่งมีการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าวว่ามีผลขาดทุนมหาศาล ซึ่งจากข้อสรุปงบการเงินของโครงการรับจำนำข้าวของรองปลัดกระทรวงการคลัง คุณสุภา ปิยะจิตติ (จากข่าวครับ) ปรากฏว่ามีผลขาดทุนประมาณ 260,000 ล้านบาท ซึ่งฝ่ายพรรคเพื่อไทยโดยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ซึ่งมีรัฐมนตรีสองท่านที่ควรจะต้องรับผิดชอบเรื่องนี้เต็มๆคือ คุณกิตติรัตน์ ณ ระนอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและคุณบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แต่ทั้งสองท่านกลับไม่มีคำตอบที่ชัดเจน ทำให้เป็นที่สงสัยถึงวิธีการบริหารจัดการตลอดจนความโปร่งใสของโครงการรับจำนำข้าวและก็คงจะต้องอดทนสงสัยต่อต่อเนื่องไปยังโครงการสำคัญๆอื่นๆที่มีการใช้จ่ายวงเงินงบประมาณสูงของประเทศ ถ้าเป็นอย่างนี้แล้วโครงการบริหารจัดการน้ำซึ่งมีวงเงินงบประมาณการใช้จ่ายสูงถึง 350,000 ล้านบาท และโครงการเงินกู้เพื่อโครงสร้างพื้นฐานตาม พรบ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท รัฐบาลจะติดตามและบอกเล่าให้ประชาชนผู้สนใจได้รับทราบเป็นระยะตลอดเวลาการก่อสร้างได้อย่างไร หรือว่าจะปล่อยให้เกิดเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่าโครงการขาดความโปร่งใส มีการทุจริตประพฤติมิชอบที่จุดโน้นจุดนี้ขึ้นเป็นระยะๆหรืออย่างไร นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร (ซึ่งส่วนตัวผมเองเคยบอกหลายครั้งแล้วว่าเชื่อว่าเป็นผู้ที่มีความใสสะอาดในฐานะนักการเมืองหญิงที่เข้าสู่วงการเมืองใหม่) จะสั่งการอย่างไรเพื่อลดความคลางแคลงใจเกี่ยวกับวิธีการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลอย่างไรรวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นเกี่ยวกับความโปร่งใสให้กับประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศอย่างไร ความสงสัยและความคลางแคลงใจนี้เกิดขึ้นแล้วจากหลักฐานที่ ปปช.ได้ส่งหนังสือถึงรัฐว่า โครงการเงินกู้ 2 ล้านล้านบาทมีแนวโน้มเกิดการทุจริตได้ง่าย (ความจริงแล้ว พฤติกรรมของ ปปช.เองก็ทำให้เกิดข้อสงสัยในความเป็นกลางหรือความหวังดีขององค์กรอิสระที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการตรวจสอบ เพราะโครงการยังไม่เริ่มทำก็สงสัยเสียแล้ว แสดงให้เห็นว่า ปปช.ไม่มีเจตนาที่ดีต่อโครงการ ถ้ามีเจตนาดีจริง คงไม่ออกหนังสือในนามของคณะกรรมการ แต่สามารถออกหนังสือในนามส่วนตัวเพื่อเสนอแนะรัฐบาลได้ว่า ได้เห็นช่องโหว่ในการที่อาจเกิดการทุจริตได้อย่างไร และควรจะมีแนวทางป้องกันอย่างไร จึงอยากขอให้ ปปช.คิดให้มากกว่านี้ก่อนจะทำอะไรที่ทำให้ประชาชนมองว่า ปปช.เองขาดซึ่งความเป็นกลางซึ่งนำไปสู่ความเชื่อว่า ปปช.ขาดซึ่งความยุติธรรมได้)

ในการติดตามข่าวจากหน้าหนังสือพิมพ์และข่าวทีวีรวมทั้งช่อง DNN ของเสื้อแดงเองต่างเสนอข่าวเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าวซึ่งเป็นไปในแนวทางเดียวกัน มีประเด็นพอสรุปได้ดังนี้คือ

คุณกิตติรัตน์ ณ ระนอง กล่าวว่า วงเงินขาดทุน 260,000 ล้านบาทนั้น ไม่ได้เกิดจากโครงการรับจำนำข้าวอย่างเดียว แต่มียอดขาดทุนจากโครงการรับจำนำสินค้าเกษตรอื่นๆรวมอยู่ด้วย แต่ก็ไม่สามารถแจกแจงรายละเอียดว่าแล้วโครงการข้าวล่ะขาดทุนเท่าไร ทำไมไม่เอาผลสรุปของรองปลัดฯ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ ออกมาชี้แจง หรือถ้าหากประเด็นสรุปของกระทรวงการคลังยังไม่ชัดเจน ท่านเจ้ากระทรวงได้สั่งการลงไปอย่างไรบ้าง อย่าปกปิดข้อมูลเลยครับ ถ้าโครงการขาดทุนมากด้วยเหตุผลใด รัฐจะมีมาตรการในการแก้ไขอย่างไร นั่นคือประเด็นสำคัญ บริหารจัดการผิดพลาดหรือเกิดจากความไม่โปร่งใส สำหรับผมเองเห็นประเด็นการบริหารจัดการผิดพลาดซึ่งเกิดจากคำพูดของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์รวมทั้งจากปากท่านนายกเองในวันอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งที่ผ่านมา คือการขายข้าวแบบ G to G หน้าไซโล ซึ่งเชื่อว่าน่าจะนำมาซึ่งความไม่โปร่งใสในการบริหารจัดการ

คุณบุญทรง เตริยาภิรมย์ กล่าวว่า โครงการรับจำนำข้าวยังไม่จบโครงการ จึงไม่สามารถบอกได้ว่า โครงการดังกล่าวขาดทุนหรือไม่ เท่าไร แต่ได้มีการคืนเงินให้กระทรวงการคลังแล้ว 120,000 ล้านบาท และคลาดว่าประมาณปลายปี 2556 อาจคืนเงินได้อีกประมาณ 180,000 ล้านบาท และยังมีข้าวรอการขายอยู่ในโกดังอีกจำนวนหนึ่ง และน่าจะสามารถสรุปงบดุลของโครงการได้ในอีก 2 ปีข้างหน้า ฟังดูแล้วแปลกใจมากครับ คุณบุญทรงเคยเป็นถึงประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ เป็นนักธุรกิจภูธรที่จัดว่าประสบผลสำเร็จมากทีเดียว การดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์จึงจัดว่ามีคุณสมบัติเป็นที่ยอมรับได้ แต่สิ่งที่ไม่สามารถยอมรับได้คือการไม่ได้ประยุคหลักการการทำงบดุลทางธุรกิจมาใช้ คือหลักการง่ายๆ สินค้าคงคลังต้นงวด ยอดเงินที่ซื้อสินค้าเข้าใหม่ ยอดเงินที่ขายสินค้า และสินค้าคงเหลือ หรืออาจรวมค่าใช้จ่ายด้วยก็ได้ หรือว่าท่านรัฐมนตรีลืมหลักการนี้แล้วหลังจากเข้าสู่วงการเมือง สิ่งที่ท่านรัฐมนตรีพยายามอธิบายเองหรือให้รัฐมนตรีช่วยพาณิชย์อธิบายคือ โครงการจำนำข้าวให้ผลประโยชน์กับชาวนาไทยเป็นจำนวนมากซึ่งสามารถส่งผลต่อเศรษฐกิจโดยรวม ซึ่งเป็นคำตอบที่ซ้ำแล้วซ้ำอีก และก็คงไม่ปฏิเสธได้ว่า ไม่ว่าจะเป็นโครงการประกันราคาข้าวหรือโครงการรับจำนำข้าวต่างก็ส่งผลดีต่อชาวนาด้วยกันทั้งนั้น เพียงแต่ประเด็นการถกเถียงกันอยู่ที่ว่า โครงการใดส่งผลดีทั้งต่อชาวนาและต่อประเทศมากกว่ากัน และโครงการใดเปิดโอกาสให้มีการโกงได้ง่ายกว่ากัน ดังนั้นถ้าคำตอบของท่านรัฐมนตรีมีเพียงเท่านี้ก็คงไม่สามารถบอกได้ว่า โครงการรับจำนำข้าวดีกว่าโครงการประกันราคาข้าวของประชาธิปัตย์

การที่จะบอกว่าโครงการรับจำนำข้าวดีกว่าโครงการประกันราคาข้าวนั้น ท่านรัฐมนตรีพาณิชย์ต้องแสดงให้เห็นเป็นตัวตัวเลขที่คำนวณได้ว่า เงินรับจำนำข้าวต่อตันสูงกว่า ทำให้ชาวนาได้รับเงินมากกว่าการประกันราคา แต่รัฐบาลสามารถบริหารจัดการให้รัฐขาดทุนน้อยกว่าหรือใกล้เคียงกันกับจำนวนเงินที่รัฐบาลประชาธิปัตย์ใช้ในการประกันราคา ถึงจะสามารถตอบคำถามดังกล่าวได้อย่างภาคภูมิใจว่าโครงการรับจำนำดีกว่าโครงการประกันราคา ส่วนผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมนั้นก้ไม่ต้องสงสัย เพราะโครงการรับจำนำข้าวมีวงเงินหมุนเวียนมากกว่าการประกันราคา ย่อมส่งผลต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในภาพรวมที่ดีกว่าแน่นอน ผมจำได้ว่าผมได้เคยประเมินการขาดทุนจากโครงการรับจำนำข้าวไว้ประมาณ 80,000-100,000 ล้านบาทจากราคารับจำนำประมาณ 15,000 บาทต่อตันข้าวเปลือก ซึ่งเป็นจำนวนที่ใกล้เคียงกับจำนวนเงินที่ใช้ในการประกันราคาข้าวประมาณ 80,000-90,000 ล้านบาทถ้าคำนวณเป็นปีเช่นกันจากราคาประกันประมาณ 10,000 บาทต่อตันข้าวเปลือก ถ้าหากกระทรวงการคลังและกระทรวงพาณิชย์สามารถสรุปตัวเลขจากงบดุลเป็นเช่นนี้จริง การประกาศให้ประชาชนทราบจะทำให้ความสงสัยในเรื่องความสามารถในการบริหารของรัฐบาลหรือเรื่องความโปร่งใสก็จะลดลงหรือหมดสิ้นไปทันที

ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ครับ อยากขอให้ท่านสั่งการไปยังท่านรัฐมนตรีทั้งสอง คุณกิตติรัตน์ ณ ระนอง และคุณบุญทรง เตริยาภิรมย์ ให้รีบเคลียร์ปัญหาในข้อสงสัยเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าวเถอะครับ เพราะถ้าโครงการรับจำนำข้าวเกิดการขาดทุนมโหฬารจริงตามข่าว ท่านนายกฯเองก็คงต้องตัดสินใจยุบโครงการแล้วหาวิธีการอื่นๆช่วยเกษตรกรดีกว่า เพราะถ้าปล่อยให้โครงการดำเนินต่อโดยประเทศต้องสูญเสียงบประมาณจำนวนมากอาจส่งผลต่อเศรษฐกิจในระยะกลางหรือระยะใกล้นี้เลยก็ได้ สัญญาณที่ไม่ค่อยดีกำลังส่งประกายให้เห็นแล้วนะครับจะบอกให้

Tags: ,

Leave a Reply

พระแก้วมรกตจำลองเครื่องทรงฤดูร้อนจากนิลดำ

พระบรมมหาราชวัง เป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สำคัญ

พระที่นั่งไอย์ศูรย์ทิพยอาสน์ พระราชวังบางปะอิน

หุ่นกระบอกงานหัตถกรรมช่างฝีมือไทย

รถยนต์ประหยัดพลังงานไฮบริดระหว่างไฟฟ้า 100% และน้ำมัน

ไหมไทยกับแฟชั่น เอกลักษณ์เด่นของไทย

เรือไม้ประดิษฐ์

Metal Crafting

Gallery

pr-600-400-king-13 photo-vr-resize-1000-handicraft-2 pr-600-400-king-9 pr-600-400-king-3

เรียนภาษาอังกฤษ

English Speaking Youtube

มูลนิธิสัมมาชีพ

ตลาดหุ้นไทย

ตลาดหุ้นโลก

อัตราแลกเปลี่ยน ธปท

อัตราแลกเปลี่ยน

The Japan Times

Asahi Shimbun English

Chinadaily

Xinhua News

Koreatimes

Korea Herald

Aljazeera

หนังสือพิมพ์ข่าว

ข่าวหุ้นออนไลน์

ข่าวหุ้น

World Economic Forum

world bank

UA-28221961-1