การค้าระหว่างประเทศเดือนกุมภาพันธุ์ 2556

Friday, March 29, 2013
By admin
FacebookTwitterGoogle+LinkedInGoogle BookmarksGoogle GmailYahoo MailShare

การค้าระหว่างประเทศเดือนกุมภาพันธุ์ 2556

ยอดขาดดุลสะสมช่วง 2 เดือนแรกของปี 2556 สูงถึง -229,000 ล้านบาทหรือ -7,000 ล้านเหรียญสหรัฐ อาจกลายเป็นปัญหาให้กับรัฐบาลที่ต้องเร่งแก้ไข

นับตั้งแต่ปี 2540 ที่ไทยประสบกับปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจจนต้องปิดสถาบันการเงิน 56 แห่ง ทำให้ธุระกิจจำนวนมากต้องประสบปัญหาล้มละลายหรือขาดเงินทุนหมุนเวียน จนมีการเปรียบเทียบกันว่า ในกลไกการขับเคลื่อนเศรษฐกิจนั้นเสมือนกับเครื่องบิน 4 เครื่องยนต์ คือ 1.การบริโภคภายในประเทศ 2.การลงทุนของภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ 3.การลงทุนของภาคเอกชน 4.การค้าต่างประเทศ ในช่วงเวลา 2540 นั้น เครื่องยนต์เครื่องที่ 1-3 ดูเหมือนจะดับแทบสนิท คงเหลือแต่เครื่องยนต์ที่เป็นภาคการค้าต่างประเทศเท่านั้นที่เป็นกลไกขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ และในความเป็นจริงนั้น ภาคการค้าต่างประเทศของไทยสร้างรายได้ให้กับประเทศได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งทำให้ประเทศไทยมีเงินสำรองส่วนหนึ่งจากภาคการค้าระหว่างประเทศนี้เอง จนกระทั่งปี 2554 ที่ประเทศไทยเกิดน้ำท่วมอย่างหนัก ทำให้โรงงานที่ผลิตเพื่อการส่งออกประสบกับความเสียหายจนไม่สามารถส่งออกได้ ทำให้ไทยต้องประสบกับปัญหาการขาดดุลการค้าเรื่อยมา และในปี 2555 ไทยประสบปัญหาขาดดุลการค้าเป็นจำนวนเงินสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง -640,000 ล้านบาทหรือประมาณ 18,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีแนวโน้มว่าจะเกิดการขาดดุลการค้าในปี 2556 ในจำนวนที่ใกล้เคียงกันหรือมากกว่า ถ้าหากรัฐบาลไม่เร่งหาแนวทางแก้ไข

สำหรับในปี 2556 ผลการส่งออกในเดือนกุมภาพันธุ์มีมูลค่าเท่ากับ 529,530 ล้านบาทน้อยกว่าในเดือนเดียวกันของปี 2555 ซึ่งส่งออกมีมูลค่า 597,146 ล้านบาทหรือคิดเป็นประมาณ -11.3% และเมื่อรวมยอดของเดือนมกราคมและกุมภาพันธุ์ 2556 ซึ่งมียอดส่งออกรวม 1,084,464 ล้านบาทน้อยกว่ายอดส่งออก 2 เดือนรวมกันของปี 2555 ซึ่งมียอดส่งออกรวม 1,085,855 ล้านบาทหรือการส่งออกปี 2556 น้อยกว่า 2555 ประมาณ -0.1%

สำหรับการนำเข้าในเดือนกุมภาพันธุ์ 2556 นั้นมีมูลค่าเท่ากับ 582,877 ล้านบาทน้อยกว่าการนำเข้าของเดือนกุมภาพันธุ์ 2555 ซึ่งนำเข้าเป็นมูลค่า 587,445 ล้านบาทหรือมีการนำเข้าลดลงประมาณ -0.8% และเมื่อรวมยอด 2 เดือนคือมกราคมและกุมภาพันธุ์ ปี 2556 มีมูลค่านำเข้าเท่ากับ 1,313,491 ล้านบาทซึ่งสูงกว่ายอดนำเข้า 2 เดือนของปี 2555 ซึ่งมีมูลค่านำเข้าเท่ากับ 1,117,523 ล้านบาท หรือมีการนำเข้าสูงขึ้นเท่ากับ 17.5%

จากผลการส่งออกและนำเข้าในเดือนกุมภาพันธุ์ 2556 ปรากฏว่ามีการขาดดุลการค้าเป็นจำนวน -53,347 ล้านบาทและเมื่อรวมผลการค้าใน 2 เดือนแรกของปีคือเดือนมกราคมและกุมภาพันธุ์ ปรากฏว่าไทยมีการขาดดุลเป็นจำนวน -229,027 ล้านบาท

เมื่อพิจารณาผลการค้าเป็นเงินเหรียญสหรัฐฯ ในเดือนกุมภาพันธุ์ 2556 มียอดการส่งออกเท่ากับ 17,928 ล้านเหรียญ ต่ำกว่าการส่งออกเมื่อเดือนกุมภาพันธุ์ 2555 ซึ่งส่งออกเป็นมูลค่า 19,039 ล้านเหรียญ คิดเป็นยอดส่งออกที่ลดลงเมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปีก่อนประมาณ -5.8% และเมื่อรวมยอดส่งออกของเดือนมกราคมและกุมภาพันธุ์ 2556 แล้วจะมียอดรวมเท่ากับ 36,197 ล้านเหรียญ สูงกว่ายอดรวม 2 เดือนของปี 2555 ซึ่งมีมูลค่า 34,773 ล้านเหรียญ ทำให้การส่งออกของ 2 เดือนแรกปี 2556 สูงกว่าปี 2555 เท่ากับ 4.1%

ส่วนการนำเข้าของเดือนกุมภาพันธุ์ปี 2556 นั้นมีมูลค่า 19,483 ล้านเหรียญ สูงกว่าการนำเข้าของเดือนเดียวกันของปี 2555 ซึ่งนำเข้าเท่ากับ 18,510 ล้านเหรียญ ทำให้การนำเข้าในเดือนกุมภาพันธุ์ปี 2556 เพิ่มขึ้นเท่ากับ 5.3% และเมื่อรวมการนำเข้าของ 2 เดือนแรกของปี 2556 ปรากฏว่ามีอัตราเพิ่มขึ้นกว่าปี 2555 เท่ากับ 22.2%

จากผลการค้าในเดือนกุมภาพันธุ์ปี 2556 ทำให้ไทยขาดดุลเท่ากับ -1,557 ล้านเหรียญ และถ้ารวมการขาดดุลการค้าใน 2 เดือนแรกของปี 2556 มีค่าเท่ากับ -7,044 ล้านเหรียญ เทียบกับการขาดดุลของปี 2555 ซึ่งมีค่าเกินดุลเท่ากับ 529 ล้านเหรียญ

ผลการขาดดุลการค้าที่สูงกว่า 229,000 ล้านบาทในระยะเวลา 2 เดือนและเมื่อพิจารณาอัตราการเพิ่มขึ้นของการบริโภคภายในในเดือนมกราคมแลกุมภาพันธุ์ซึ่งเพิ่มขึ้นในอัตราประมาณ 20% (คำนวนค่าโดยประมาณจากการเพิ่มขึ้นของภาษีมูลค่าเพิ่มที่หักคืนแล้วใน 2 เดือนแรก) ทำให้อัตราการเจริญเติบโตเนื่องจาก 2 ปัจจัยดังกล่าวน้อยมากคืออาจอาจไม่โตเลย ดังนั้นการเจริญเติบโตของ GDP คงต้องขึ้นกับปัจจัยการลงทุนของภาครัฐและของภาคเอกชนเป็นหลัก ทำให้คาดว่าการเจริญเติบโตของ GDP ในไตรมาสแรกน่าจะไม่เกิน 1-2%

เคยคาดการณ์ไว้ตั้งแต่ต้นปี 2555 ว่าการค้าระหว่างประเทศของไทยจะเกิดปัญหาหลักๆขึ้น 3 ประการคือ

  1. การย้ายฐานผลิตเนื่องจากความไม่ไว้วางใจในความสามารถการบริหารความเสี่ยงของรัฐ ซึ่งเป็นผลจากน้ำท่วมใหญ่ในปลายปี 2554 จึงได้มีการย้ายฐานผลิตโดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ใหม่ๆที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยีและฐานความรู้ต่างๆ เพราะส่วนใหญ่ผลิตภัณฑ์เหล่านี้เป็นของต่างชาติซึ่งอาจมีฐานผลิตหลายแห่ง
  2. ความสามารถในการแข่งขันของผลิตภัณฑ์หลายๆกลุ่มที่เป็นของคนไทยลดน้อยลง ซึ่งอาจเกิดจากหลายๆปัจจัย เช่น ราคา นวัตกรรม เป็นต้น ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคงต้องพยายามเป็นแกนประสานให้เกิดเป็นลักษณะเครือข่ายเพื่อช่วยเสริมสร้างนวัตกรรมก็ดี ช่วยให้เกิดการลดต้นทุนก็ดี ช่วยกันปรับประสิทธิภาพการผลิตและการจัดการก็ดี ซึ่งถ้าหากสามารถให้จัดเป็นกลุ่มธุระกิจ  (Network or Clusters) น่าจะช่วยแก้ปัญหาได้พอสมควร
  3. การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค นิยมใช้ของต่างประเทศมากขึ้นเนื่องจากมีรายได้มากขึ้นหรือเป็นเพราะการเรียนแบบรสนิยมของผู้มีชื่อเสียง ดังนั้น ภาครัฐควรให้การส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์ของไทย โดยการแบ่งแยกกลุ่มสินค้าที่มีคุณภาพที่ดี ปานกลาง และพอใช้ได้ให้ชัดเจน โดยเฉพาะสินค้าที่ใช้ประจำวัน เช่น เสื้อผ้า สิ่งทอต่างๆ เครื่องสำอางและเครื่องประทินผิว หรือแม้แต่สินค้าประจำบ้าน เช่นเฟอร์นิเจอร์ ถ้าผู้นำสามารถเป็นตัวอย่างที่ดี ก็จะทำให้เกิดรสนิยมการบริโภคของไทย และผู้ผลิตไทยก็จะได้พัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง

ปัจจัยอีกหนึ่งปัจจัยที่น่าจะสำคัญในระยะนี้คืออัตราแลกเปลี่ยน เพราะอาจทำให้ราคาสินค้าที่ผลิตในประเทศไทยแพงกว่าต่างประเทศในคุณภาพใกล้เคียงกัน ทำให้ผู้ซื้อหันไปซื้อสินค้าจากประเทศที่สามารถให้ราคาที่ถูกกว่า ผมเคยเสนอไว้ว่า อัตราแลกเปลี่ยนในปัจจุบันควรจะอยู่ที่ประมาณ 32-34 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้ไทยได้เปรียบดุลการค้าและสามารถนำเงินรายได้พัฒนาบุคคลากรและเทคโนโลยีเพื่อปรับฐานการผลิตประเภทอุตสาหกรรมไปสู่อีกระดับหนึ่ง

Tags: ,

Leave a Reply

พระแก้วมรกตจำลองเครื่องทรงฤดูร้อนจากนิลดำ

พระบรมมหาราชวัง เป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สำคัญ

พระที่นั่งไอย์ศูรย์ทิพยอาสน์ พระราชวังบางปะอิน

หุ่นกระบอกงานหัตถกรรมช่างฝีมือไทย

รถยนต์ประหยัดพลังงานไฮบริดระหว่างไฟฟ้า 100% และน้ำมัน

ไหมไทยกับแฟชั่น เอกลักษณ์เด่นของไทย

เรือไม้ประดิษฐ์

Metal Crafting

Gallery

photo-vr-resize-1000-handicraft-1 pr-600-400-king-8 dsc01366 photo-vr-resize-1000-handicraft-2

เรียนภาษาอังกฤษ

English Speaking Youtube

มูลนิธิสัมมาชีพ

ตลาดหุ้นไทย

ตลาดหุ้นโลก

อัตราแลกเปลี่ยน ธปท

อัตราแลกเปลี่ยน

The Japan Times

Asahi Shimbun English

Chinadaily

Xinhua News

Koreatimes

Korea Herald

Aljazeera

หนังสือพิมพ์ข่าว

ข่าวหุ้นออนไลน์

ข่าวหุ้น

World Economic Forum

world bank

UA-28221961-1