โครงสร้างการแข่งขันภาคการผลิตไทย (1)

Tuesday, March 12, 2013
By admin
FacebookTwitterGoogle+LinkedInGoogle BookmarksGoogle GmailYahoo MailShare

โครงสร้างการแข่งขันภาคการผลิตไทย (1)

การเกิดคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ note book ทำให้อุปกรณ์พิมพ์ดีดกลายเป็นสิ่งล้าสมัย

โลกกับกระแสโลกาภิวัฒน์

โลกปัจจุบันเป็นโลกแห่งการเปลี่ยนแปลง โลกแห่งพลวัตร จึงมีความจำเป็นที่ผู้นำและบุคคลากรขององค์กรต้องเข้าใจการเปลี่ยนแปลงทั้งนี้เพื่อจะได้ใช้เป็นแนวทางในการจัดทำนโยบายและยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาประเทศอย่างสมเหตุสมผล ให้สามารถดำรงอยู่ได้ในสังคมโลกอย่างสมดุลและสอดคล้องกับสถานการณ์

เทคโนโลยีทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีคุณสมบัติและคุณค่าเพิ่มขึ้น

เหตุแห่งการเปลี่ยนแปลงนั้นมาจากเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นดังนี้

  1. การขยายตัวทางการค้า การลงทุน ซึ่งทำให้เกิดการเคลื่อนตัวจากแหล่งหนึ่งไปสู่อีกแหล่งหนึ่ง ในขณะเดียวกันก็นำเอาวัฒนธรรมต่างๆไปเผยแพร่ ต้นเหตุให้เกิดบริโภคนิยม เกิดนวัตกรรมใหม่ๆด้านการผลิตและผลิตภาพ
  2. การขยายตัวของประชากร ทำให้เกิดการแก่งแย่งทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งมีลักษณะการกระจายตัวที่แตกต่างกัน เช่น การกระจายตัวของแหล่งน้ำมันดิบ แหล่งโลหะมีค่าต่างๆ ทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการแก่งแย่งทรัพยากร
  3. การเปลี่ยนแปลงกฏ กติกา และปฏิกิริยาต่างๆในสังคมเพื่อให้สอดคล้องกับสภานการณ์ เพื่อการปกป้องสิทธิ เพื่อการเรียกร้องให้เกิดการแลกเปลี่ยน เช่น กติกาเกี่ยวกับภาษี กติกาเกี่ยวกับการกระทำที่ทำให้เกิดผลดีหรือผลร้ายต่อสังคม การปกป้องรักษาสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

การพัฒนาทำให้เกิดชุมชนขนาดใหญ่และปัญหาสังคมมากมายตามมา

จากการเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างรวดเร็ว ปัจจัยหลักที่สำคัญคือพัฒนาเกี่ยวกับเทคโนโลยีโดยเฉพาะอย่างยิ่ง Digitization Technology ซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เรียกว่า “The Digital World” ผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหลักๆดังนี้

ระบบอินเตอร์เนตเปลี่ยนแปลงระบบการสื่อสารใหม่ของโลก สามารถติดต่อกันได้ในพริบตา

  1. การเปลี่ยนแปลงด้านผลิตภาพ เช่น โทรทัศน์แบบจอแบน (LCD, LED) คอมพิวเตอร์ CD Rom โทรศัพท์มือถือแบบ “Smart Phone”
  2. การเปลี่ยนแปลงระบบการสื่อสารจากระบบใช้สายเป็นไร้สาย การเกิดระบบ “Internet” ทำให้การสื่อสารในปัจจุบันเป็นเรื่องการใช้ E-Mail, Face Book, Lines, Skype (Skype คือระบบการพูดคุยกันผ่านอินเตอร์เนตโดยสามารถเห็นภาพของผู้พูดคุยกันคล้ายๆกับอยู่ใกล้กัน)
  3. การเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาด้วยการใช้ “Websites” เปลี่ยนแปลงรูปแบบตำราเป็น “Digital Books” หรือ “Digital Library” ทำให้การศึกษาระบบทางไกลเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
  4. การเปลี่ยนแปลงระบบการบริหารจัดการ การทำธุระกรรม ระบบการจัดการฐานข้อมูลและการส่งถ่ายข้อมูลในลักษณะ “Online” ทำให้สามารถบริหารจัดการแบบ “Real Time”
  5. การเปลี่ยนแปลงทำให้ขอบเขตโลกไร้พรมแดน ทำให้ข้อมูลข่าวสารหรือธุระกรรมสามารถก้าวกระโดดจากซีกโลกหนึ่งไปสู่อีกซีกโลกหนึ่งชั่วเสี้ยววินาที

นอกจากเทคโนโลยีซึ่งส่งผลให้เกิดผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่ามากขึ้น “Value Building Productivity” แล้ว การแข่งขันทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค ทำให้เกิดความรู้สึกเชิงปัจเจกชนมากขึ้น เกิดความต้องการเป็นตัวตนเอง ดังนั้นทำให้กิจกรรมทางธุรกิจเกิดการแข่งขันเชิงรูปแบบเพื่อให้เกิดความเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวผู้บริโภค (Segmentation) ดังนั้นงานออกแบบ “Design” จึงมีส่วนสำคัญในการสร้าง Value Building Productivity เช่นเดียวกันกับการพัฒนาของเทคโนโลยี

จะเห็นว่าสิ่งที่กล่าวมาข้างต้นนั้นเกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาไม่นานมากนัก และแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงยังเกิดขึ้นตลอดเวลา ทั้งนี้เป็นผลจากการแข่งขันกันในการสร้างความมั่งคั่ง (Wealth Building) ของทั้งปัจเจกชนและของประเทศ

แม้ผลจากการแข่งขันกันในทางเศรษฐกิจจะทำให้โลกเกิดความมั่งคั่งก็ตาม แต่ก็เกิดปัญหาทางสังคมตามมามากมายในเรื่องความไม่เท่าเทียมกัน (Inequality Distribution) เช่น

  1. ปัญหาการกระจายรายได้ (Income Distribution) ปรากฏว่าเป็นปัญหาใหญ่มาตลอด เพราะการพัฒนาซึ่งช่วยให้คนจำนวนมากหลุดพ้นจากความยากจน แต่การแบ่งสันรายได้กลับตกอยู่กลับคนรวยมากขึ้น เห็นได้จากสัดส่วนผลผลิตมวลรวมที่จัดสรรให้กับประชากร 20%ที่จนที่สุดกลับน้อยลงเมื่อเทียบกับกลุ่มที่รวยที่สุด 20% แรก
  2. ปัญหาความไม่เท่าเทียมกันในเรื่องโอกาสต่างๆ โอกาสทางการศึกษา การสร้างงาน การสร้างรายได้ การเข้าถึงแหล่งเงิน
  3. ปัญหาการเกิดชุมชนเมืองที่มีขนาดใหญ่มากขึ้นจนทำให้เป็นปัญหาสังคม ไม่ว่าจะเรื่องการจราจร ยาเสพติด อาชญากรรม ด้านสาธารณะสุข การเคลื่อนย้ายประชากร สิ่งแวดล้อม

ความสามารถในการแข่งขัน

จากการขยายตัวทางด้านการค้า การลงทุน การเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากร และกฏกติกาของสังคม ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสถานะของปัจเจกชน เกิดการแบ่งเป็นกลุ่มก้อนแยกตามพฤติกรรมและวิถีชีวิต (Fragments หรือ Segments) ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านผลิตภาพอย่างเห็นได้ชัด จากการผลิตที่มีลักษณะเป็นจำนวนมากๆน้อยรูปแบบ (Mass Production) กลายเป็นการผลิตที่มีปริมาณน้อยลงแต่มากรูปแบบและมีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วขึ้น (Fashionable Change) ทำให้ต้องพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆทั้งด้านรูปแบบ (Designs) และเทคโนโลยี หรืออาจเรียกว่าเป็น “Value Building Productivity” ถ้ามองในประเด็นความสามารถในการแข่งขันแล้วคงต้องประกอบด้วยปัจจัยสำคัญๆดังต่อไปนี้

การพัฒนาด้านเทคโนโลยีส่งผลต่อ Value Building Productivity

  1. การพัฒนานวัตกรรมใหม่ เป็นปัจจัยสำคัญในการทำให้เกิดความรู้สึกแตกต่างในผลิตภัณฑ์ เป็น Value Building ทั้งในเรื่องราคาและการรับรู้ (Price-Perception) หรือในเรื่องราคาและเทคโนโลยี (Price-Performance) เป็นการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันกับคู่แข่งที่มีฐานราคาใกล้เคียงกันหรือต่ำกว่าไม่มากนัก นวัตกรรมใหม่นี้อาจเกิดจาก “Designs” หรือ “Technology” เช่นการเปลี่ยนแปลงโทรศัพท์มือถือทั่วไปเป็น “Smart Phones” ส่งผลให้องค์กรสามารถทำรายได้เพิ่มขึ้นทั้งปริมาณและราคา
  2. การบริหารจัดการ “Logistics” ซึ่งเป็นกระบวนการลักษณะเป็นสายเชื่อมโยงเป็นลูกโซ่ ตั้งแต่เริ่มต้น การหาวัตถุดิบ การจัดซื้อ การบริหารจัดการกระบวนการผลิต การบริหารจัดการด้านบัญชีและการเงิน การบริหารการจัดส่งผลิตภัณฑ์ไปยังจุดขาย การบริหารจัดการการขาย การบริหารสินค้าคงคลัง การรายงานผลย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้นเพื่อเตรียมกระบวนการผลิต จะเห็นว่าถ้าหากการบริหารจัดการได้ดี จะส่งผลต่อความรวดเร็ว (Speed หรือ Delivery) ต้นทุน (Cost)
  3. ตราสินค้า (Brands) เป็นผลจากการพัฒนาทั้งตัวผลิตภัณฑ์และการตลาด ทำให้ผู้บริโภคมีความภักดีในผลิตภัณฑ์ สามารถช่วยลดปัญหาในเรื่องความต่างของราคาได้ในระดับหนึ่ง เพราะผู้บริโภคมั่นใจในตราสินค้าว่าเหมาะสมกับราคาทั้ง Price-Perception Ratio หรือ Price-Performance Ratio
  4. ราคา (Price) เป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดการใช้จ่ายของผู้บริโภค โดยเฉพาะกับกลุ่มที่มีฐานะการเงินจำกัด ดังนั้นผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาทั้งกระบวนการที่ทำให้ต้นทุนต่างๆลดต่ำลง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่อง วัคถุดิบ ประสิทธภาพการผลิต ต้นทุนด้านการจัดส่ง การตลาด ประสิทธิภาพของบุคคลากร ซึ่งอาจต้องสร้างในลักษณะเครือข่าย (Clusters หรือ Networking)

Brand หรือตราสินค้า เป็นปัจจัยหนึ่งในการเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน

อยากแข่งได้ต้องปรับตัว

จากที่ได้กล่าวข้างต้นแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการเปลี่ยนแปลง ผู้นำองค์กรในการที่จะเข้าใจถึงกระบวนการหรือแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงในอนาคตก็จะสามารถยืนยัดบนเวทีการต่อสู้ต่อไปได้ มีบทเรียนให้เห็นมากมายถึงองค์กรที่ไม่ตระหนักถึงกาเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและขาดความกระตือรือล้นในการปรับตัวเองเพื่อลดความเสี่ยงของความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นทำให้ต้องประสบกับความล้มเหลวในที่สุด

เครื่องพิมพ์ดีด เป็นอุกรณ์สำนักงานที่มีความสำคัญสูงมากก่อนปี 1980 แต่หลังจากการเกิดคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะซึ่งสามารถใช้แทนเครื่องพิมพ์ดีดแต่มีคุณสมบัติดักว่าที่สามารถพิมพ์แล้วลบแล้วพิมพ์ใหม่ได้ตามที่ต้องการ นอกจากนั้นยังมีประโยชน์ด้านอื่นๆในสำนักงานมากกว่า เช่น การจัดเก็บข้อมูล ทำเป็นตารางวิเคราะห์หรือใช้วางแผนธุระกิจได้ ในที่สุดเครื่องพิมพ์ดีดก็กลายเป็นอุปกรณ์ที่ล้าสมัย ต้องเลิกใช้ในที่สุด

โกดัค (Kodak) เป็นสินค้าฟิล์มถ่ายรูปที่ทั่วโลกรู้จักดี เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาไปถึงจุดที่เป็นกล้องแบบดิจิตอล (Digital Camera) ทั้งๆที่โกดัคเองก็เป็นหนึ่งในเจ้าแรกๆที่ผลิตกล้องถ่ายรูปประเภทนี้ แต่ด้วยความที่ผู้นำองค์กรไม่มีความเชื่อในเรื่องที่กล้องดิจิตอลจะเข้ามาแทนที่กล้องแบบที่ใช้ฟิล์มชนิดล้างทั่วไป ทำให้ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงตนเอง เมื่อกล้องดิจิตอลได้รับความนิยมมากขึ้นโดยการใช้ดิสต์ที่สามารถถ่ายรูปได้เป็นจำนวนมากและสามารถลบทิ้งได้ถ้าหากไม่พอใจ ประกอบกับการพัฒนากระบวนการอัดและพริ้นต์ภาพ ทำให้กล้องดิจิตอลครองตลาดและกล้องแบบที่ใช้ฟิล์มล้างต้องหายไปจากตลาด จะเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีทำให้ผลิตภัณฑ์แบบเก่าต้องล้าสมัย

Kodak แบรนด์ยักษ์ใหญ่ต้องพ่ายแพ้เพราะผู้นำขาดเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี

ทีวีระบบจอแบน (LCD, LED) เป็นระบบทีวีที่เข้าแทนที่ทีวีแบบจอแก้ว ซึ่งมีน้ำหนักมากและมีรูปแบบหนาผิดกับทีวีแบบจอแบนซึ่งมีน้ำหนักเบาและรูปแบบบาง สามารถแขวนไว้บนฝาผนังได้ ทำให้ไม่เปลืองพื้นที่ ไม่ช้าไม่นานโรงงานผลิตจอทีวีแบบแก้วก็ต้องเลิกกิจการไป และเมื่อเกิดระบบดิจิตอลทีวีทำให้ขยายช่องสัญญาณทีวีได้มากมายหรือทำได้แม้แต่การควบคุมการรับส่งสัญญาณแบบเคเบิ้ลทีวี

โทรศัพท์ เมื่อเทคโนโลยีแบบไร้สายได้พัฒนาไปได้ในระดับหนึ่งจนทำให้การใช้โทรศัพท์ไร้สายมีราคาเหมาะสมและใช้ได้ดี ทำให้โทรศัพท์เคลื่อนที่แบบมือถือเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวาง เมื่อเทคโนโลยีด้านดาวเทียมและการส่งข้อมูลความเร็วสูงได้พัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง ทำให้สามารถส่งฐานข้อมูลแบบกราฟฟิคได้ดี ไม่ก่อให้เกิดภาพกระตุก ทำให้เกิด “Smart Phone” ด้วยเหตุนี้โทรศัพท์มือถือของ Apple จึงสามารถล้มยักษ์อย่าง Nokia ได้อย่างราบคราบ จนปัจจุบัน Smart Phone กลายเป็นอุปกรณ์ที่ผู้คนกว่า 30% ของโลกและเกิด แอพพลิเคชั่นต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นอินเตอร์เนต กล้องถ่ายรูป หรืออาจใช้เป็นอุปกรณ์ทีวีได้ในอนาคตอันใกล้นี้ด้วย

NOKIA ยักษ์ใหญ่โทรศัพท์มือถือต้องพ่ายแพ้ต่อ Smart Phone ของ Apple และ Samsung

ยังมีตัวอย่างให้เห็นอีกมากมายเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีต่อการล่มสลายของธุรกิจ หากผู้นำองค์กรไม่ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงซึ่งอาจเป็นได้ทั้งการเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมผู้บริโภคหรือการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี ใมนที่สุดองค์กรนั้นๆก้ไม่สามารถแข่งขันในตลาดได้

สรุป

โลกปัจจุบันมีลักษณะเป็นพลวัตร มีการพัฒนาด้านเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกันก็มีการเปลี่ยนแปลงด้านการสื่อสาร ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมของผู้บริโภค ผู้นำองค์กรจำเป็นต้องเข้าใจการเปลี่ยนแปลงและต้องมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลพอที่จะเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงจะมีลักษณะอย่างไรและมีผลกระทบต่อสถานการณ์ปัจจุบันอย่างไร เพื่อจะได้สามารถวางนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาในเชิง “Value Building Productivity” ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ “Change Yourself, Change Your Society and Then Change Your Country”

(คอยอ่านตอนต่อไปครับ)

Tags: ,

Leave a Reply

พระแก้วมรกตจำลองเครื่องทรงฤดูร้อนจากนิลดำ

พระบรมมหาราชวัง เป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สำคัญ

พระที่นั่งไอย์ศูรย์ทิพยอาสน์ พระราชวังบางปะอิน

หุ่นกระบอกงานหัตถกรรมช่างฝีมือไทย

รถยนต์ประหยัดพลังงานไฮบริดระหว่างไฟฟ้า 100% และน้ำมัน

ไหมไทยกับแฟชั่น เอกลักษณ์เด่นของไทย

เรือไม้ประดิษฐ์

Metal Crafting

Gallery

pr-600-400-king-9 pr-600-400-king-8 dsc01367 dsc01366

เรียนภาษาอังกฤษ

English Speaking Youtube

มูลนิธิสัมมาชีพ

ตลาดหุ้นไทย

ตลาดหุ้นโลก

อัตราแลกเปลี่ยน ธปท

อัตราแลกเปลี่ยน

The Japan Times

Asahi Shimbun English

Chinadaily

Xinhua News

Koreatimes

Korea Herald

Aljazeera

หนังสือพิมพ์ข่าว

ข่าวหุ้นออนไลน์

ข่าวหุ้น

World Economic Forum

world bank

UA-28221961-1