การค้าระหว่างประเทศเดือนมกราคม 2556

Saturday, March 2, 2013
By admin
FacebookTwitterGoogle+LinkedInGoogle BookmarksGoogle GmailYahoo MailShare

การค้าระหว่างประเทศเดือนมกราคม 2556

การขาดดุลจำนวนมากเป็นเวลานาน อาจนำไปสู่วิกฤติเศรษฐกิจได้ในที่สุด

รายงานการค้าเดือนมกราคม 2556

จากรายงานของกระทรวงพาณิชย์ การส่งออกในเดือนมกราคม 2556 มีมูลค่า 554,934 ล้านบาทสูงกว่าเดือนมกราคม 2555 ซึ่งมียอดส่งออกประมาณ 488,709 ล้านบาทเท่ากับ 13.6% ส่วนการนำเข้าในเดือนมกราคม 2556 มีมูลค่าเท่ากับ 730,614 ล้านบาทสูงกว่าการนำเข้าของเดือนเดียวกันในปี 2555 ซึ่งนำเข้าเท่ากับ 530,078 ล้านบาทประมาณ 37.8% ทำให้ไทยมียอดขาดดุลการค้าในเดือนมกราคมสูงถึง -175,680 ล้านบาท เป็นยอดขาดดุลในเดือนเดียวสูงสุดเป็นประวัติการณ์

สำหรับยอดการส่งออกเมื่อคิดเป็นค่าเงินเหรียญสหรัฐฯ ปรากฏว่าในเดือนมกราคมไทยส่งออกมีมูลค่า 18,269 ล้านเหรียญ สูงกว่าเมื่อเดือนมกราคม 2555 ซึ่งส่งออกเป็นมูลค่าเท่ากับ 15,734 ล้านเหรียญประมาณ 16.1% และมียอดนำเข้าในเดือนมกราคม 2556 เป็นมูลค่า 23,756 ล้านเหรียญสูงกว่าการนำเข้าของเดือนเดียวกันในปี 2555 ซึ่งมียอดนำเข้าเป็นมูลค่า 16,864 ล้านเหรียญเป็นอัตราส่วนประมาณ 40.9% ทำให้มีการขาดดุลในเดือนมกราคมสูงถึง -5,487 ล้านเหรียญสูงสุดเป็นประวัติการณ์เช่นเดียวกัน

วิเคราะห์การขาดดุล

ยอดขาดดุลจำนวนมากนั้นส่วนหนึ่งเกิดจากการนำเข้าทองคำ น้ำมันเชื้อเพลิง และสินค้าอิเลคทรอนิคส์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นทรัพยากรธรรมชาติที่ไทยไม่สามารถผลิตได้ จำเป็นต้องนำเข้า น้ำมันเชื้อเพลิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายรถคันแรกของรัฐบาล ทำให้ปริมาณการใช้เชื้อเพลิงสูงขึ้น ทองคำมีการนำเข้าเพิ่มขึ้สมากในช่วง 2-3 ปีทึ่ผ่านมา อาจเกิดจากการเก็งกำไรจากราคาทอง แต่ที่รัฐบาลเองควรต้องตรวจสอบให้ไกล้ชิดคือ สามารถใช้เป็นทรัพย์สินในการฟอกเงินได้ เช่น เงินจากการค้ายาเสพติด เงินจากการคอรัปชั่น เป็นต้น ส่วนกลุ่มสินค้าอิเลคทรอนิคส์อาจเป็นผลมาจากการนำเข้าสินค้าประเภทโทรศัพท์มือถือยี่ห้อต่างๆซึ่งมีราคาแพง (Smart Phone) และได้รับความนิยมสูงมาก

ผู้เขียนเคยเขียนไว้ในรายงานการขาดดุลการค้าระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่องมาตามลำดับตั้งแต่ประมาณมีนาคม 2555 (http://www.creativevill.com/?p=4937 และ http://www.creativevill.com/?p=4970) เพื่อส่งสัญญาณมายังรัฐบาลเกี่ยวกับปัญหาการส่งออกของไทยที่เริ่มส่งสัญญาณว่ามีปัญหาตั้งแต่ปัญหาน้ำท่วมใหญ่เมื่อปลายปี 2554 โดยคาดการไว้ว่าเหตุของการขาดดุลนั้นอาจมีประเด็นหลัก คือ

  1. น้ำท่วมใหญ่สร้างความเสียหายให้กับโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมหลักๆที่มีการผลิตเพื่อการส่งออกเป็นหลัก ทำให้ไม่สามารถส่งออกได้ ต้องนำเข้าสินค้าเพื่อการบริโภคทดแทนหรือนำเข้าเครื่องจักรต่างๆเพื่อการวซ่อมแซมโรงงานต่างๆ ซึ่งประเด็นนี้เป็นที่ยอมรับกันทั่วไป เพราะมีหลักฐานประจักษ์ว่ามีการเสียหายเกิดขึ้น
  2. ให้ระวังการย้ายฐานผลิตของโรงงานต่างๆ เพราะส่วนใหญ่เป็นของต่างประเทศที่ย้ายฐานผลิตมาไทยเพื่ออาศัยแรงงานฝีมือที่ราคาต่ำ เพราะขาดความน่าเชื่อถือในสมรรถนะการบริหารจัดการของไทย ดังนั้นเพื่อลดความเสี่ยงในธุระกิจจึงจำเป็นต้องย้ายฐานผลิต ประเด็นนี้อาจจะไม่ปรากฏชัด เพราะฝ่ายการเมืองมักออกมาพูดว่าต่างชาติยังให้ความน่าเชื่อถือในการจัดการของไทย และมีการกู้เงินจำนวนมากเพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วม
  3. ความสามารถในการแข่งขันของสินค้าหลายๆชนิดของไทยลดต่ำลง โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้น ในขณะเดียวกันสินค้าที่ใช้ฐานความรู้ส่วนใหญ่เป็นสินค้าของต่างชาติ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีหรือมีนวัตกรรมใหม่ๆ โอกาสที่จะนำเข้ามาผลิตในประเทศไทยไม่มากนักเพราะบุคคลกรของไทยมีพื้นฐานไม่ดีพอประกอบจำนวนไม่มากพอด้วย ทำให้ไม่ได้รับความน่าเชื่อถือเพียงพอ จึงมักย่ายฐานผลิตไปยังประเทศอื่นๆมากกว่า
  4. ให้ระวังการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค ที่มีแนวโน้มนิยมใช้ของนอก ของแบรนด์เนม ทั้งๆที่หลายๆยี่ห้อมีการผลินในประเทศต่างๆที่มีค่าแรงถูกและอาจมีฝีมือแรงงานที่ด้อยกว่าของไทยด้วยซ้ำ เห็นได้จากความนิยมในเรื่องรถยนต์หรูๆราคาแพงที่จำนวนมากนำเข้าโดยผิดกฏหมายหรือที่เรียกกันทั่วๆไปในตลาดรถยนต์ว่า Gray Market เช่น Mini Couper, Porsch Cyaine, Benley, Rollroyce เป็นต้น หรือความพยายามของกลุ่มผู้นำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคที่จะให้ลดภาษีนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือยโดยการอ้างว่าเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ทั้งๆที่ในเชิง Global Policy แล้ว สินค้ากลุ่มแบรนด์เนมเหล่านี้มักจะราคาขายเดียวกัน อาจแตกต่างกันบ้างเนื่องจากอัตราแลกเปลี่ยน

อย่างก็ตามเท่าที่ติดตามดู มีบุคคลในรัฐบาลเองให้ความสนใจในเรื่องการขาดดุลการค้าไม่มากนัก อาจป็นเพราะไม่คาดคิดว่าผลกระทบของการขาดดุลที่เกิดจาก 3 ประเด็นข้างต้นนั้นสามารถส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจไทยอย่างรุนแรงได้ แม้แต่กระทรวงพาณิชย์มักเน้นเกี่ยวกับอ้ตราเจริญเติบโตของการส่งออกมากกว่า เพราะทำให้ประชาชนทั่วไปฟังแล้วดูดี ทำให้ฝ่ายการเมืองที่ไม่เข้าใจละเลยไม่สนใจ พลอยทำให้ฝ่ายอืนๆละเลยไปด้วย

ในรายงานการค้าต่างประเทศเดือนธันวาคม 2555 ของผู้เขียน (http://www.creativevill.com/?p=5469) ได้สรุปผลการขาดดุลของไทยในปี 2555 สูงถึง 647,000 ล้านบาทและได้ประเมินว่า ในไตรมาสแรกของปี 2556 นั้นไทยจะมีการส่งออกสูงกว่าไตรมาสแรกของปี 2555 ประมาณ 10% และคาดว่าจะมีการขาดดุลในไตรมาสแรกประมาณ 100,000 ล้านบาท ทั้งนี้เพื่อย้ำให้รัฐบาลสนใจกับการขาดดุลการค้าจำนวนมหาศาลเพราะอาจเป็นต้นเหตุให้เกิดปัญหาเศรษฐกิจได้

สรุป

นายกฯยิ่งลักษณ์ต้องเร่งพิจารณาความสามารในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยในตลาดโลก

ผลการขาดดุลจำนวนมากนั้นอาจเกิดจากเหตุผลหลายประการ รัฐบาลควรให้ความสนใจว่าเป็นเพราะเหตุใดแน่ เพราะถ้าหากรัฐละเลย อาจส่งผลให้ไทยอาจต้องขาดดุลอย่างยาวนาน ทำนองเดียวกับที่เกิดขึ้นในช่วงก่อนวิกฤติเศรษฐกิจจนไทยต้องลอยตัวค่าเงินบาท

Tags: ,

Leave a Reply

พระแก้วมรกตจำลองเครื่องทรงฤดูร้อนจากนิลดำ

พระบรมมหาราชวัง เป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สำคัญ

พระที่นั่งไอย์ศูรย์ทิพยอาสน์ พระราชวังบางปะอิน

หุ่นกระบอกงานหัตถกรรมช่างฝีมือไทย

รถยนต์ประหยัดพลังงานไฮบริดระหว่างไฟฟ้า 100% และน้ำมัน

ไหมไทยกับแฟชั่น เอกลักษณ์เด่นของไทย

เรือไม้ประดิษฐ์

Metal Crafting

Gallery

dsc01363 photo-vr-resize-1000-handicraft-2 pr-600-400-king-3 dsc01364

เรียนภาษาอังกฤษ

English Speaking Youtube

มูลนิธิสัมมาชีพ

ตลาดหุ้นไทย

ตลาดหุ้นโลก

อัตราแลกเปลี่ยน ธปท

อัตราแลกเปลี่ยน

The Japan Times

Asahi Shimbun English

Chinadaily

Xinhua News

Koreatimes

Korea Herald

Aljazeera

หนังสือพิมพ์ข่าว

ข่าวหุ้นออนไลน์

ข่าวหุ้น

World Economic Forum

world bank

UA-28221961-1