การค้าระหว่างประเทศเดือนธันวาคม 2555

Saturday, January 26, 2013
By admin
FacebookTwitterGoogle+LinkedInGoogle BookmarksGoogle GmailYahoo MailShare

การค้าระหว่างประเทศเดือนธันวาคม 2555

สองผู้ทรงอิทธิพลต่อแนวทางการแก้ปัญหาค่าเงินบาท

จากรายงานของกรมการส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ปรากฏว่าผลการส่งออกในเดือนธันวาคม 2555 ไทยส่งออกได้ทั้งสิ้น 561,569 ล้านบาทสูงกว่าการส่งออกของเดือนเดียวกันในปี 2554 ซึ่งส่งออกได้ 524,473 ล้านบาทประมาณ 7.1% เมื่อรวมการส่งออกตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนธันวาตมของปี 2555 ปรากฏว่าส่งออกได้รวม 7,101,642 ล้านบาทสูงกว่าการส่งออกของปี 2554 ซึ่งส่งออกได้รวม 6,910,642 ล้านบาทประมาณ 2.8%

สำหรับการนำเข้านั้นในเดือนธันวาคม 2555 มีการนำเข้าเป็นมูลค่า 631,399 ล้านบาทสูงกว่าการนำเข้าของเดือนเดียวกันในปี 2554 ซึ่งนำเข้าเป็นมูลค่า 597,364 ล้านบาทประมาณ 5.7% เมื่อรวมการนำเข้าทั้งปี 2555 ซึ่งมีมูลค่าเท่ากับ 7,744,281 ล้านบาทสูงกว่าการนำเข้าของปี 2554 ซึ่งนำเข้าเท่ากับ 7,004,414 ล้านบาทประมาณ 10.6%

จากการนำเข้าในปี 2555 ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 7,744,281 ล้านบาทขณะที่การส่งออกมีมูลค่า 7,101,642 ล้านบาททำให้ไทยต้องขาดดุลการค้าสูงถึง -642,638 ล้านบาท นับเป็นการขาดดุลที่สูงที่สุดในประวัติการณ์ เพราะเมื่อเทียบสัดส่วนต่อ GDP (ประมาณว่า GDP ในปี 2555 มีมูลค่าที่ 11.7 ล้านๆบาท) จะมีค่าประมาณ 5.5%

แผนภูมิแสดงให้เห็นถึงการขาดดุลสะสมเป็นเงินบาทตั้งแต่เดือนมกราคม-ธันวาคม 2555

เมื่อพิจารณาเป็นค่าเงินเหรียญสหรัฐฯ การส่งออกของเดือนธันวาคม 2555 มีมูลค่าเท่ากับ 18,101 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สูงกว่าการส่งออกในปี 2554 ซึ่งส่งออกเท่ากับ 17,016 ล้านเหรียญประมาณ 6.4% แต่เมื่อรวมการส่งออกทั้งปี 2555 แล้วมีมูลค่าเท่ากับ 192,225 ล้านเหรียญสหรัฐฯต่ำกว่าการส่งออกของทั้งปี 2554 ซึ่งส่งออกประมาณ 229,282 ล้านเหรียญสหรัฐประมาณ -16.2%

สำหรับการนำเข้าในเดือนธันวาคม 2555 นั้นมีมูลค่าเท่ากับ 20,467 ล้านเหรียญสูงกว่าการนำเข้าของเดือนเดียวกันในปี 2554 ซึ่งนำเข้าเท่ากับ 19,146 ล้านเหรียญประมาณ 6.9% และเมื่อรวมยอดการนำเข้าทั้งปี 2555 มีมูลค่าเท่ากับ 248,134 ล้านเหรียญสูงกว่าการนำเข้าของปี 2554 ซึ่งนำเข้ามีมูลค่าเท่ากับ 228,516 ล้านเหรียญประมาณ 8.6%

ผลการนำเข้าที่สูงกว่าการส่งออกของปี 2555 ทำให้ประเทศไทยต้องขาดดุลการค้ารวมทั้งสิ้น -18,252 ล้านเหรียญสหรัฐฯ นับเป็นการขาดดุลที่มากเป็นประวัติการณ์

แผนภูมิแสดงให้เห็นถึงการขาดดุลสะสมเป็นเงินเหรียญสหรัฐฯตั้งแต่เดือนมกราคม-ธันวาคม 2555

ยอดการขาดดุลการค้าซึ่งมีมูลค่าเป็น -642,000 ล้านบาทหรือประมาณ -18,250 ล้าเหรียญสหรัฐ จะส่งผลต่อดัชนีมหภาคที่สำคัญๆคือเงินสำรองระหว่างประเทศ ส่งผลกระทบต่ออัตราการเจริญเติบโตของการพัฒนาเศรษฐกิจในประเทศเพราะทำให้ปริมาณเงินหมุนเวียนเพื่อการผลิตการบริโภคภายในหายไปเป็นวงเงินถึง 642,000 ล้านบาท ซึ่งอาจวิเคราะห์ถึงสาเหตุในภาพรวมดังต่อไปนี้

  1. ผลกระทบจากน้ำท่วมนิคมอุตสาหกรรมซึ่งส่วนใหญ่เป็นโรงงานผลิตเพื่อการส่งออกในปลายปี 2554 ทำให้หลายๆโรงงานต้องหยุดผลิตเพื่อทำการซ่อมแซมและอาจย้ายแหล่งผลิต เพราะเกิดความไม่มั่นใจในศักยภาพการแก้ปัญหาของภาครัฐ
  2. ผลกระทบอันเนื่องจากความสามารถในการแข่งขันของสินค้าอุตสาหกรรมบางประเภทที่ทำให้ Price-Perception Ratio และ Price-Performance Ratio สูง ทำให้เกิดการย้ายฐานการสั่งสินค้าหรือการผลิต เช่น อุตสาหกรรมกลุ่มที่ใช้แรงงานสูง หรืออุตสาหกรรมที่เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีการผลิตและประเทศไทยไม่สามารถพัฒนาบุคคลากรรองรับเพื่อประสิทธิภาพการผลิตได้
  3. ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เริ่มกลับมานิยมใช้ของต่างประเทศมากขึ้นหรือจำเป็นต้องใช้ของต่างประเทศเพื่อติดตามแฟชั่นและเทคโนโลยี เช่น การใช้ Smart Phone เป็นต้น
  4. ผลกระทบจากค่าเงินบาทที่ค่อยๆแข็งค่าขึ้น ทำให้สินค้าไทยมีราคาสูงขึ้นในมุมมองต่างประเทศ ในขณะที่สินค้านำเข้าอาจมีราคาลดลง ส่งผลเชิงจิตวิทยาให้เกิดแนวโน้มพฤติกรรมการซื้อขายใหม่

นายกฯยิ่งลักษณ์ ต้องเร่งแก้ปัญหาการขาดดุลการค้า เพื่อไม่ให้เป็นปัจจัยฉุดการพัฒนาเศรษฐกิจของรัฐซึ่งจะเกิดจากเงินกู้จำนวนมากถึง 2.23 ล้านล้านบาทซึ่งยังไม่รวมอีกส่วนจากเงินงบประมาณแผ่นดิน

แนวทางแก้ไขทีภาครัฐต้องรีบดำเนินการซึ่งเป็นทั้งระยะสั้นฉับพลันและระยะกลางจนถึงการแก้ไขเพื่อความมั่นคงด้านการผลิตซึ่งใคร่นำเสนอคือ

1.   ให้รีบบริหารจัดการอัตราแลกเปลี่ยนโดยเร็ว เพราะการที่ค่าเงินแข็งขึ้นนั้น ส่งผลชัดเจนต่อการขาดดุลการค้า การเก็งกำไรในอัตราแลกเปลี่ยน การเก็งกำไรในตลาดทุนซึ่งคาดว่าจะส่งผลต่ออัตราเงินเฟ้อในกลุ่มสินค้าหลายประเภท เช่น รถยนต์ ที่ดินและบ้านจัดสรร เป็นต้น

จากการพิจารณาผลการค้าในช่วง 9 เดือนของปี 2555 แล้ว อัตราแลกเปลี่ยนที่เชื่อว่าน่าจะปรับดุลการค้าให้สมดุลได้ น่าจะมีอัตราแลก                   เปลี่ยนโดยประมาณที่ 32-34 บาทต่อหนึ่งเหรียญสหรัฐฯ

2.   ให้รีบพัฒนาขีดความสามารถของกลุ่มอุตสาหกรรมไทย ทั้งด้านบุคคลากร ด้านนวัตกรรมและด้านฝีมือ ด้านแนวโน้มอุตสาหกรรมใหม่ๆที่                มีมูลค่าสูงขึ้นเพื่อทดแทนอุตสาหกรรมดั้งเดิมที่มีแนวโน้มแข่งขันยากขึ้น เช่นอุตสาหกรรมรถยนต์ที่เป็นแนวโน้มโลก อุตสาหกรรมด้าน                  พลังงานทางเลือกซึ่งนอกจากจะช่วยลดการนำเข้าแล้วยังเป็นฐานให้เกิดอุตสาหกรรมใหม่ด้านพลังงานทางเลือกของไทย การส่งเสริม                  ให้เกิดอุตสาหกรรมการบริการด้านการแพทย์ เพื่อรองรับการท่องเที่ยว แนวโน้มการใช้ประเทศที่มีค่าครองชีพถูกเป็นแหล่งพักคนชรา                    จากประเทศที่มีค่าครองชีพสูง

ค่าเงินบาทที่แข็งเกินไป จะเกิดปัจจัยเสี่ยงต่อการแก้ปัญหาเศรษฐกิจเพื่อการกระจายความเจริญภายในประเทศ

การขาดดุลการค้าในปี 2555 เป็นที่น่ากังวล เพราะนอกจากจะเป็นการขาดดุลเป็นจำนวนมากแล้ว แนวโน้มยังเป็นการดุลต่อเนื่องไปยังปี 2556 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในไตรมาสแรกซึ่งคาดว่าน่าจะขาดดุลการค้าไม่ต่ำกว่า 100,000 ล้านบาทหรือประมาณ 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

Tags: ,

Leave a Reply

พระแก้วมรกตจำลองเครื่องทรงฤดูร้อนจากนิลดำ

พระบรมมหาราชวัง เป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สำคัญ

พระที่นั่งไอย์ศูรย์ทิพยอาสน์ พระราชวังบางปะอิน

หุ่นกระบอกงานหัตถกรรมช่างฝีมือไทย

รถยนต์ประหยัดพลังงานไฮบริดระหว่างไฟฟ้า 100% และน้ำมัน

ไหมไทยกับแฟชั่น เอกลักษณ์เด่นของไทย

เรือไม้ประดิษฐ์

Metal Crafting

Gallery

pr-600-400-king-7 dsc01367 dsc01366 pr-600-400-king-3

เรียนภาษาอังกฤษ

English Speaking Youtube

มูลนิธิสัมมาชีพ

ตลาดหุ้นไทย

ตลาดหุ้นโลก

อัตราแลกเปลี่ยน ธปท

อัตราแลกเปลี่ยน

The Japan Times

Asahi Shimbun English

Chinadaily

Xinhua News

Koreatimes

Korea Herald

Aljazeera

หนังสือพิมพ์ข่าว

ข่าวหุ้นออนไลน์

ข่าวหุ้น

World Economic Forum

world bank

UA-28221961-1