ไอซีทีกับการป้องปรามการคอรัปชั่น

Tuesday, January 1, 2013
By admin
FacebookTwitterGoogle+LinkedInGoogle BookmarksGoogle GmailYahoo MailShare

ไอซีทีกับการป้องปรามการคอรัปชั่น

หน่วยงานตรวจสอบที่กลายเป็นเสือกระดาษเพราะผู้บริหารสร้างปัญหาขึ้นเองภายในองค์กร

คอรัปชั่นปัญหาของชาติ

การทุจริตประพฤติมิชอบในประเทศไทยดูเหมือนจะเป็นเรื่องปกติ แม้ว่าจะมีการพูดกันมากในทุกระดับ การเมือง ข้าราขการ ประชาชนทั่วไป แต่ปรากฏว่าเราขาดการเอาจริงเอาจังกับการปราบปราม จนกระทั่งองค์การเพื่อความโปร่งใสเขาจัดอันดับความโปร่งใสของประเทศไทยค่อนข้างท้ายๆเมื่อเทียบกับประเทศในกลุ่มระดับเดียวกันในเอเซีย และถ้าดูคะแนนที่ได้แล้ว ในช่วงระยะเวลาสิบปี คะแนนของประเทศไทยไม่กระเตื้องขึ้นเลย

ดัชนีชี้วัดการคอรัปชั่นของกลุ่มประเทศ

คอรัปชั่นจัดเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ เพราะนอกจากทำให้การใช้จ่ายวงเงินงบประมาณไม่เต็มวงเงินแล้ว ยังอาจทำให้เบี่ยงเบนเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ของโครงการได้ รวมทั้งอาจทำให้ระยะเวลาของโครงการผิดพลาดส่งผลเสียต่อช่วงเวลาของผลตอบแทนการลงทุน อีกทั้งยังทำให้กระทบต่อโครงการต่อเนื่องอีกด้วย

องค์กรที่เกี่ยวข้องกับการปราบคอรัปชั่นของไทย

ปปช. ทำงานอืดอาด เหมือนเต่าล้านปี ควรปรับโครงสร้างและกระบวนการตรวจสอบใหม่

ถ้าถามว่าประเทศไทยมีการจัดองค์กรเพื่อการปราบปรามการประพฤติมิชอบหรือไม่ ต้องบอกว่ามีมากมายหลายองค์กร ตั้งแต่ หน่วยงานตรวจสอบภายในของแต่ละกรมกองหรือกระทรวง สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ปปท) สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง) คณะกรรมการป้องกันและปรามปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) กรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง) รวมทั้งหน่วยงานรัฐสภาที่มีคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ คณะกรรมาธิการศึกษา ตรวจสอบเรื่องการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาธิบาลให้การสนับสนุนและคอยตรวจสอบการทุจริตประพฤติมิชอบของหน่วยราชการต่างๆรวมทั้งองค์กรบริหารปกครองส่วนท้องถิ่น

แม้ว่าประเทศไทยจะมีองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบมากมาย แต่การทุจริตไม่มีแนวโน้มลดต่ำลง ซึ่งอาจมองได้ว่าหน่วยงานเหล่านั้นขาดประสิทธิภาพหรือขาดความเอาจริงเอาจังในการปราบปรามการทุจริต หรือเพราะว่าคดีที่มีการกล่าวหาว่ามีการทุจริตใช้เวลาในการสอบสวนและตรวจสอบข้อเท็จจริงนานเกินไป เช่นบางคดีการพิจารณากล่าวหาใช้เวลาเกือบ 10 ปีทั้งรวบรวมเอกสารและการสืบสวนสอบสวน กว่าจะผ่านอัยการหรือผ่านการพิพากษาคดีอาจใช้เวลายาวนานกว่า 20 ปี ทำให้ผู้กระทำการทุจริตไม่เกรงกลัวต่อกฏหมายบ้านเมือง

ถ้าพิจารณาแนวทางการกล่าวหาการกระทำการทุจริตในปัจจุบัน จำเป็นต้องมีการแจ้งเบาะแส แล้วตรวจสอบ สืบสวนสอบสวนก่อนจึงจะกล่าวหา บางครั้งผู้กระทำมีความสามารถสูงสามารถทำให้ขั้นตอนต่างๆเกิดความซับซ้อน ยากต่อการหาหลักฐาน ดังนั้นในแต่ละปีเราได้ยินได้ฟังว่ามีการกระทำการทุจริตเป็นจำนวนมาก แต่การดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหานั้นน้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวนการกล่าวหา และกว่าจะต้องคำพิพากษาของศาลยิ่งน้อยมาก เหมือนกับว่าประเทศไทยมีคอรัปชั่นน้อย ยิ่งฝ่ายการเมืองขาดการเอาจริงเอาจังกับการปราบปรามเพราะอาจมีส่วนในการ ดังนั้นถ้ายังยึดแนวทางการปราบปรามคอรัปชั่นแบบเดิมๆ โอกาสการลดคอรัปชั่นคงยาก ดังนั้นควรจะมีแนวทางการนำเสนอวิธีการตรวจสอบอย่างอื่น ซึ่งอาจจะไม่ใช่วิธีการกล่าวหาว่ามีการกระทำผิดกฏหมายการทุจริตโดยตรง แต่อาศัยกระบวนการตรวจสอบผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศน์ระหว่างรายได้เมื่อเทียบรายจ่ายของบุคคล

นอกจากนั้นยังมีความพยายามที่จะเรียกร้องให้ประชาชนร่วมด้วยช่วยกันในการแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการคอรัปชั่น แต่ก็คงไม่ง่ายนัก เพราะการสืบเสาะหาข้อมูลการคอรัปชั่นนั้นคงต้องมีมูลเหตุหรือจุดเริ่มต้น ซึ่งถ้าปราศจากจุดเริ่มต้นแล้ว การหาเบาะแสการคอรัปชั่นก็มีโอกาศเป็นไปได้น้อย ดังนั้นเพื่อให้ประชาชนทั่วไปร่วมตรวจสอบ จึงควรสร้างระบบฐานข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้าง เช่น ฐานข้อมูลสัญญาการจัดซื้อจัดจ้าง ฐานข้อมูลการข่าวการจัดซื้อจัดจ้าง หรือฐานข้อมูลเกี่ยวกับการใช้จ่ายของบุคคล สิ่งเหล่านี้ถ้าสามารถจัดทำขึ้นได้ก็จะเป็นแหล่งเริ่มต้นตรวจสอบที่มีแนวทางที่มีเป้าหมายพอสมควร

แนวทางป้องกันคอรัปชั่นโดยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศน์

ในช่วงระหว่างปี 2547-2549 ได้มีโอกาสร่วมกับเพื่อนอีกหลายท่านในความพยายามที่จะใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศน์ในการสร้างความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งลักษณะงานเป็นการให้ประชาชนที่สนใจมีส่วนร่วมมือกันตรวจสอบแนวโน้มการทุจริตประพฤติมิชอบการวงราชการ ประกอบการจัดทำแผนงานและขั้นตอนการปฏิบัติงานของผู้ตรวจสอบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและเพื่อเป็นการป้องกันการกลั่นแกล้งของผู้ตรวจสอบต่อผู้ปฏิบัติงาน ผลงานปรากฏเด่นชัดใน 2 เรื่องดังกล่าว นอกจากนั้นยังตั้งใจพัฒนาระบบการจัดซื้อจัดจ้างโดยให้มีการประกาศในเว็ปไซ้ท์ทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการจัดซื้อจัดจ้างในระดับประเทศหรือการจัดซื้อจัดจ้างในระดับท้องถิ่น รวมทั้งความต้องการเสนอให้กรมสรรพากรมีส่วนสำคัญในการป้องปรามการทุจริตประพฤติมิชอบของบุคคลในแผ่นดิน ไม่ว่าจะเป็นการทุจริตต่อเงินของแผ่นดิน ซึ่งอาจเป็นเงินงบประมาณหรือเงินรายได้ของหน่วยราชการที่มีข้อตกลงไม่ต้องนำส่งคลัง แต่ก็ไม่สามารถทำงานได้สำเร็จตามเป้าหมายทั้งหมด และที่น่าเสียใจก็คือปรากฏว่าส่วนที่ทำสำเร็จแล้วกลับถูกคนรุ่นหลังลบงานนั้นออกจากเว็ปไซ้ท์ โดยไม่ทราบสาเหตุว่าเพราะกลัวถูกตรวจสอบเองหรือว่าลบออกเพื่อใช้เป็นอาวุธในการทำมิดีมิชอบหรือเพราะว่าไม่เข้าใจความสำคัญของงาน แต่ไม่เป็นไรครับวันนี้จะขอถือโอกาสเล่าให้ฟังว่าแนวทางการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการป้องปรามการทุจริตประพฤติมิชอบที่ตั้งใจทำร่วมกับเพื่อนๆนั้นมีหลักการปฏิบัติอย่างไร

1. เว็ปไซ้ท์แสดงรายการสัญญาการจัดซื้อจัดจ้างระหว่างภาครัฐ-เอกชน

เป็นเว็ปไซ้ท์แสดงสัญญาการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่มีมูลค่าสูงกว่า 1 ล้านบาทขึ้นไป สัญญาของแต่ละโครงการที่มีการจัดซื้อจัดจ้างนี้ได้เปิดเผยรายชื่อโครงการ ชื่อหน่วยราชการระดับกรม ชื่อกระทรวง และชื่อคู่สัญญา (ระหว่างหน่วยราชการกับผู้รับจ้างภาคเอกชนนิติบุคคลหรือบุคคลทั่วไปหรือระหว่างหน่วยราชการกับหน่วยราชการ) กลุ่มของลักษณะงานในสัญญา เช่น งานก่อสร้าง งานจัดซื้อจัดจ้างระบบคอมพิวเตอร์ งานที่ปรึกษา ฯลฯ เป็นต้น เปิดเผยวงเงินงบประมาณตามสัญญา ฯลฯ ซึ่งเว็ปไซ้ท์นี้ได้บรรจุคู่สัญญาต่างๆย้อนหลังประมาณ 6-7 ปี มีคู่สัญญาหลายแสนฉบับที่บันทึกอยู่ในระบบ แต่ระบบไม่ได้มีเนื้อหาของสัญญาบรรจุไว้แต่อย่างใด แต่ผู้สนใจอยากรู้รายละเอียดของสัญญาก็สามารถใช้สิทธิทางกฏหมายว่าด้วยการเปิดเผยข้อมูลเพื่อขอรายละเอียดจากหน่วยงานนั้นๆได้

ผู้สนใจอาจบอกว่าแล้วจะค้นหาได้อย่างไรเพราะมีสัญญารวมทั้งหมดเกือบล้านฉบับอยู่ในระบบ? ขอตอบว่า เราสามารถค้นได้โดยง่ายมาก โดยสามารถค้นหาได้ด้วยระบุชื่อหน่วยงาน ชื่อโครงการ ปีงบประมาณ (พ.ศ.) ชื่อคู่สัญญา ชื่อกลุ่มลักษณะงาน วงเงินงบประมาณ เช่น ถ้าเราระบุว่า เป็นงานเกี่ยวกับที่ปรึกษาโดยไม่ระบุอย่างอื่นอีก คอมพิวเตอร์ก็จะแสดงสัญญาที่ปรึกษาที่หน่วยงานภาครัฐทำกับภาครัฐด้วยกันหรือทำกับภาคเอกชนทั้งหมดออกมามีวงเงินตั้งแต่น้อยไปหามาก (วงเงินตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป) หรือถ้าเราระบุเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างระบบคอมพิวเตอร์วงเงินตั้งแต่ 50 ล้านขึ้นไป คอมพิวเตอร์ก็จะแสดงผลว่ามีการจัดซื้อจัดจ้างที่ใดบ้างตามที่เราต้องการได้ หรือถ้าเราระบุการจัดซื้อจัดจ้างเกี่ยวกับการสร้างถนนของกระทรวงคมนาคมหรือของกรมทางหลวงคอมพิวเตอร์ก็จะแสดงผลได้อย่างชัดเจน

ถ้าจะถามว่าแล้วโครงการนี้มีประโยชน์อย่างไร ตอบว่า สำหรับผู้สนใจที่จะตรวจสอบกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างหรือตรวจสอบความสัมพันธุ์ระหว่างหน่วยงานคู่สัญญาแล้วก็จะเกิดประโยชน์เช่นกัน เพราะคอมพิวเตอร์จะบอกว่าในการประมูลของหน่วยงานนั้นมีบริษัทใดได้บ้าง ได้กี่ครั้ง แต่ละครั้งเป็นวงเงินงบประมาณเท่าใด เช่นหน่วยงานราชการแห่งหนึ่งมีงบประมาณการลงทุนสูงมาก มีการประกาศจัดซื้อจัดจ้างปีละหลายครั้งและบ่อยครั้งที่สรุปการจัดซื้อปรากฏว่า มีบริษัทแห่งหนึ่งประมูลได้ทุกครั้ง ก็อาจทำให้เกิดข้อสงสัยให้ตรวจสอบได้ว่าเจ้าของบริษัทที่ได้เป็นคู่สัญญาเป็นใคร มีเบื้องหน้าเบื้องหลังอย่างไร ก็จะทำให้การตรวจสอบมีช่องทางชี้นำได้ง่ายขึ้น นอกจากนั้นยังเปิดโอกาสให้สามารถตรวจสอบได้ว่าหน่วยงานใดจัดซื้อจัดจ้างในราคาที่ผิดปกติหรือไม่ในสิ่งของที่เป็นชนิดเดียวกันหรือคล้ายๆกัน

อยากบอกว่างานชิ้นนี้ได้มีการนำเสนอหัวหน้าหน่วยราชการระดับปลัดกระทรวง ระดับอธิบดี รองฯ หัวหน้าหน่วยงานเทคโนโลยีสารสนเทศน์ของกระทรวงทบวงกรมต่างๆเป็นจำนวนประมาณ 200-300 คน

2. เว็ปไซ้ท์รวมศุนย์การประกาศการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานภาครัฐทั่วประเทศ

เป็นเว็ปไซ้ท์แสดงโครงการที่ต้องการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยราชการ เป้าหมายเพื่อให้เป็นศูนย์กลางการข้อมูลการประมูลภาครัฐทั่วประเทศไทย ทั้งนี้เพื่อป้องปรามการปิดบังการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยราชการตามรูปแบบเก่าๆซึ่งก่อให้เกิดความไม่โปร่งใสในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือส่วนงานในภูมิภาค ซึ่งมักจะมีข้ออ้างว่าไปรษณีย์ส่งไม่ถึงหรือพนักงานส่งเอกสารส่งไม่ถึง

เว็ปไซ้ท์นี้จะแบ่งพื้นที่การจัดซื้อจัดจ้างเป็นระดับจังหวัดและอำเภอ ซึ่งจะส่งผลดีต่อองค์กรธุรกิจในส่วนภูมิภาคที่มีฐานธุรกิจอยู่ไม่ห่างไกลจากหน่วยงานที่จะมีการจัดซื้อจัดจ้างนัก จะเห็นว่านอกจากช่วยพัฒนาเรื่องของความโปร่งใสแล้ว ยังเป็นการเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันมากขึ้น ในขณะเดียวกันเชื่อว่าภาครัฐน่าจะจัดซื้อจัดจ้างได้ถูกลง เว็ปไซ้ท์นี้อยู่ในช่วงการออกแบบโครงสร้างของฐานข้อมูล และอยู่ในช่วงเริ่มพิจารณาเจรจาหาพันธมิตรร่วมโครงการซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นกรมบัญชีกลาง แต่ยังไม่ได้ลงมือปฏิบัติเพราะไม่มีโอกาสให้ปฏิบัติได้

3. โครงการป้องปรามการทุจริตประพฤติมิชอบโดยกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง

เป็นโครงการการพัฒนาระบบฐานข้อมูลในคอมพิวเตอร์กรมสรรพากรให้รองรับการแจ้งรายการเงินได้และรายจ่าย โดยมีหลักคิดคำนิยามการแจ้งรายการรายจ่ายพื้นฐานดังนี้ รัฐจะมีการประกาศรายการยอดเงินรายจ่ายที่ต้องแจ้งต่อกรมสรรพากรไว้เป็นก้อนใหญ่ในระดับที่ไม่ก่อให้เกิดภาระการแจ้งต่อผู้ต้องแจ้งรายการภาษี เช่นรายการจัดซื้อรถยนต์ จัดซื้อบ้าน ที่ดิน ซื้อทรัพย์สินอื่นๆ เช่น ทอง เพชร ของมีค่าต่างหรือของที่ประเมินว่ามีค่า เช่นพระเครื่อง เป็นต้น โดยอาจกำหนดวงเงินที่มีการจ่ายแต่ละครั้งเพื่อซื้อทรัพย์สินที่มีมูลค่าตั้งแต่ 100,000 บาทขึ้นไป (เป็นวงเงินสมมุต รัฐโดยกระทรวงการคลังอาจประกาศเป็นวงเงินที่สูงกว่าหรือต่ำกว่าก็ได้ แต่จะไม่ก่อให้เกิดภาระกับผู้แจ้งเสียภาษีแต่อย่างใด เพราะเป็นรายการใหญ่ที่จะมีการจ่ายไม่บ่อยครั้งนักหรือไม่มีการจ่ายเลยในช่วงระยะเวลาหนึ่งสำหรับคนทั่วไป)

เมื่อระบบฐานข้อมูลของกรมสรรพากรรองรับได้ จะเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติมหาศาล เพราะคอมพิวเตอร์จะแจ้งรายการออกมาว่า แต่ละท่านที่มีรายจ่ายผิดปกติที่ไม่สอดคล้องกับรายรับ ทำให้สามารถตรวจสอบได้ว่าแต่ละท่านมีแหล่งที่มาของเงินอย่างไร จากที่รับมรดก จากการขายที่ดิน หรืออื่นๆ ถ้าไม่สามารถบอกที่มาของแหล่งเงินได้ กรมสรรพากรจะเรียกเก็บภาษีเพิ่มพร้อมค่าปรับ และระบบคอมพิวเตอร์สามารถสะสมรายการเงินได้ย้อนหลังเป็นระยะเวลา

ระบบฐานข้อมูลของกรมสรรพากรจะเชื่อมต่อกับระบบคอมพิวเตอร์ของหน่วยราชการที่สำคัญๆ เช่น กรมการขนส่งซึ่งเป็นหน่วยการจดทะเบียนรถยนต์ กรมที่ดินหน่วยงานโอนซื้อขายที่ดิน หน่วยงานจดทะเบียนการซื้อขายบ้านจัดสรร เช่น ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เขต อำเภอต่างๆ เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อการตรวจสอบจำนวนเงินที่จ่ายจริงหรือกรณีที่ไม่แจ้งรายการจ่าย

โครงการนี้จะเป็นประโยชน์มหาศาลกับประเทศในกรณีที่ต้องการป้องปรามคอรัปชั่นซึ่งนับวันมีแต่จะรุนแรงมากขึ้น ในขณะเดียวกันระบบการตรวจสอบการทุจริตประพฤติมิชอบก็ทำได้อย่างเชื่องช้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งกว่าจะจบกระบวนการยุติธรรมอาจใช้เวลานานเป็น 10 ปี ทำให้ผู้กระทำการทุจริตขาดความเกรงกลัว และระบบการตรวจสอบปัจจุบันก็ทำได้เฉพาะผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการถูกกล่าวหาเท่านั้น ไม่สามารถนำไปสู่บุคคลอื่นที่เงินทุจริตถูกถ่ายโอน เช่น พ่อโอนเงินทุจริตให้ลูกหรือญาติ และนำไปซื้อบ้าน ซื้อรถในนามลูกหรือญาติ กฏหมายยากที่จะตามไปถึง แต่ในกรณีที่นำเสนอให้กรมสรรพากรเป็นส่วนช่วยในการป้องปรามนั้นจะสามารถตรวจสอบได้ทันทีด้วยระบบคอมพิวเตอร์ว่ามีรายการจ่ายผิดปกติ ต้องเข้าไปตรวจสอบหาแหล่งที่มาของเงิน มีการเสียภาษีเงินได้ตามระบบหรือไม่ ดังนั้นการป้องปรามด้วยวิธีนี้จะสามารถตรวจสอบการโยกย้ายของเงินได้เมื่อเงินนั้นถูกนำมาใช้

นอกจากช่วยในการป้องปรามการทุจริตแล้ว เชื่อว่าจะสามารถขยายฐานการเก็บภาษีได้เพิ่มขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะปัจจุบันมีแนวโน้มว่า ผู้ประกอบอาชีพอิสระ เช่น นายแพทย์ นักกฏหมาย นักบัญชี จะจ่ายภาษีต่ำกว่าที่เป็นจริงค่อนข้างมาก แต่บุคคลเหล่านี้ล้วนแต่มีฐานะอยู่ในระดับดี ถ้าหากให้บุคคลเหล่านี้แจงรายจ่าย เชื่อว่าจะสามารถเก็บภาษีเพิ่มอีกเป็นจำนวนมาก นอกจากนั้นยังมีนักธุระกิจซึ่งมีการถ่ายโอนเงินของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน หรือร้านค้าปกติ มีการทำบัญชีขาดทุนประมาณ 5 ปี เพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายภาษี หรือทำบัญชีเพื่อให้มีการแจ้งเสียภาษีในอัตราที่ต่ำมาก ในขณะที่ตัวเจ้าของธุระกิจเองร่ำรวยอย่างมาก สามารถเปลี่ยนรถใหม่ได้เป็นระยะๆ น่าอิจฉาครับ

4. ปรับปรุงกฏหมายเกี่ยวกับการล้มละลาย

ตามพระราชบัญญัติล้มละลายฉบับที่ 7 พ.ศ.2547 บุคคลที่มีหนี้สินล้นพ้นตัวและศาลพิพากษาให้ล้มละลายสามารถปลดจากการเป็นบุคคลล้มละลายได้ในระยะเวลา 3 ปี ยกเว้นกรณีที่เป็นบุคคลล้มละลายทุจริต อาจได้รับการปลดจากการเป็นบุคคลล้มละลายได้ก่อน 10 ปี แต่ต้องหลังจากเป็นบุคคลลัมละลายแล้ว 5 ปี หรือถ้าเกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดอันมีลักษณะเป็นการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ให้ขยายการปลดล้มละลายเป็นระยะเวลาประมาณ 10 ปี

จะเห็นว่าการให้บุคคลสามารถปลดการล้มละลายได้ในระยะเวลา 3 ปีไม่ว่าหนี้สินจะมากน้อยเพียงใด ดูจะไม่เป็นการยุติธรรมกับเจ้าหนี้ นอกจากนั้นยังฝึกนิสัยให้ลูกหนี้โกงเจ้าของเงิน อีกทั้งยังอาจทำให้ระบบการกู้ยืมเงินเสียหาย จริงอยู่การออกกฏหมายฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ที่ดีเพื่อให้ลูกหนี้ล้มละลายสามารถกลับคืนสู่การทำธุระกิจใหม่ได้ แต่ก็เป็นช่องทางให้ลูกหนี้หาทางไซฟ่อนเงินแล้วยอมเป็นบุคคลล้มละลาย

สมควรให้แก้ไขกฏหมายล้มละลายฉบับปี 2547

นายกฯยิ่งลักษณ์กับการปราบปรามคอรัปชั่น

นายกฯต้องจริงจังกับการปราบปรามคอรัปชั่น สั่งการให้ตรวจสอบผลงานมากขึ้นว่าสอดคล้องกับงบประมาณหรือไม่ ถ้าจัดการคนใกล้ชิดได้ คนอื่นไม่ต้องพูดถึง

การที่ประเทศไทยได้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี น่าจะเป็นโอกาสและจังหวะในการปราบคอรัปชั่นอย่างจริงจัง เพราะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีโดยไม่เคยผ่านการเป็นนักการเมืองมานาน ทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีความใสสอาด ไม่มีความมัวหมอง เมื่อเทียบกับบรรดานักการเมืองรุ่นก่อน ซึ่งแต่ละท่านอาจมีประวัติมัวหมองมากบ้างน้อยบ้าง แต่สำหรับนายกฯยิ่งลักษณ์แล้ว ความเป็นคนการเมืองใหม่ ทำให้ไม่มีข้อมัวหมองให้สามารถขุดคุ้ยได้ แม้จะมีผู้พยายามใส่ร้ายป้ายสี แนวโน้มที่ประชาชนไม่เชื่อจะสูงมาก ดังนั้นถ้าหากนายกฯยิ่งลักษณ์ ไม่ยอมปราบคอรัปชั่นอย่างจริงจังแล้ว ประเทศไทยคงต้องถือว่าโชคร้ายเพราะยากที่เราจะมีนายกรัฐมนตรีที่ประวัติส่วนตัวจะมีความใสสอาดด้านการทุจริตประพฤติมิชอบกับเงินของแผ่นดินได้ยากอีกแล้ว

Tags: ,

Leave a Reply

พระแก้วมรกตจำลองเครื่องทรงฤดูร้อนจากนิลดำ

พระบรมมหาราชวัง เป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สำคัญ

พระที่นั่งไอย์ศูรย์ทิพยอาสน์ พระราชวังบางปะอิน

หุ่นกระบอกงานหัตถกรรมช่างฝีมือไทย

รถยนต์ประหยัดพลังงานไฮบริดระหว่างไฟฟ้า 100% และน้ำมัน

ไหมไทยกับแฟชั่น เอกลักษณ์เด่นของไทย

เรือไม้ประดิษฐ์

Metal Crafting

Gallery

dsc01364 dsc01366 pr-600-400-king-3 photo-vr-resize-1000-handicraft-2

เรียนภาษาอังกฤษ

English Speaking Youtube

มูลนิธิสัมมาชีพ

ตลาดหุ้นไทย

ตลาดหุ้นโลก

อัตราแลกเปลี่ยน ธปท

อัตราแลกเปลี่ยน

The Japan Times

Asahi Shimbun English

Chinadaily

Xinhua News

Koreatimes

Korea Herald

Aljazeera

หนังสือพิมพ์ข่าว

ข่าวหุ้นออนไลน์

ข่าวหุ้น

World Economic Forum

world bank

UA-28221961-1