GDP Trap: ความไม่เท่าเทียมที่เกิดจากการพัฒนา

Saturday, November 24, 2012
By admin
FacebookTwitterGoogle+LinkedInGoogle BookmarksGoogle GmailYahoo MailShare

GDP Trap


ดัชนีการวัดการเจริญเติบโตและความร่ำรวยหรือยากจน

ในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศนั้นเป้าหมายคือการลดความยากจนและสร้างความร่ำรวยให้กับประชากรของชาติ ทางทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ได้บัญญัติดัชนีที่เรียกกันว่า GDP (Gross Domestic Products) หรือผลผลิตมวลรวมประชาชาติเป็นตัวชี้วัดความร่ำรวยหรือความยากจนของประเทศ ในขณะเดียวกันก็ใช้ค่าดัชนี GDP per Capita หรือผลิตภัณฑ์มวลรวมต่อหัวประชากรเป็นตัววัดสถานะทางเศรษฐกิจของประชากร อย่างไรก็ตามเนื่องจากความแตกต่างในเรื่องมาตรฐานการครองชีพในแต่ละประเทศ นักเศรษฐศาสตร์จึงได้กำหนดค่าดัชนีเพื่อให้สามารถชี้ชัดถึงมูลค่าที่แตกต่างกันของ GDP per capita ที่ผลิตได้ในประเทศหนึ่งเมื่อเทียบกับในอีกประเทศหนึ่งหรือเป็นการวัดมาตรฐานการครองชีพของประชากรในแต่ละประเทศได้ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากขึ้นคือ PPP per capita (Purchasing Power Parity)

โลกเรานี้มีประชากรทั้งหมดประมาณ 6,900 ล้านคนในจำนวน 242 ประเทศ เนื่องจากทรัพยากรของโลกมีการกระจายไปทั่วโลกและความสามารถในการพัฒนาการทรัพยากรเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์หรือเกิดมูลค่าเพิ่มแตกต่างกัน ทำให้เกิดความแตกต่างในเชิงสถานะทางเศรษฐศาสตร์ค่อนข้างมาก ธนาคารโลกได้สร้างเกณฑสำหรับการวัดความยากจนและร่ำรวยจากค่าดัชนี GDP per capita โดยกำหนดไว้ดังในตารางข้างล่าง อย่างไรก็ตามจากการเทียบค่าสถิติระหว่างค่าเฉลี่ย (average value) และค่ามัธยฐาน (median value) ของ GDP per capita ในปี 2011 แล้วจะได้ค่าเฉลี่ยของ GDP per capita ประมาณ 9,218 เหรียญสหรัฐ และค่ามัธยฐานของ GDP per capita ประมาณ 4,410 เหรียญสหรัฐ ดังนั้นจะเห็นว่าการจำแนกกลุ่มรายได้ตามมาตรฐานธนาคารโลกจึงน่าจะมาจากการใช้ค่ามัธยฐานเป็นเกณฑ์

การจำแนกกลุ่มประเทศตามรายได้
countries income classification of Average 2011 Median 2011 number of
economy classification income us$ GDP/cap GDP/cap countries
Low-income <1,005 35
Lower -middle income 1,006 to 3,975 56
Upper-middle-income 3,976 to 12,275 < 9,218 > <4,410 > 54
High-income >12,276 70
http://data.worldbank.org/about/country-classifications/country-and-lending-groups

จากการติดตามการพัฒนาประเทศโดยใช้เกณฑ์ GDP หรือการใช้ GDP per capita ในการวัดการเจริญเติบโตของแต่ละประเทศจะเห็นปัญหาหลักๆ 2 ปัญหาคือ

  1. การเกิดความไม่เท่าเทียมกันของประเทศต่างๆ การพัฒนามีแนวโน้มทำให้เกิดความแตกต่างกันมากขึ้นระหว่างกลุ่มคนที่ร่ำรวยที่สุดกับกลุ่มคนที่จนมากที่สุด หรือทำให้การกระจายรายได้ไม่เท่าเทียมกัน (In-equality of wealth distribution)
  2. การมุ่งที่จะพัฒนาเกิดการเจริญเติบโตโดยใช้ GDP เป็นดัชนีในการวัดมาตรฐานส่งผลให้เกิดความไม่สมดุลของการใช้แรงงานในแต่ละกลุ่มย่อยเศรษฐกิจ (In-equality of labor-forced employment in each economic sub-sectors) ส่งผลให้เกิดปฏิกิริยาเศรษฐกิจฟองสบู่ (Bubble economy) เกิดความแตกต่างกันในอัตราการเจริญเติบโตของกลุ่มเศรษฐกิจย่อย เกิดอัตราเงินเฟ้อสูง เกิดการว่างงาน
  3. การพัฒนาที่เกิดขึ้นอย่างไม่สมดุล ทำให้อัตราการเจริญเติบโตของ GDP per capita ต่ำกว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของค่าครองชีพ ผลก็คือเมื่อถึงระดับหนึ่ง การพัฒนาที่ทำให้มีรายได้มากขึ้น (GDP per capita) กลับทำให้อำนาจการซื้อหดตัวลง (PPP per capita) : ซึ่งผู้เขียนขอใช้คำว่า “GDP Trap” แทนผลที่เกิดจากการพัฒนาที่ไม่สมดุลนี้

I ความไม่เท่าเทียมกันของการกระจายรายได้ (Inequality of Wealth Distribution)

อาจเกิดจากปัจจัยสำคัญๆ เช่น ความมีอยู่หรือการสะสมทรัพยากรธรรมชาติของแต่ละประเทศ ตลอดจนความสามารถหรือศักยภาพในการสร้างหรือพัฒนามูลค่าเพิ่มของทรัพยากรที่มีอยู่หรือเกิดจากการสะสมขึ้น ซึ่งทำให้เกิดตวามแตกต่างของการสร้างรายได้หรือผลผลิตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความจริงแล้ว การพัฒนาย่อมทำให้เกิดผลดีต่อความเจริญของประเทศ ส่งผลให้เกิดการสร้างรายได้ของประชากรในประเทศ เป็นผลให้เกิดชนชั้นกลางมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็ส่งผลให้เกิดความแตกต่างในการกระจายรายได้มากขึ้นซึ่งดูได้จากการเปรียบเทียบผลการกระจายรายได้ของประเทศต่างๆในโลกซึ่งกำหนดตารางออกเป็น 2 ลักษณะคือ 1.แบ่งกลุ่มประเทศ ออกเป็น 5 กลุ่มประเทศเท่าๆกันซึ่งก็จะบอกถึงจำนวนประชากรที่แตกต่างกันในแต่ละกลุ่มประเทศด้วย และ 2 แบ่ง กลุ่มประชากรออกเป็น 5 กลุ่ม (Quintet Percentile) จำนวนเท่าๆกันซึ่งแต่ละกลุ่มประชากรก็จะบอกถึงจำนวนประเทศที่อยู่ในแต่ละกลุ่มนั้นด้วย

ในตารางที่แสดงจะบอกเป็นค่าแสดงถึงการกระจายรายได้ในแต่ละตารางค่อนข้างละเอียดโดยทำการเปรียบเทียบข้อมูลในปี 1980 ซึ่งมีจำนวนประมาณ 138 ประเทศและในปี 2011 ซึ่งมีจำนวนประมาณ 182 ประเทศ

world gdp distribution year 1980
138 country of 1980 pop. 1980 total gdp 1980 Gdp/cap % resource %population
20% of the richest countries 756,277,724 7,812,847,179,364 10,331 57.81 18.85
2 nd 20% of the richest countries 485,917,866 1,963,224,522,911 4,040 22.61 12.11
3 nd 20% of the richest countries 185,589,934 439,253,712,028 2,367 13.24 4.63
2 nd 20% of the poorest countries 517,618,814 419,353,340,247 810 4.53 12.90
20% of the poorest countries 2,067,246,693 666,039,062,893 322 1.80 51.52
number of countries 138 4,012,651,031 11,300,717,817,443 3,574 100.00 100.00
—————————————————————————————————————————————————-

world gdp distribution year 2011

182 country of 2011 pop. 2011 total gdp 2011 Gdp/cap % resource %population
20% of the richest countries 1,009,187,889 42,164,705,597,211 41,781 66.06 14.72
2 nd 20% of the richest countries 883,695,487 9,431,455,799,096 10,673 14.78 12.89
3 nd 20% of the richest countries 1,758,796,886 7,897,742,912,249 4,490 12.37 25.65
2 nd 20% of the poorest countries 2,399,642,504 3,888,251,578,593 1,620 6.09 35.00
20% of the poorest countries 805,317,116 443,695,313,517 551 0.70 11.75
number of countries 182 6,856,639,882 63,825,851,200,666 11,823 100.00 100.00

จะเห็นว่าในปี 1980 กลุ่มประเทศที่รวยที่สุด 20% แรกนั้น มี GDP per capita ที่ 10,331 เหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นการใช้ทรัพยากรของโลกประมาณ 57.81% ของผลผลิตต่อหัว ส่วน 20% ของกลุ่มประเทศที่จนที่สุดมี GDP per capita ที่ 332 เหรียญสหรัฐหรือคิดเป็นการใช้ทรัพยากรของดลกประมาณ 1.80% เท่านั้นเอง ส่วนในปี 2011 กลุ่มประเทศที่รวยที่สุด 20% แรกนั้น มี GDP per capita ที่ 41,781 เหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นการใช้ทรัพยากรของโลกประมาณ 66.06% ของผลผลิตต่อหัว ส่วน 20% ของกลุ่มประเทศที่จนที่สุดมี GDP per capita ที่ 332 เหรียญสหรัฐหรือคิดเป็นการใช้ทรัพยากรของดลกประมาณ 0.70% เท่านั้นเอง

เมื่อแบ่งกลุ่มความร่ำรวยตามจำนวนประชากรออกเป็น 5 กลุ่มเท่าๆกัน จะเห็นว่าในปี 1980 กลุ่มประชากรที่รวยที่สุด 20% แรกนั้น มี GDP per capita ที่ 10,075 เหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นการใช้ทรัพยากรของโลกประมาณ 71.55% ของผลผลิตต่อหัว ส่วน 20% ของกลุ่มประเทศที่จนที่สุดมี GDP per capita ที่ 246 เหรียญสหรัฐหรือคิดเป็นการใช้ทรัพยากรของดลกประมาณ 1.75% เท่านั้นเอง ส่วนในปี 2011 กลุ่มประชากรที่รวยที่สุด 20% แรกนั้น มี GDP per capita ที่ 34,030 เหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นการใช้ทรัพยากรของโลกประมาณ 73.13% ของผลผลิตต่อหัว ส่วน 20% ของกลุ่มประชากรที่จนที่สุดมี GDP per capita ที่ 800 เหรียญสหรัฐหรือคิดเป็นการใช้ทรัพยากรของดลกประมาณ 1.72%

world gdp distribution by population year 1980
country pop.1980 total gdp 1980 Gdp/ cap % resource % country
20% of the richest population 802,530,206 8,085,639,302,003 10,075 71.55 27.14
2 nd 20% of the richest population 802,530,206 2,318,700,247,184 2,889 20.52 45.00
3 nd 20% of the richest population 802,530,206 430,861,568,667 537 3.81 13.57
2nd 20% of the poorest population 802,530,206 267,827,875,250 334 2.37 11.43
20% of the poorest population 802,530,216 197,688,876,118 246 1.75 2.86
4,012,651,041 11,300,717,869,223 2,816 100.00 100.00
—————————————————————————————————————————————————-

world gdp distribution by population year 2011

country of 2011 population 2011 total gdp 2011 gdp per cap % resource % country
20% of the richest population 1,371,327,976 46,666,251,291,697 34,030 73.13 30.00
2 nd 20% of the richest population 1,371,327,976 8,900,971,944,287 6,491 13.95 21.05
3 nd 20% of the richest population 1,371,327,976 5,273,945,131,825 3,846 8.26 15.79
2nd 20% of the poorest population 1,371,327,976 1,876,772,609,628 1,369 2.94 8.95
20% of the poorest population 1,371,327,976 1,096,694,808,231 800 1.72 24.21
6,856,639,882 63,814,635,785,668 9,307 100.00 100.00

II การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร (In-equality of labor-forced employment in each economic sub-sectors)

จะเห็นว่ารูปแบบการพัฒนาประเทศต่างๆของโลกนั้นแทบจะเป็นรูปแบบคล้ายกัน อาจแตกต่างกันบ้างในรายละเอียด ซึ่งผลก็คือทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างกลุ่มประชากรในแต่ละกลุ่มเศรษฐกิจย่อย คือ กลุ่มอาชีพเกษตรกรรม กลุ่มการผลิตภาคอุตสาหกรรม และกลุ่มภาคบริการซึ่งเกิดการพัฒนาอย่างรวดเร็วจากการพัฒนาระบบการบริการพื้นฐาน เช่น การขนส่ง การท่องเที่ยว การก่อสร้าง ฯลฯ เป็นระบบการบริการภาคการเงินและตลาดทุน ทำให้เกิดการย้ายกลุ่มประชากรจากภาคการผลิตอื่นๆไปสู่ภาคบริการมากขึ้น จึงเกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรในกลุ่มประเทศพัฒนาที่ให้หรือเริ่มให้ความสำคัญกับภาคบริการด้านการเงินและตลาดทุน นอกจากนั้นยังทำให้เกิดการขยายตัวของ GDP และเกิดปรากฏการณ์ฟองสบู่อย่างรวดเร็วโดยเฉพาะกับประเทศที่มี GDP ค่อนข้างสูง

Labor force structure of developed countries in 1997 vs 2010
GDP/cap labor in sectors % 1997 GDP/cap labor in sectors % 2010
country 1997 agriculture industrial service 2010 agriculture industrial service
United States 30,541 2.8% 25.1% 72.1% 47,284 0.7 20.3 79.0
Canada 24,534 3.0% 23.0% 74.0% 46,215 2.0 22.0 76.0
UK 22,252 1.2% 25.0% 63.8% 36,120 1.4 18.2 80.4
Germany 23,447 3.0% 41.0% 56.0% 40,631 2.4 29.7 67.8
France 22,623 5.0% 26.0% 69.0% 41,019 3.8 24.3 71.8
Italy 21,958 7.0% 32.0% 61.0% 34,059 4.2 30.7 65.1
Spain 18,863 9.0% 29.0% 62.0% 30,639 4.2 24.0 71.7
Netherland 25,657 4.0% 23.0% 73.0% 47,172 2.0 18.0 80.0
Japan 24,174 6.0% 33.0% 60.0% 42,820 3.9 26.2 69.8
Australia 23,879 6.0% 17.0% 77.0% 55,590 3.6 21.1 75.0
South Korea 14,169 21.0% 27.0% 52.0% 20,591 7.3 24.3 68.4
Taiwan 17,085 10.0% 38.0% 52.0% 18,485 5.2 35.9 58.8
—————————————————————————————————————————————————-

Labor force structure of developing countries in 1997 vs 2010

GDP/cap labor in sectors % 1997 GDP/cap labor in sectors % 2010
country 1997 agriculture industrial service 2010 agriculture industrial service
Brazil 6,869 42.0% 31.0% 27.0% 10,186 20.0 14.0 66.0
Mexico 9,382 28.0% 19.5% 37.9% 9,566 13.7 23.4 62.9
Argentina 9,101 12.0% 31.0% 57.0% 9,136 5.0 23.0 72.0
Indonesia 2,572 55.0% 17.0% 28.0% 3,015 38.3 12.8 48.9
China 1,849 54.0% 33.0% 20.0% 4,382 38.1 27.8 34.1
India 1,344 65.0% >3% >7% 1,265 52.0 14.0 34.0
Thailand 4,963 57.0% 17.0% 26.0% 4,992 42.4 19.7 37.9
Malaysia 8,793 21.0% 33.0% 40.0% 7,731 13.0 36.0 51.0
Philippines 2,185 43.4% 16.1% 40.5% 2,007 33.0 15.0 52.0
Vietnam 1,199 65.0% >35 1,174 53.9 20.3 25.8

III GDP TRAP (กับดัก GDP) (Inconsistent value of real GDP per capita and PPP per capita)

จากการพัฒนาส่งผลให้กลุ่มประเทศหรือกลุ่มประชากรที่ความสามารถในการแข่งขันสูงกว่าใช้ศักยภาพของตนเองในการแย่งชิงการใช้ทรัพยากร ทำให้เกิดความไม่เท่าเทียมกันของการกระจายรายได้ (In-equality of income distribution) แต่อย่างไรก็ตามจากความพยายามในการเพิ่มอัตราการเจริญเติบโตของประเทศหรือการเพิ่มขึ้นของ GDP ทำให้เกิดการใช้มาตรการทางการเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ สำหรับประเทศที่ได้รับความน่าเชื่อถือในระบบการเงิน เช่นสหรัฐอเมริกาก็จะพิมพ์ธนบัตรเพื่อเพิ่มการหมุนเวียนทางการเงินหรือเพื่อปล่อยให้ประเทศอื่นๆกู้ เช่นหลายๆประเทศในกลุ่มประเทศยุโรปหรือกลุ่มลาตินอเมริกาในอดีต

จากการใช้มาตรการทางการเงินและตลาดทุนในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้เกิดระบบเศรษฐกิจฟองสบู่ เกิดอตราเงินเฟ้อที่มีการปรับตัวเร็วกว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของรายได้ ทำให้มูลค่าที่แท้จรงของเงินลดลงหรือที่เรียกว่าความสามารถทางการซื้อถดถอยอย่างเห็นได้ชัดจากตารางที่แดสงข้างล่าง

GDP/cap vs PPP/cap among high, middle and low income countries
country country gdp/cap ppp/cap
United States usa 47,284 47,284
Canada can 46,215 39,057
Brazil bra 10,816 11,239
Mexico mex 9,566 14,430
Venezuela ven 9,960 11,829
Argentina arg 9,138 15,854
France fra 41,019 34,077
Germany ger 40,631 36,033
United Kingdom uk 36,120 34,920
Italy ita 34,059 29,392
Spain spa 30,639 29,742
Netherlands net 47,172 40,765
Australia aus 55,590 39,699
Japan jan 42,820 33,805
Singapore sin 43,117 56,522
Hong Kong hk 31,591 45,736
South Korea korea 20,591 29,836
Taiwan tai 18,458 29,836
Malaysia mal 8,423 14,670
Thailand tha 4,992 9,187
China chi 4,382 7,519
Indonesia ind 3,015 4,394
Philippines phi 2,007 3,737

"GDP Trap" inconsistent value between GDP/cap vs PPP/cap

สรุป

การพัฒนาเศรษฐกิจโดยมุ่งแต่การเจริญเติบโตด้วย GDP per capita อย่างเดียวตามรูปแบบของประเทศต่างๆที่ผ่านมา อาจส่งผลต่อกระทบต่อความไม่เท่าเทียมกันในการกระจายรายได้ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรหรืออาจพูดได้ว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเมือง ตลอดจนอาจส่งผลต่ออัตราเงินเฟ้อจนทำให้มูลค่าของรายได้จริงลดต่ำลงซึ่งทำให้อำนาจการซื้อหรือการใช้จ่ายลดลงตามที่ได้นำเสนอดังกล่าวข้างต้น

Tags: , ,

Leave a Reply

พระแก้วมรกตจำลองเครื่องทรงฤดูร้อนจากนิลดำ

พระบรมมหาราชวัง เป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สำคัญ

พระที่นั่งไอย์ศูรย์ทิพยอาสน์ พระราชวังบางปะอิน

หุ่นกระบอกงานหัตถกรรมช่างฝีมือไทย

รถยนต์ประหยัดพลังงานไฮบริดระหว่างไฟฟ้า 100% และน้ำมัน

ไหมไทยกับแฟชั่น เอกลักษณ์เด่นของไทย

เรือไม้ประดิษฐ์

Metal Crafting

Gallery

pr-600-400-king-18 photo-vr-resize-1000-handicraft-3 dsc01364 pr-600-400-king-13

เรียนภาษาอังกฤษ

English Speaking Youtube

มูลนิธิสัมมาชีพ

ตลาดหุ้นไทย

ตลาดหุ้นโลก

อัตราแลกเปลี่ยน ธปท

อัตราแลกเปลี่ยน

The Japan Times

Asahi Shimbun English

Chinadaily

Xinhua News

Koreatimes

Korea Herald

Aljazeera

หนังสือพิมพ์ข่าว

ข่าวหุ้นออนไลน์

ข่าวหุ้น

World Economic Forum

world bank

UA-28221961-1