ภาษีมูลค่าเพิ่ม สิงหาคม 2555

Monday, September 24, 2012
By admin
FacebookTwitterGoogle+LinkedInGoogle BookmarksGoogle GmailYahoo MailShare

ภาษีมูลค่าเพิ่มเดือน สิงหาคม 2555

แผนภูมิเปรียบเที่ยบผลการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มตั้งแต่ มกราคม 2553-สิงหาคม 2555 หลังจากพิจารณาค่าเงินเฟ้อ

รายได้จากการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นดัชนีชี้วัดที่เหมาะสมที่สุดที่จะชี้ให้เห็นถึงความสามารถในการใช้จ่ายของผู้บริโภค ทั้งนี้เพราะอัตราการเก็บคงที่มาตลอดหลายๆปี ส่วนภาษีประเภทอื่นๆนั้นไม่ว่าจะเป็นภาษีบุคคลทั่วไป หรือภาษีนิติบุคคล มีการเปลี่ยนแปลงอัตราภาษีค่อนข้างบ่อยจึงไม่เหมาะสมที่จะใช้เป็นดัชนีชี้วัดการบริโภคในประเทศ

ผลการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในเดือนสิงหาคม 2555 เก็บได้ 58,232 ล้านบาทมากกว่ายอดเก็บของช่วงเวลาเดียวกันในปี 2554 ซึ่งเก็บได้ 51,948 ล้านบาทเป็นอัตรา 12.1% เมื่อรวมยอดการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนสิงหาคม 2555 แล้วมีมูลค่าประมาณ 445,645 ล้านบาทสูงกว่ายอดเก็บช่วงเดียวกันของปี 2554 ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 394,930 ล้านบาท ทำให้การเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในปี 2555 เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาประมาณ 12.8%

แต่หลังจากหักภาษีคืนแล้วในเดือนสิงหาคม 2555 มียอดเก็บประมาณ 40,232 ล้านบาท สูงเพิ่มมากกว่าช่วงเวลาเดียวกันปี 2554 ซึ่งเก็บได้ 32,048 ล้านบาทประมาณ 25.5% และยอดรวมตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนสิงหาคม 2555 มียอดเก็บประมาณ 296,345 ล้านบาทเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2554 ซึ่งมียอดเก็บรวม 261,953 ล้านบาท ทำให้ช่วง 8 เดือนของปี 2555 มียอดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นจากช่วง 8 เดือนของปี 2554 ประมาณ 13.1%

จากการพิจารณาค่าเฉลี่ย 3 เดือนของภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าหลังพิจารณาอัตราเงินเฟ้อแล้ว ภาษีมูลค่าเพิ่มยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอัตราที่มีนัยสำคัญและต่อเนื่องมาตั้งแต่กันยายน 2554 จึงทำให้พอสรุปได้ผลการเกิดน้ำท่วมใหญ่จากปลายปีที่ผ่านมาทำให้ประชาชนต้องใช้จ่ายเพื่อซ่อมแซมรักษาบ้านเรือนและอุปกรณ์เครื่องใช้ให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย ในขณะเดียวกันรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ได้ดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ทำให้อำนาจการซื้อยังเกิดขึ้นได้ซึ่งสท้อนจากผลการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตาม มีประเด็นที่น่าติดตามคือยอดขายรถยนต์มีอัตราเพิ่มขึ้นจนเป็นที่น่าสังเกตทั้งนี้คงเป็นผลจากนโยบายรถยนต์คันแรก ซึ่งทำให้มีความเป็นไปได้สูงที่ประชาชนกลุ่มนี้อาจยอมเป็นหนี้เป็นสินเพราะคิดว่าได้ของถูก ถ้าเศรษฐกิจยังสามารถขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง ก็ไม่น่าจะเกิดปัญหาการชดใช้หนี้สินแต่อย่างใด

ถ้าติดตามดูแผนงานการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลซึ่งนอกจากแผนการลงทุนตามวงเงินงบประมาณปกติแล้ว รัฐบาลมีวงเงินการลงทุนนอกงบประมาณตามแผนเงินกู้ 350,000 ล้าน และกำลังอยู่ระหว่างจัดทำ พรบ.เพื่อกู้เงินอีก 2,000,000 ล้านบาท (สองล้านล้านบาท) เพื่อจัดทำโครงสร้างพื้นฐาน รถไฟความเร็วสูง โครงการน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วม น้ำแล้ง และน้ำเพื่อการบริโภค อินเตอร์เนตความเร็วสูงในระยะเวลา 7 ปีข้างหน้า อีกทั้งยังมีโครงการเงินกู้เพื่อโครงสร้างรถไฟใต้ดินในกทม.อีกหลายแสนล้านบาท ทำให้เชื่อว่าในช่วง 7-8 ปีต่อจากนี้รัฐบาลคงจะสามารถพัฒนาเศรษฐกิจให้เกิดการเจริญเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

เมื่อพิจารณาวงเงินกู้ทั้งหมดในช่วงปี 2553 ตั้งแต่ยุครัฐบาลอภิสิทธิจนถึงรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ประเมินวงเงินกู้ทั้งหมดประมาณไม่ต่ำกว่า 3,500,000 ล้านบาท (สามล้านห้าแสนล้านบาท) หรือประมาณ 35% ของมูลค่า GDP ในปี 2554 (ปี 2554 ไทยมีมูลค่า GDP ประมาณ 10.5 ล้านล้านบาท) ประเมินเป็นหนี้สาธารณะประมาณ 77% ของ GDP ปี 2554 (หนี้สาธารณะ ณ สิ้นเดือนสิงหาคมประมาณ 4.668 ล้านล้านบาทหรือประมาณ 42.89% ของ GDP)

ถ้าประเมินการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในอัตรา 4-5% หรือ 7-8.5% เมื่อรวมอัตราเงินเฟ้อ โดยประมาณอัตราเงินเฟ้อที่ 2.5-3.5% มูลค่า GDP ไทยในปี 2564 จะมีมูลค่าประมาณ 20-23 ล้านล้านบาท ประมาณหนี้สาธารณะซึ่งเกิดจากหนี้ในปัจจุบัน หนี้ที่ต้องกู้เพิ่มเติมเพื่อชดเชยงบประมาณขาดดุล และหนี้ที่จะกู้จาก พรบ.ใหม่ตามแนวนโยบายรัฐบาล ซึ่งประเมินว่าหนี้สาธารณะในปี 2564 มีมูลค่าประมาณ 10.5-11.0 ล้านล้านบาท ทำให้สัดส่วนหนี้สาธารณะเทียบ GDP อยู่ที่ประมาณ 45-52% (ประเมินหนี้สาธารณะที่ 10.5 ล้านล้านบาท) ซึ่งจะเห็นว่าสัดส่วนหนี้สาธารณะอาจไม่น่าเป็นกังวลมากนัก

เมื่อพิจารณาวงเงินกู้ทั้งหมดในช่วงปี 2553 ตั้งแต่ยุครัฐบาลอภิสิทธิจนถึงรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ประเมินวงเงินกู้ทั้งหมดประมาณไม่ต่ำกว่า 3,500,000 ล้านบาท (สามล้านห้าแสนล้านบาท) หรือประมาณ 35% ของมูลค่า GDP ในปี 2554 (ปี 2554 ไทยมีมูลค่า GDP ประมาณ 10.5 ล้านล้านบาท) ประเมินเป็นหนี้สาธารณะประมาณ 77% ของ GDP ปี 2554 หรือถ้าประเมินการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในอัตรา 4-5% หรือ 7-8.5% เมื่อรวมอัตราเงินเฟ้อ โดยประมาณอัตราเงินเฟ้อที่ 3-3.5% มูลค่า GDP ไทยในปี 2564 จะมีมูลค่าประมาณ 20 ล้านล้านบาท ทำให้สัดส่วนหนี้สาธารณะเทียบ GDP อยู่ที่ประมาณ 45-50% (ประเมินหนี้สาธารณะที่ 9-10 ล้านล้านบาท) ซึ่งจะเห็นว่าสัดส่วนหนี้สาธารณะอาจไม่น่าเป็นกังวลมากนัก

อย่างไรก็ตามเสถึยรภาพของเศรษฐกิจไทยคงต้องพิจารณาดัชนีมหภาคหลายๆปัจจัยด้วยกัน เช่น ดุลการค้า ดุลบัญชีเดินสะพัด ดุลชำระเงิน ดุลงบประมาณ หนี้สาธารณะ หนี้ต่างประเทศ อัตราเงินเฟ้อ การกระจายรายได้ อัตราการว่างงาน เป็นต้น ดังนั้นถ้าหากรัฐบาลบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล โครงการต่างๆจะก่อให้เกิดผลตอบแทนซึ่งจะช่วยรักษาดุลยภาพของดัชนีมหภาคดังกล่าวข้างต้น ก็จะทำให้การพัฒนาเศรษฐกิจไทยเกิดการเจริญเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

Vat Monthly Collection Report
y jan feb mar apr may jun jul aug sep oct nov dec
y 10 42,517 39,053 42,533 44,177 39,352 43,895 42,947 43,826 42,375 41,734 44,973 46,356
y 11 47,482 43,849 48,498 50,526 55,296 50,769 46,562 51,948 49,617 47,780 45,714 52,020
y12 51,663 53,802 55,598 56,702 56,274 57,023 56,351 58,232
ข้อมูลจากกระทรวงการคลัง: ประมวลโดย ดร.สำราญ ภูอนันตานนท์

ภาษีแวตเก็บตามมูลค่าจริงประจำเดือน มกราคม 2553-สิงหาคม 2555

Vat Monthly Collection after Return
y jan feb mar apr may jun jul aug sep oct nov dec
y 10 26,517 23,553 26,033 30,177 27,352 28,895 26,947 24,826 22,875 26,434 28,973 30,456
y 11 30,570 30,499 31,076 33,826 36,796 33,569 31,562 32,048 31,117 31,780 29,714 38,020
y12 32,463 34,202 37,598 38,702 35,274 40,023 37,851 40,232

ภาษีแวตหลังหักภาษีคืนเดือนมกราคม 2553-สิงหาคม 2555

Vat Calculation of 3 Months Moving Average
y jan feb mar apr may jun jul aug sep oct nov dec
y 10 26,060 25,816 25,368 26,588 27,853 28,808 27,731 26,889 24,882 24,711 26,094 28,621
y 11 30,000 30,507 30,714 31,800 34,273 34,730 33,976 32,393 31,575 31,648 30,870 33,171
y12 33,399 34,859 34,754 36,834 37,191 38,000 37,716 39,369

ภาษีแวตค่าเฉลี่ย 3 เดือนมกราคม 2553-สิงหาคม 2555

VAT Calculation of 3 M Average after Inflation
y jan feb mar apr may jun jul aug sep oct nov dec
y 10 25,906 24,894 24,533 25,813 26,912 27,887 26,845 26,030 24,088 24,039 24,341 26,698
y 11 29,126 29,647 29,790 30,577 32,892 33,362 32,637 31,057 30,361 30,372 29,626 32,049
y12 32,301 33,748 33,611 35,692 35,968 36,750 36,475 38,074

ภาษีแวตหลังหักภาษีคืนค่าเฉลี่ย 3 เดือนหลังพิจารณาอัตราเงินเฟ้อ

Tags:

Leave a Reply

พระแก้วมรกตจำลองเครื่องทรงฤดูร้อนจากนิลดำ

พระบรมมหาราชวัง เป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สำคัญ

พระที่นั่งไอย์ศูรย์ทิพยอาสน์ พระราชวังบางปะอิน

หุ่นกระบอกงานหัตถกรรมช่างฝีมือไทย

รถยนต์ประหยัดพลังงานไฮบริดระหว่างไฟฟ้า 100% และน้ำมัน

ไหมไทยกับแฟชั่น เอกลักษณ์เด่นของไทย

เรือไม้ประดิษฐ์

Metal Crafting

Gallery

photo-vr-resize-1000-handicraft-3 pr-600-400-king-3 dsc01365 dsc01367

เรียนภาษาอังกฤษ

English Speaking Youtube

มูลนิธิสัมมาชีพ

ตลาดหุ้นไทย

ตลาดหุ้นโลก

อัตราแลกเปลี่ยน ธปท

อัตราแลกเปลี่ยน

The Japan Times

Asahi Shimbun English

Chinadaily

Xinhua News

Koreatimes

Korea Herald

Aljazeera

หนังสือพิมพ์ข่าว

ข่าวหุ้นออนไลน์

ข่าวหุ้น

World Economic Forum

world bank

UA-28221961-1