ภาษีมูลค่าเพิ่ม มิถุนายน 2555

Thursday, July 26, 2012
By admin
FacebookTwitterGoogle+LinkedInGoogle BookmarksGoogle GmailYahoo MailShare

ภาษีมูลค่าเพิ่มเดือน มิถุนายน 2555

ภาษีมูลค่าเพิ่มหลังพิจารณาอัตราเงินเฟ้อ 2552-2555

ผลการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มเดือนมิถุนายน 2555

ผลการเก็บภาษีมูลค่าในเดือนมิถุนายน 2555 เป็นมูลค่า 57,023 ล้านบาทมากกว่าเมื่อช่วงเวลาเดียวกันของปี 2554 ซึ่งเก็บได้ 50,769 ล้านบาทสูงขึ้น 12.3% แต่ถ้าหากหักมูลค่าภาษีคืนแล้วปรากฏว่าเป็นยอดคงเหลือมีมูลค่า 40,023 ล้านบาทน้อยกว่ามูลค่าคงเหลือของเดือน มิถุนายน 2554 ซึ่งเก็บได้ 33,569 ล้านบาท สูงขึ้นประมาณ 19.2%

Vat Monthly Collection Report
y jan feb mar apr may jun jul aug sep oct nov dec
y 10 42,517 39,053 42,533 44,177 39,352 43,895 42,947 43,826 42,375 41,734 44,973 46,356
y 11 47,482 43,849 48,498 50,526 55,296 50,769 46,562 51,948 49,617 47,780 45,714 52,020
y12 51,663 53,802 55,598 56,702 56,274 57,023
ข้อมูลจากกระทรวงการคลัง: ประมวลโดย ดร.สำราญ ภูอนันตานนท์
Vat Monthly Collection after Return
y jan feb mar apr may jun jul aug sep oct nov dec
y 10 26,517 23,553 26,033 30,177 27,352 28,895 26,947 24,826 22,875 26,434 28,973 30,456
y 11 30,570 30,499 31,076 33,826 36,796 33,569 31,562 32,048 31,117 31,780 29,714 38,020
y12 32,463 34,202 37,598 38,702 35,274 40,023
ข้อมูลจากกระทรวงการคลัง: ประมวลโดย ดร.สำราญ ภูอนันตานนท์

ผลเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มก่อนหักคืน

ผลเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มหลังหักคืน

ผลการเก็บภาษีในช่วงระยะเวลา 6 เดือนแรกของปี 2555 มียอดเท่ากับ 331,062 ล้านบาทสูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันเมื่อปี 2554 ซึ่งเก็บได้ 296,420 ล้านบาทประมาณ 11.7% แต่เมื่อหักภาษีคืนแล้วยอดรวมภาษีที่เก็บได้ในช่วงระยะเวลา 6 เดือนแรกของปี 2555 มียอดเท่ากับ 218,262 ล้านบาทสูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันเมื่อปี 2554 ซึ่งเก็บได้ 196,336 ล้านบาทประมาณ 11.2%

เพื่อลดจากความผันผวนเชิงฤดูกาล จึงได้พิจารณาภาษีมูลค่าเพิ่มจากการคำนวนค่าเฉลี่ยแบบ 3 เดือน ซึ่งจะเห็นว่ามูลค่าของค่าเฉลี่ย 3 เดือนของเดือนมิถุนายนเท่ากับ 38,000 ล้านบาทยังสูงกว่าเมื่อช่วงเดือนเดียวกันเมื่อปี 2554 ซึ่งมีมูลค่าเท่ากับ 34,730 ล้านบาท และเมื่อหักค่าอัตราเงินเฟ้อแล้วภาษีมูลค่าเพิ่มที่เก็บได้ในเดือนพฤษภาคม 2555 ก็ยังสูงกว่าของช่วงเดือนเดียวกันเมื่อปี 2554

Vat Calculation of 3 Months Moving Average
y jan feb mar apr may jun jul aug sep oct nov dec
y 10 26,060 25,816 25,368 26,588 27,853 28,808 27,731 26,889 24,882 24,711 26,094 28,621
y 11 30,000 30,507 30,714 31,800 34,273 34,730 33,976 32,393 31,575 31,648 30,870 33,171
y12 33,399 34,859 34,754 36,834 37,191 38,000
ข้อมูลจากกระทรวงการคลัง: ประมวลโดย ดร.สำราญ ภูอนันตานนท์
VAT Calculation of 3 M Average after Inflation
y jan feb mar apr may jun jul aug sep oct nov dec
y 10 25,906 24,894 24,533 25,813 26,912 27,887 26,845 26,030 24,088 24,039 24,341 26,698
y 11 29,126 29,647 29,790 30,577 32,892 33,362 32,637 31,057 30,361 30,372 29,626 32,049
y12 32,301 33,748 33,611 35,692 35,968 36,750
ข้อมูลจากกระทรวงการคลัง: ประมวลโดย ดร.สำราญ ภูอนันตานนท์

ภาษีมูลค่าเพิ่มคิดจากค่าเฉลี่ย 3 เดือน

ภาษีมูลค่าเพิ่มคิดจากค่าเฉลี่ย 3 เดือนและอัตราเงินเฟ้อ

ผลการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในเดือนมิถุนายนทั้งมูลค่าที่เก็บได้ก่อนหักคืนก็ดี มูลค่าหลังหักคืนก้ดี หรือมูลค่าจากการคำนวนค่าเฉลี่ยแบบ 3 เดือนตลอดจนมูลค่าที่พิจารณาอัตราเงินเฟ้อแล้ว ทุกมูลค่าล้วนแต่แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มของกำลังซื้อที่ยังมีลักษณะค่อยๆเพิ่มสูงขึ้น แสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งของพื้นฐานเศรษฐกิจในประเทศ ทั้งนี้คงเนื่องจากมาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลและจากการเร่งใช้งบประมาณปลายปี ซึ่งมีลักษณะเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับปี 2553, 2554 ดังที่ปรากฏในตารางข้างต้น

เมื่อเดือนที่แล้วได้วิเคราะห์ไว้ว่าจากสถานการณ์วิกฤติเศรษฐกิจของยุโรปตลอดจนความอ่อนแอของเศรษฐกิจในสหรัฐอเมริกา อาจส่งผลต่อกำลังซื้อของประชาชนในประเทศได้ เพราะว่าภาคการผลิตเพื่อการส่งออกอ่อนตัวลงอาจกระทบต่อกำลังซื้อภายในประเทศต่อไปเป็นลักษณะลูกโซ่ แต่เนื่องจากประเทศไทยยังมีบุญสะสมตั้งแต่หลังวิกฤตเศรษฐกิตต้มยำกุ้งปี 2540 ทำให้ไทยมีพื้นฐานด้นการเงินแข็งแกร่ง เริ่มมีพื้นฐานอุตสาหกรรมอาหารที่ทำให้ประเทศอุดมสมบูรณ์ในขณะเดียวกันก็สามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศ สามารถช่วยทดแทนอุตสาหกรรมสิ่งทอที่ค่อยๆถดถอยเริ่มแข่งขันได้น้อยลง ทำให้วิกฤตจากน้ำท่วมใหญ่ไทยยังพอมีเครดิตในการกู้เงินมาใช้พัฒนาประเทศ

แต่สิ่งที่รัฐบาลต้องระมัดระวังคือการใช้จ่ายภาครัฐนั้นสามารถสร้างรายได้ในส่วนที่เป็นภาษีอากรเพื่อการใช้คืนเงินกู้ได้ในระดับที่ไม่ทำให้เศรษฐกิจไทยอ่อนแอหรือไม่ ซึ่งต้องคอยติดตามจากการกู้เงินเพื่อชดเชยงบประมาณแผ่นดินมีแนวโน้มมากขึ้นหรือลดลง ถ้ามีแนวโน้มมากขึ้นก็เป็นสัญญาณอันตราย แต่ถ้ามีแนวโน้มลดลงจนสามารถทำให้เป็นงบประมาณสมดุลได้และสามารถทะยอยใช้หนี้ได้ในระยะเวลาที่เหมาะสม ก็แสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งเชิงเศรษฐกิจ อยากให้ทุกๆท่านที่เข้าใจในระบบเศรษฐกิจช่วยๆกันกระตุ้นเตือนรัฐบาลด้วย อย่ามุ่งเชียร์รัฐบาลให้ใช้จ่ายงบประมาณเชิงประชานิยมที่ไม่สามารถก่อให้เกิดผลจากการลงทุนมากเกินไป เพราะมีตัวอย่างให้เห็นหลายครั้งแล้วทั้งในลาตินอเมริกาเมื่อไม่นานมานี้และที่กำลังเกิดขึ้นกับกลุ่มประเทศยุโรปในปัจจุบัน

Leave a Reply

พระแก้วมรกตจำลองเครื่องทรงฤดูร้อนจากนิลดำ

พระบรมมหาราชวัง เป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สำคัญ

พระที่นั่งไอย์ศูรย์ทิพยอาสน์ พระราชวังบางปะอิน

หุ่นกระบอกงานหัตถกรรมช่างฝีมือไทย

รถยนต์ประหยัดพลังงานไฮบริดระหว่างไฟฟ้า 100% และน้ำมัน

ไหมไทยกับแฟชั่น เอกลักษณ์เด่นของไทย

เรือไม้ประดิษฐ์

Metal Crafting

Gallery

dsc01367 dsc01365 pr-600-400-king-13 pr-600-400-king-9

เรียนภาษาอังกฤษ

English Speaking Youtube

มูลนิธิสัมมาชีพ

ตลาดหุ้นไทย

ตลาดหุ้นโลก

อัตราแลกเปลี่ยน ธปท

อัตราแลกเปลี่ยน

The Japan Times

Asahi Shimbun English

Chinadaily

Xinhua News

Koreatimes

Korea Herald

Aljazeera

หนังสือพิมพ์ข่าว

ข่าวหุ้นออนไลน์

ข่าวหุ้น

World Economic Forum

world bank

UA-28221961-1