การค้าระหว่างประเทศเดือน เม ย. 2555

Saturday, May 26, 2012
By admin
FacebookTwitterGoogle+LinkedInGoogle BookmarksGoogle GmailYahoo MailShare

การค้าระหว่างประเทศเดือน เม ย. 2555

การขาดดุลการค้าไทย

ข้อเท็จจริง

ดุลการค้าไทยเป็นบาท


มูลค่าการส่งออกของไทยในเดือนเมษายน 2555 เท่ากับ 515,988 ล้านบาท ลดต่ำลงกว่าเดือนเมษายน 2554 ซึ่งส่งออกได้เท่ากับ 527,622 ล้านบาทลดลงในอัตราร้อยละ -2.2 เมื่อพิจารณาการนำเข้าในเดือนเมษายน 2555 ซึ่งมีมูลค่า 611,008 ล้านบาทสูงกว่าการนำเข้าเมื่อเดือนเมษายน 2554 ซึ่งมีมูลค่า 558,526 ล้านบาท สูงขึ้นเป็นอัตราร้อยละ 9.4

เมื่อคิดมูลค่าการนำเข้าส่งออกเป็นเงินเหรียญสหรัฐฯ การส่งออกในเดือนเมษายน 2555 มีมูลค่า us$ 16,920 ล้านเทียบกับเมื่อเดือนเมษายน 2554 ซึ่งมีมูลค่าการส่งออกเท่ากับ us$ 17,564 ล้าน ลดต่ำลงคิดเป็นอัตราร้อยละ -3.7 ส่วนการนำเข้าในเดือนเมษายน 2555 มีมูลค่า us$ 19,787 ล้านเทียบกับเดือนเดียวกันเมื่อปี 2554 ซึ่งมีมูลค่านำเข้าเท่ากับ us$ 18,361 ล้าน สูงขึ้นเป็นอัตราร้อยละ 7.8

การค้าระหว่างประเทศของไทยในเดือนเมษายน2555 ยังไม่อยู่ในสภาวะเสถียร แนวโน้มการส่งออกยังหดตัวเมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปี 2554 ในขณะที่การนำเข้ายังเพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ดุลการค้าไทยติดลบถึง 95,020 ล้านบาทหรือคิดเป็น -2,867 ล้านเหรียญสหรัฐ

ถ้าวิเคราะห์การขาดดุลในรอบ 4 เดือนแรกของการค้าต่างประเทศในปี 2555 มีมูลค่าสูงถึง -276,008 ล้านบาท หรือคิดเป็นมูลค่า -8,056 ล้านเหรียญสหรัฐ การขาดดุลสูงขนาดนี้และถ้าแนวโน้มไม่ลดลงจะส่งผลต่ออัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ ทำให้เงินลงทุนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐไม่สามารถส่งผลต่อประสิทธิภาพและประสิทธผลอย่างเต็มที่ สมควรที่ภาครัฐจะต้องระมัดระวังกับการใช้จ่าย ระมัดระวังเกี่ยวกับการคอรัปชั่น และระมัดระวังในการพิจารณาโครงการที่ไม่เกิดประโยชน์อย่างจริงจัง

ถ้าแนวโน้มการขาดดุลการค้ายังไม่มีแนวโน้มลดลงในอีก 2 เดือนข้างหน้า นักวางแผนยุทธศาสตร์ของไทยคงต้องทำงานหนักแน่นอน เพราะแสดงให้เห็นว่าคนไทยกำลังเริ่มใช้จ่ายเกินตัว ฟุ่มเฟือยมากขึ้น นิยมการใช้แพงหรือของต่างประเทศมากขึ้น หรือกำลังเกิดแนวโน้มการย้ายฐานผลิตทำให้เกิดลดผลผลิตส่งออกจากประเทศไทยไปสู่ประเทศอื่นๆแทนซึ่งอาจเนื่องจากขาดความไว้วางใจในนโยบายการบริหารความเสี่ยงของรัฐบาลไทย มองในภาพทั่วๆไปก่อนนะครับอย่ามองในแง่ร้ายกว่านี้เลย

ประเด็นความเสี่ยงการบริหารจัดการโครงสร้างเศรษฐกิจและข้อเสนอ

อยากส่งสัญญาณมายังรัฐบาลว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความเสี่ยงอันอาจเกิดจากการบริหารจัดการภาคเศรษฐกิจ 2-3 ประเด็นหลักๆคือ

  1. การเก็บรายได้ภาครัฐไม่พอรายจ่าย ซึ่งอาจส่งผลให้รัฐบาลต้องเก็บภาษีเพิ่มหรือขึ้นภาษีอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งอาจกระทบกับคนจนส่วนใหญ่ได้ ดังนั้นอยากเสนอให้รัฐบาลรีบปรับโครงสร้างภาษีในส่วนที่จำเป็น เช่น ภาษีที่ดิน ภาษีมรดก ภาษีสินค้าฟุ่มเฟือย เพื่อวัตถุประสงค์ลดปัญหาความฟุ่มเฟือย หรือการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เพื่อช่วยให้เกิดการกระจายรายได้ ช่วยสร้างความเป็นธรรมให้กับสังคม ถ้าไม่รีบแก้ไขจะส่งผลต่อเพดานหนี้ภาครัฐอย่างไม่ต้องสงสัยและยังเป็นปัญหาต่อดุลงบประมาณซึ่งหมายถึงการลงทุนภาครัฐในอนาคตนั่นเอง
  2. ภาคการค้าระหว่างประเทศกำลังจะเป็นปัญหา ประเทศไทยเคยใช้นโยบายการส่งออกในการผลักดันเศรษฐกิจให้เจริญเติบโต ทำให้ไทยได้ดุลการค้ามาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2541 จนถึงปัจจุบัน (ซึ่งคนไทยรู้จักกันว่าเป็นหนึ่งในสี่เครื่องยนต์เศรษฐกิจที่ทำงานในยุค “ต้มยำกุ้ง” ) มีปัญหาขาดดุลบ้างเล็กๆน้อยๆในบางปีอาจเนื่องจากความไม่สงบในประเทศ ปัญหาที่เกิดขึ้นก็ไม่ทำให้เกิดการกังวลมากนัก แต่ผลจากน้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 ประกอบกับวิกฤติเศรษฐกิจโลกที่มีอย่างต่อเนื่อง เช่นปัญหา subprime crisis ในปี 2008 และ over supplied credit crisis ทั้งในยุโรปและสหรัฐฯในปัจจุบันส่งผลกระทบค่อนข้างรุนแรงเมื่อเทียบกับขนาดเศรษฐกิจของประเทศ อยากเสนอให้รัฐบาลติดตามสาเหตุการขาดดุลอย่างใกล้ชิด รัฐบาลต้องให้ความสนใจกับการขาดดุลในรอบ 4 เดือนของปี 2555 ให้มากขึ้น รัฐบาลอาจได้รับรายงานว่าผลการขาดดุลเกิดจากการนำเข้าสินค้าทุนเพื่อการปรับประสิทธิภาพการผลิต หรือเพื่อการซ่อมแซมเครื่องจักรที่ถูกน้ำท่วม ถ้าแนวโน้มการขาดดุลยังสูงอย่างต่อเนื่อง ก็จะส่งผลให้ทุนสำรองของไทยลดลง ประสิทธิภาพการแข่งขันอาจดีขึ้นเนื่องจากค่าเงินอ่อนตัวลง แต่ไม่ใช่เกิดจากประสิทธภาพการผลิตหรือไม่ได้เกิดจากการปรับปรุงหรือพัฒนา ยิ่งถ้าเป็นปัญหาจากการไม่ไว้วางใจในเรื่องการบริหารความเสี่ยงเกี่ยวกับวิกฤตภัยธรรมชาติด้วยแล้ว จะเป็นปัญหาระยะยาวและยากจะแก้ไข
  3. ปัญหาโครงสร้างอุตสาหกรรม อยากเสนอให้รัฐบาลวางแนวทางการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมใหม่ ต้องส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรมที่เป็นศักยภาพของไทยอย่างเป็นระบบ เข่น อุตสาหกรรมอาหาร สุขภาพ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมที่เป็นแนวโน้มใหม่เพื่อเป็นช่องทางการสร้าง New Entrepreneurs ต้องปรับแนวคิดบุคลากรรุ่นใหม่เกี่ยวกับการประกอบอาชีพที่เชื่อมโยงกับแนวฐานความรู้ใหม่ในยุคสมัยให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

ตารางฐานข้อมูลประมวลจากเว็ปไซ้ท์กระทรวงพาณิชย์

ตารางการส่งสินค้าออกเป็นบาท

ตารางการส่งสินค้าออกเป็นดอลล่าร์

ตารางการนำเข้าสินค้าเป็นบาท

ตารางการนำเข้าสินค้าเป็นดอลล่าร์

ดุลการค้าไทยเป็นค่าเงินบาท

ดุลการค้าไทยเป็นดอลล่าร์

แผนภูมิแสดงถึงดุลการค้าไทยเป็นดอลล่าร์

สรุป

การค้าต่างประเทศในเดือนเมษายน ส่งผลให้ไทยขาดดุลรวมสูงถึง -276,008 ล้านบาทหรือเท่ากับ -8,056 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งรัฐบาลคงต้องติดตามให้ชัดเจนเพราะอาจเป็นไปได้ว่าการขาดดุลคราวนี้จะส่งผลกระทบกับโครงสร้างการส่งออกและนำเข้าของไทยอย่างรุนแรง

บนกระแสโลกาภิวัฒฯ รัฐบาลควรยึดหลักปรัชญาการบริหารจัดการระบบเศรษฐกิจแบบพอเพียงตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ควรยึดหลักการวางแผนยุทธศาสตร์พัฒนาประเทศให้สอดคล้องกับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของโลกโดยยึดหลักแก้ปัญหาความยากจนและให้ประชาชนมีการ “กินดี อยู่ดี มีสุข” บนทางสายกลาง

Tags:

Leave a Reply

พระแก้วมรกตจำลองเครื่องทรงฤดูร้อนจากนิลดำ

พระบรมมหาราชวัง เป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สำคัญ

พระที่นั่งไอย์ศูรย์ทิพยอาสน์ พระราชวังบางปะอิน

หุ่นกระบอกงานหัตถกรรมช่างฝีมือไทย

รถยนต์ประหยัดพลังงานไฮบริดระหว่างไฟฟ้า 100% และน้ำมัน

ไหมไทยกับแฟชั่น เอกลักษณ์เด่นของไทย

เรือไม้ประดิษฐ์

Metal Crafting

Gallery

pr-600-400-king-18 pr-600-400-king-7 photo-vr-resize-1000-handicraft-1 pr-600-400-king-13

เรียนภาษาอังกฤษ

English Speaking Youtube

มูลนิธิสัมมาชีพ

ตลาดหุ้นไทย

ตลาดหุ้นโลก

อัตราแลกเปลี่ยน ธปท

อัตราแลกเปลี่ยน

The Japan Times

Asahi Shimbun English

Chinadaily

Xinhua News

Koreatimes

Korea Herald

Aljazeera

หนังสือพิมพ์ข่าว

ข่าวหุ้นออนไลน์

ข่าวหุ้น

World Economic Forum

world bank

UA-28221961-1