ผลสะท้อนกลับของการพัฒนา

Saturday, February 11, 2012
By admin
FacebookTwitterGoogle+LinkedInGoogle BookmarksGoogle GmailYahoo MailShare

ผลสะท้อนกลับของการพัฒนา (Diminishing Return)

หลักคิด

ผู้บริหารองค์กรธุรกิจจะต้องพิจารณาผลกระทบของคำว่า Diminishing return อยู่ตลอดเวลา มิฉะนั้นผลการลงทุนจะไม่สะท้อนผลกำไรให้กับองค์กรอย่างที่คิด การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศก็ไม่มีการยกเว้นเช่นกัน มีปรากฏการณ์ของ Diminishing return ให้เห็นชัดเจนเมื่อระดับการพัฒนาสามารถสร้างพื้นฐานรายได้ของประชากรสูงในระดับหนึ่ง แต่ไม่เกิดความสมดุลที่เหมาะสมจะส่งผลกระทบต่อมาตรฐานการครองชีพของประชาชน ทำให้สัดส่วนของ ppp ต่อ gdp ลดต่ำลง

หลักเศรษฐศาสตร์เบื้องต้น

คนที่เรียนวิชาเศรษฐศาสตร์ 101 น่าจะพอจำคำว่า “Diminishing Return” ได้ สำหรับคนที่ทำธุระกิจก็น่าจะเข้าใจผลของการเกิด Diminishing Return ซึ่งในวิชาเศรษฐศาสตร์ให้หมายความว่า “ถ้าเราเพิ่มปริมาณหรือน้ำหนักปัจจัยหนึ่งลงไปในกระบวนการใดๆโดยคงปัจจัยอื่นไว้คงที่ เมื่อถึงจุดๆหนึ่ง อัตราผลตอบแทนแทนที่จะเพิ่มขึ้นแต่กลับลดลง” หรืออาจพูดอีกอย่างว่า “เป็นจุดที่อัตราผลตอบแทนของการใช้ทรัพยากรเพื่อการกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดเปลี่ยนแปลงเชิงลดลง ไม่ได้เกิดการเพิ่มขึ้นอย่างที่คาดไว้” ในองค์กรธุระกิจต่างๆมากมายต่างก็พบเจอปรากฏการณ์ดังกล่าว ดังนั้นผู้บริหารธุรกิจจะต้องพิจารณาผลกระทบของคำว่า Diminishing return อยู่ตลอดเวลา มิฉะนั้นผลการลงทุนจะไม่สะท้อนผลกำไรให้กับองค์กรอย่างที่คิด

การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศก็ไม่มีการยกเว้นเช่นกัน มีปรากฏการณ์ของ Diminishing return ให้เห็นชัดเจนเมื่อระดับการพัฒนาสามารถสร้างพื้นฐานรายได้ของประชากรสูงในระดับหนึ่ง จะส่งผลกระทบต่อการครองชีพของประชาชน ซึ่งจะชี้ให้เห็นดังสิ่งที่จะเขียนต่อไปนี้

ดัชนีสำคัญที่แสดงถึงระดับความมั่งคั่งประเทศ

ดัชนี GDP บอกถึงผลผลิตมวลรวมของประเทศ (ความสามารถเชิงการผลิตของประเทศ)

ผลผลิตมวลรวมของประเทศหรือ GDP เป็นตัวเลขที่บอกถึงขีดความสามารถเชิงการผลิตของประเทศ โดย GDP เอง ไม่ได้มีความหมายที่แสดงถึงความมั่งคั่งของประเทศแต่อย่างใด เพราะไม่ได้กำหนดกรอบขนาดของประเทศไว้ ในกรณีอุดมคติ (Ideal Case) GDP ของประเทศควรจะมากน้อยต่างกันตามจำนวนประชากร แต่ในความเป็นจริงแล้ว GDP ของแต่ละประเทศจะแตกต่างกันตามศักยภาพของความสามารถในการแข่งขันของประเทศนั้นๆ เช่น สหรัฐอเมริกา จัดเป็นประเทศที่มั่งคั่งที่สุดในโลก มี GDP สูงถึง 14,657,800 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนจีน อินเดีย บราซิล แม้จะมี GDP สูงแต่ก็มีจำนวนประชากรมากด้วยเช่นกัน ลองเปรียบเทียบกันดู เช่น จีน มี GDP ประมาณ 5.88 ล้านล้านเหรียญใกล้เคียงกับ ญี่ปุ่น ที่มี GDP ประมาณ 5.46 ล้านล้านเหรียญ แต่จีนก็มีจำนวนประชากรมากมีจำนวนประชากรมากกว่าญี่ปุ่นถึง 9 เท่า ซึ่งแสดงให้เห็นว่าศักยภาพในการแข่งขันของคนญี่ปุ่นสูงกว่าคนจีนในปัจจุบัน หรืออังกฤษ ฝรั่งเศส ซึ่งมีจำนวนประชากรในจำนวนที่ใกล้เคียงกับไทย แต่มี GDP สูงกว่าไทยประมาณ 7-8 เท่า

ในการคำนวนหาค่า GDP นั้น มีหลักเกณฐ์พื้นฐานจาก การบริโภค การลงทุน การค้าระหว่างประเทศ โดยกำหนดสูตรง่ายๆดังนี้

GDP      = C + G + I + (X – M)

C = การบริโภคของประชาชน

G = การลงทุนของภาครัฐ

I = การลงทุนของภาคเอกชน

X = มูลค่าการส่งออก

M = มูลค่าการนำเข้า

ดังนั้นในยุคเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง เราจึงได้ยินบุคคลต่างๆพูดเปรียบเทียบถึงกลไกการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเป็นเครื่องบิน 4 เครื่องยนต์ และในการพัฒนาประเทศให้เจริญเติบโต ทุกๆคนก็จะอ้างอิงถึง GDP ซึ่งเมื่อพูดแล้วทุกคนเข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน                                

ดัชนี GDP per Capita บอกถึงความมั่งคั่งของประชากร (ศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ)

รายได้ต่อหัวประชากร หรือ GDP per capita เป็นการสื่อความหมายถึงความมั่งคั่งของประชากรได้ดี เนื่องจากศักยภาพในขีดความสามารถในการแข่งขันของแตะละประเทศแตกต่างกัน ความสามารถในการใช้ทรัพยากรแตกต่างกัน ความสามารถในการสร้างงาน สร้างรายได้ เกืดความแตกต่างกันในแต่ละประเทศ จึงเกิดความแตกต่างกันอย่างชัดเจน จึงเกิดคำว่าประเทศด้อยพัฒนา ประเทศกำลังพัฒนา ประเทศที่พัฒนา หรือพูดง่ายๆคือประเทศรวยหรือประเทศจนนั่นเอง

ธนาคารโลกได้จัดแบ่งกลุ่มรายได้เฉลี่ยของประชากรออกเป็นกลุ่มๆดังนี้ กลุ่มที่มีรายได้ต่ำ มีรายได้เฉลี่ย (GDP per cap) ต่ำกว่า $ 1,005; กลุ่มที่มีรายได้เฉลี่ย (GDP per cap) ระหว่าง $ 1,006 – $3,975 จัดเป็นกลุ่มที่มีรายได้ระดับกลางค่อนข้างต่ำ; กลุ่มที่มีรายได้เฉลี่ย (GDP per cap) ระหว่าง $3,976 – $12,275 จัดเป็นกลุ่มที่มีรายได้ระดับกลางค่อนข้างสูง ส่วนกลุ่มที่มีรายได้สูงจะมี GDP per capita เฉลี่ยมากกว่า $12,276 ขึ้นไป ลองเปรียบเทียบดูจากตาราง

เมื่อพิจารณาจากข้อมูลในตารางจะเห็นว่า ในทวีปอเมริกาและเอเซียส่วนใหญ่จะมีประเทศที่ร่ำรวยปานกลางไปจนถึงประเทศที่ยากจน แต่ประเทศในยุโรปตะวันตกส่วนใหญ่จะเป็นประเทศที่ร่ำรวย ดังนั้นจึงเป็นความไม่สมดุลที่เกิดจากการพัฒนาอย่างแท้จริง

ตารางแสดงดัชนีสำคัญเชิงเศรษฐกิจของประเทศในทวีปอเมริกา
country population country gdp gdp/capita ppp/capita
United States 312,637,000 14,657,800 47,284 47,284
Canada 34,482,779 1,574,051 46,215 39,057
Brazil 190,755,799 2,090,314 10,816 11,239
Mexico 112,336,538 1,039,121 9,566 14,430
Argentina 40,117,096 370,269 9,138 15,854
Venezuala 26,840,935 290,678 9,960 11,829
chile 17,248,450 203,300 11,828 15,400
ตารางแสดงดัชนีสำคัญเชิงเศรษฐกิจของประเทศในเอเซีย
country population country gdp gdp/capita ppp/capita
Australia 22,773,278 1,235,539 55,590 39,699
Japan 127,720,000 5,458,872 42,820 33,805
Singapore 5,183,700 222,699 43,117 56,522
Hong Kong 7,108,100 225,003 31,591 45,736
South Korea 48,219,000 1,007,084 20,591 29,836
Taiwan 23,224,912 430,600 18,458 35,700
Malaysia 28,334,135 237,959 8,423 14,670
Thailand 66,000,000 318,850 4,992 9,187
China 1,339,724,852 5,878,257 4,382 7,519
Indonesia 237,641,326 706,735 3,015 4,394
Philippines 94,013,200 188,719 2,007 3,737
India 1,210,193,422 1,537,966 1,265 3,339
Vietnam 85,846,997 103,574 1,174 3,134
ตารางแสดงดัชนีสำคัญเชิงเศรษฐกิจของประเทศในยุโรปตะวันตก
country population country gdp gdp/capita ppp/capita
Germany 81,729,000 3,315,643 40,631 36,033
France 65,821,885 2,582,527 41,019 34,077
UK 62,300,000 2,247,455 36,120 34,920
Italy 60,705,991 2,055,114 34,059 29,392
Spain 46,162,024 1,409,946 30,639 29,742
Netherland 16,715,489 783,293 47,172 40,765
Switzerland 7,870,100 523,772 67,246 41,663
Belgium 10,839,905 465,676 42,630 36,621
Sweden 9,471,174 455,848 48,875 38,031
Norway 4,985,600 414,462 84,444 52,013
Denmark 5,579,204 310,760 56,147 36,450
Finland 5,394,389 239,200 44,489 34,585

ดัชนี PPP per Capita (Purchasing Power Parity per Capita) ดัชนีปรียบเทียบความมั่งคั่งเป็นกำลังซื้อ

การเปรียบเทียบความมั่งคั่งระหว่างประเทศเป็น GDP per capita อาจเกิดความเบี่ยงเบนได้ เนื่องจากปัญหาอัตราแลกเปลี่ยน ปัญหาเกี่ยวกับอัตราเงินเฟ้อในแต่ละประเทศที่แตกต่างกัน ทำให้อำนาจซื้อของสินค้าประเภทเดียวกันหรือกลุ่มเดียวกันในแต่ละประเทศเกดความแตกต่างกัน ดังนั้นนักเศรษฐศาสตร์จึงได้คิดเปรียบเทียบ GDP โดยอ้างอิงกับอำนาจซื้อของสินค้ากลุ่มเดียวกันที่จำเป็น เพื่อให้เกิดการเปรียบเทียบความมั่งคั่งของประเทศหรือของประชากรในแต่ละประเทศได้ใกล้เคียงที่สุด เกิดความเบี่ยงเบนน้อยที่สุด นักเศรษฐศาสตร์เรียกเป็นศัพย์ใหม่ว่า Purchasing Power Parity (PPP) ซึ่งช่วยลดปัญหาการเปรียบเทียบความมั่งคั่งระหว่างประเทศต่างๆได้เป็นอย่างดีและไม่กระทบมากมายนักเมื่อเกิดปัญหาการเปลียนแปลงอัตราแลกเปลี่ยนอย่างฉับพลัน ดูการเปรียบเทียบจากตารางช้างต้น

เมื่อพิจารณาจากตารางจะเห็นว่า PPP จะมีค่าแตกต่างจาก GDP อย่างมีนัยสำคัญ ประเทศที่กำลังพัฒนาจะมีค่า PPP สูงขึ้นกว่า GDP แต่ในขณะเดียวกันประเทศพัฒนาแล้วกลับมีค่า PPP ต่ำกว่า GDP

Diminishing return อันเป็นผลจากการพัฒนา

ในการศึกษาเปรียบเทียบระหว่างการเปลี่ยนแปลงของ GDP per capita และ PPP per capita อันเป็นผลจากการพัฒนาประเทศ จะพบว่าเมื่อรายได้จริง GDP per cap.ยังต่ำ แนวโน้มค่า PPP per cap.จะเพิ่มสูง ทั้งนี้เพราะมาตรฐานการครองชีพในประเทศต่ำ แต่เมื่อประเทศได้รับการพัฒนามากขึ้น รายได้ประชากรเพิ่มสูงขึ้น ขณะเดียวกันมาตรฐานการครองชีพก็จะเพิ่มขึ้นด้วย ทั้งนี้อาจเป็นผลจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เปลี่ยนแปลงไป อัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะจากสินค้าภาคอุตสาหกรรมบางกลุ่ม ถ้าหากว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของรายได้ต่ำกว่าอัตราเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อ จะส่งผลลบต่อการพัฒนา มาตรฐานการครองชีพจะเพิ่มขึ้นจนทำให้มูลค่าแท้จริงของรายได้ลดลงดังเช่นในประเทศยุโรปตะวันตกส่วนใหญ่ หรือในประเทศเอเซียเช่น ญี่ปุ่นเป็นต้น

ตารางเปรียบเทียบสัดส่วน   ppp/gdp ระหว่างประเทศพัฒนาและกำลังพัฒนา
country gdp/capita ppp/capita ppp/gdp country gdp/capita ppp/capita ppp/gdp
U S 47,284 47,284 1.0 Singapore 43,117 56,522 1.3
Canada 46,215 39,057 0.8 Hong Kong 31,591 45,736 1.4
Germany 40,631 36,033 0.9 Korea 20,591 29,836 1.4
France 41,019 34,077 0.8 Taiwan 18,458 35,700 1.9
UK 36,120 34,920 1.0 Brazil 10,816 11,239 1.0
Italy 34,059 29,392 0.9 Mexico 9,566 14,430 1.5
Spain 30,639 29,742 1.0 Argentina 9,138 15,854 1.7
Netherland 47,172 40,765 0.9 Venezuala 9,960 11,829 1.2
Switzerland 67,246 41,663 0.6 chile 11,828 15,400 1.3
Belgium 42,630 36,621 0.9 Malaysia 8,423 14,670 1.7
Sweden 48,875 38,031 0.8 Thailand 4,992 9,187 1.8
Norway 84,444 52,013 0.6 China 4,382 7,519 1.7
Denmark 56,147 36,450 0.6 Indonesia 3,015 4,394 1.5
Finland 44,489 34,585 0.8 Philippines 2,007 3,737 1.9
Australia 55,590 39,699 0.7 India 1,265 3,339 2.6
Japan 42,820 33,805 0.8 Vietnam 1,174 3,134 2.7

เปรียบเทียบ GDP และ PPP ของประเทศต่างๆ

country gdp/cap ppp/cap country gdp/cap ppp/cap country gdp/cap ppp/cap
US 47,284 47,284 Nor 84,444 52,013 Arg 9,138 15,854
Can 46,215 39,057 Den 56,147 36,450 Ven 9,960 11,829
Ge 40,631 36,033 Fin 44,489 34,585 China 11,828 15,400
Fr 41,019 34,077 Aus 55,590 39,699 Mal 8,423 14,670
UK 36,120 34,920 Jap 42,820 33,805 Tha 4,992 9,187
Ita 34,059 29,392 Sin 43,117 56,522 China 4,382 7,519
Spa 30,639 29,742 HK 31,591 45,736 Ind 3,015 4,394
Net 47,172 40,765 Kor 20,591 29,836 Phi 2,007 3,737
Swi 67,246 41,663 Tai 18,458 35,700 Ina 1,265 3,339
Bel 42,630 36,621 Bra 10,816 11,239 Vie 1,174 3,134
Swe 48,875 38,031 Mex 9,566 14,430

จุดเปลี่ยนผกผันระหว่าง gdp และ ppp อันเกิดจากความไม่สมดุลของการพัฒนา ประเทศกำลังพัฒนาส่วนใหญ่ สัดส่วนระหว่าง ppp ต่อ gdp จะมีค่าสูงกว่า 1 นั่นหมายถึงรายได้มีมูลค่าที่สามารถจับจ่ายสินค้าเพื่อการครองชีพสูงกว่ามูลค่าจริงของ gdp แต่เมื่อ gdp per capita เพิ่มขึ้นจนประมาณ $30,000 สัดส่วน ppp ต่อ gdp จะลดต่ำลงกว่า 1 ซึ่งหมายถึงมูลค่าที่สามารถจับจ่ายสินค้าเพื่อการครองชีพค่ำกว่ามูลค่าจริงของ gdp

.

สรุป

บางครั้งการพัฒนาประเทศแทนที่จะช่วยส่งเสริมให้ประชาชนเกิดการ “กินดี อยู่ดี มีสุข” อาจส่งผลเสียต่อเป้าหมายที่ต้องการ ดังนั้นการวางแผนใดๆที่ดีจำเป็นต้องให้เกิดความสมดุลระหว่างปัจจัยดัชนีเศรษฐกิจมหภาคต่างๆ เช่น การกระจายรายได้ การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน การดูแลรักษาอัตราเงินเฟ้อ ฯลน เหล่านี้ ตลอดจนการดูแลภาคการผลิตที่จำเป็น เป็นต้น ซึ่งในที่สุดจะสะท้อนถึงมาตรฐานการครองชีพของประชาชน เพราะการผลักดันให้เกิดการเพิ่มรายได้ หากไม่สมดุลพอดีจะทำให้เกิดผล Diminishing Return คือเมื่อเทียบระหว่างรายได้ที่อาจเพิ่มสูงขึ้นกับกำลังซื้อที่ลดต่ำลง

Tags: ,

Leave a Reply

พระแก้วมรกตจำลองเครื่องทรงฤดูร้อนจากนิลดำ

พระบรมมหาราชวัง เป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สำคัญ

พระที่นั่งไอย์ศูรย์ทิพยอาสน์ พระราชวังบางปะอิน

หุ่นกระบอกงานหัตถกรรมช่างฝีมือไทย

รถยนต์ประหยัดพลังงานไฮบริดระหว่างไฟฟ้า 100% และน้ำมัน

ไหมไทยกับแฟชั่น เอกลักษณ์เด่นของไทย

เรือไม้ประดิษฐ์

Metal Crafting

Gallery

photo-vr-resize-1000-handicraft-3 dsc01365 pr-600-400-king-9 pr-600-400-king-13

เรียนภาษาอังกฤษ

English Speaking Youtube

มูลนิธิสัมมาชีพ

ตลาดหุ้นไทย

ตลาดหุ้นโลก

อัตราแลกเปลี่ยน ธปท

อัตราแลกเปลี่ยน

The Japan Times

Asahi Shimbun English

Chinadaily

Xinhua News

Koreatimes

Korea Herald

Aljazeera

หนังสือพิมพ์ข่าว

ข่าวหุ้นออนไลน์

ข่าวหุ้น

World Economic Forum

world bank

UA-28221961-1