การสนับสนุน SMEs ยุคใหม่

Friday, September 16, 2011
By admin
FacebookTwitterGoogle+LinkedInGoogle BookmarksGoogle GmailYahoo MailShare

SMEs กับการสนับสนุน

ดรสำราญ ภูอนันตานนท์

พลังขับดันให้เขียน

วันนี้ขอเขียนแนวคิดเกี่ยวกับการสนับสนุนธุรกิจ SMEs ในความเห็นของผมหน่อยนะครับว่าทิศทางการสนับสนุน SMEs ควรเป็นอย่างไรเพื่อที่จะให้ SMEs เป็นรากฐานที่แท้จริงในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศต่อไป

จากที่ได้มีโอกาสพูดคุยกับเพื่อนๆรุ่นน้องซึ่งทำงานอยู่ที่สำนักส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือที่เรียกสั้นๆว่า “สสว.” ได้เล่าให้ฟังว่าจากการสำรวจธุรกิจ SMEs ล่าสุด พบว่าการพัฒนาธุรกิจขนาดย่อมให้เป็นธุรกิจขนาดกลางในปัจจุบันเริ่มลดลง จะทำอย่างไรจึงจะสามารถเพิ่มกลุ่มธุรกิจขนาดกลางได้มากขึ้น เป็นประเด็นที่น่าสนใจวิเคราะห์ครับ

มูลค่าที่เกิดจากแต่ละกลุ่มเศรษฐกิจย่อย

เมื่อพิจารณาสัดส่วนมูลค่าของภาคเศรษฐกิจย่อยของประเทศต่างๆ จะเห็นว่ากลุ่มประเทศพัฒนามีสัดส่วนรายได้จากภาคบริการค่อนข้างสูง และมีสัดส่วนรายได้จากภาคการเกษตรค่อนข้างต่ำ ส่วนประเทศกำลังพัฒนาจะมีมูลค่าสัดส่วนรายได้ภาคการเกษตรต่ำเช่นเดียวกัน แต่มากน้อยขึ้นกับระดับการพัฒนา ส่วนมูลค่ารายได้จากภาคอุตสาหกรรมและการบริการอาจมีสัดส่วนใกล้เคียงกันหรือมากกว่ากันไม่มากนัก

ถ้าหากพิจารณาความแตกต่างของอุตสาหกรรมของกลุ่มประเทศต่างๆแล้ว จะพบว่าประเทศพัฒนามีการผลิตอุตสาหกรรมที่ใช้ฐานความรู้หรือเทคโนโลยีสูงหรือแรงงานต้องใช้ความแม่นยำสูงหรืออุตสาหกรรมที่ใช้เงินทุนสูง หรือความคิดเชิงนวัตกรรมสูง (Knowledge Based Industries) ส่วนประเทศที่กำลังพัฒนาจะมีการผลิตอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีระดับกลาง แรงงานมีประสบการณ์และมีฝีมือระดับปานกลางหรือใช้ความคิดสร้างสรรค์หรือใช้เงินลงทุนไม่สูงมากนัก (Skilled Labor Intensive Industries) ส่วนประเทศที่กำลังเริ่มต้นการพัฒนา หรือด้อยการพัฒนาจะมีการผลิตกลุ่มสินค้าเกษตรหรือสินค้าเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ หรือผลิตสินค้าอุตสาหกรรมที่เทคโนโลยีต่ำ ใช้แรงงานไร้ฝีมือสูง สามารถประจักษ์ถึงสิ่งที่กล่าวมาข้อมูลด้านการค้าระหว่างประเทศ เมื่อเทียบเป็นดุลการค้าของกลุ่มอุตสาหกรรมประเภทต่างๆแล้วจะเห็นว่าจะมีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญสำหรับระหว่างประเทศพัฒนา ประเทศกำลังพัฒนา และประเทศด้อยพัฒนา กับอุตสาหกรรมที่ใช้ความรู้ ความคิดเชิงนวัตกรรม ระดับฝีมือแรงงาน และการผลิตหรือการใช้ประโยชน์ของทรัพยากรธรรมชาติในการสร้างรายได้ให้กับประเทศ

การแบ่งกลุ่ม SMEs ตามภาคการผลิต

เนื่องจากธุรกิจ SMEs เป็นรากฐานสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งจะขยายหรือเติบโตต่อเป็นธุรกิจขนาดกลางหรือขนาดใหญ่ในอนาคต ที่สำคัญคือจะเป็นรากฐานของอุตสาหกรรมใหม่ๆที่ส่งผลต่อรายได้ที่เพิ่มขึ้น มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น นั่นหมายความว่าระบบเศรษฐกิจจะเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนหรือไม่นั้น SMEs เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการต่อยอดระบบเศรษฐกิจ ดังนั้น SMEs ต้องมีความสามารถในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ นอกจากนั้นแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาของเทคโนโลยีทั้งด้าน อิเลคทรอนิคส์ ซอฟแวร์ด้านแอพพลิเคชั่น นาโนเทคโนโลยี หรือเทคโนโลยีทางด้านการแพทย์ ซึ่งเหล่านี้ล้วนเป็นความรู้ใหม่ๆที่ต้องการกลุ่มคนที่มีความรู้หรือกลุ่มคนรุ่นใหม่มาต่อยอด เพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันใหม่ขึ้นทดแทนอุตสาหกรรมเดิมๆที่ขีดความสามารถเริ่มลดต่ำลงตลอดจนโอกาสที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มเริ่มลดลงหรืออาจเป็นเพราะสัดส่วนระหว่างราคากับความพึงพอใจไม่สามารถดึงดูดการซื้อได้ต่อไปเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์คล้ายๆกันแต่ราคาถูกกว่ามาก ทำให้จำเป็นต้องย้ายฐานการผลิตไปสู่แหล่งอื่นๆที่จะทำให้ราคาลดต่ำลง

ผมอยากจะแบ่ง SMEs ของไทยออกเป็น 3 กลุ่มหลักๆ คือ

กลุ่มแรก เป็นกลุ่มที่ทำเกษตรกรรมหรือธุรกิจอยู่แล้ว  มีการแข่งขันเชิงธุรกิจกันทั่วไป ตลาดค่อนข้างอิ่มตัวการเกิดใหม่ของเจ้าหนึ่งย่อมจะมีโอกาสแย่งส่วนแบ่งการตลาดของเจ้าอื่นๆ โอกาสการพัฒนาทางเทคโนโลยีมีได้แต่อาจไม่มากนัก เจ้าของผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่คนไทยเป็นเจ้าของ ดังนั้นการบริหารจัดการต้องอาศัยความรู้ทั้งในเรื่องการเงิน การตลาด ซึ่งต้องมีความคิดเชิงนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เช่น กลุ่มอุตสาหกรรมเสื้อผ้า สิ่งทอ เฟอร์นิเจอร์ กลุ่มอุตสาหกรรมอาหารสำเร็จรูป กึ่งสำเร็จรูป เป็นต้น การเพิ่มสมรรถนะการแข่งขัน ต้องใช้ความคิดสร้างสรค์ สร้างนวัตกรรม หรือมูลค่าเพิ่ม ดังนั้นการบริหารจัดการธุรกิจประเภทนี้ต้องใช้ความคิดเชิงนวัตกรรมมาก หรือมีคุณภาพสูง หรืออาจต้องบริหารจัดการในลักษณะเครือข่าย ตัวอย่างที่เห็นทั่วไป เช่น การประยุกต์เทคโนโลยีนาโนเข้ากับอุตสาหกรรมเสื้อผ้าสำเร็จรูป เพื่อสร้างความแตกต่างหรือเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม อย่างไรก็ตามแนวโน้ม ความสามารถในการแข่งขันของผลิตภัณฑ์จำนวนมากในกลุ่มนี้เริ่มลดต่ำลง ทำให้ต้องนำเข้าจากแหล่งผลิตต่างประเทศที่ต้นทุนถูกกว่า

กลุ่มที่สอง เป็นกลุ่มธุระกิจที่มีอยู่ทั่วไปเช่นกัน มีการแข่งขันกันรุนแรง ตลาดยังมีแนวโน้มขยายตัวได้มากพอสมควร การพัฒนาสินค้าโดยอาศัยเทคโนโลยีใหม่ๆเป็นไปได้สูง สำหรับประเทศไทยผลิตภัณฑ์ของธุรกิจกลุ่มนี้จำนวนมากมีต่างชาติเป็นเจ้าของ เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า อิเลคทรอนิคส์ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์โดยเฉพาะมือถือ เครื่องจักรกล เครื่องจักรไฟฟ้า รถยนต์ เครื่องมือแพทย์ ยารักษาโรค เป็นต้น ธุรกิจกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าหรือย้ายฐานผลิต คนไทยมีโอกาสเป็นเจ้าของน้อยมาก อาจมีบ้างเช่น ชิ้นส่วนรถยนต์ซึ่งส่วนใหญ่ถูกจัดเกรดเป็นระดับรอง (Second Tier) ส่วนระดับที่คุณภาพใช้ในการประกอบรถยนต์ใหม่จะเป็นของต่างชาติ หรืออาจเป็นการร่วมทุนระหว่างคนไทยและต่างชาติ ยารักษาโรคที่ผลิตโดยคนไทยก็เป็นยาที่หมดสิทธิบัตรแล้ว ส่วนที่ยังไม่หมดสิทธิบัตรต่างชาติก็มาตั้งโรงงานผลิตเองหรือมาจ้างให้ผลิต สำหรับกลุ่มอิเลคทรอนิคส์เกือบ 100% เป็น Know How จากต่างประเทศ เช่นสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน เยอรมัน ฯ ไม่ว่าจะเป็น TV, VDO Players and Recorders, Computers, Printers, Fax, Hard Discs, Mobile Phones, Tablets กลุ่ม Application Soft Wares หรือกลุ่ม Animation ทั้งภาพยนต์ หรือโฆษณา หรือเกมส์ต่างๆ

กลุ่มที่สาม เป็นกลุ่มธุรกิจที่เป็นแนวโน้มใหม่ทั้งของไทยหรือของโลก มีโอกาสขยายตัวค่อนข้างมาก เป็นกลุ่มธุรกิจที่จัดเป็น High Technological Industries or Knowledge Based Industries มีการประยุกต์เทคโนโลยีหลายๆแขนงเข้าด้วยกัน ทำให้เกิดมูลค่าสูงเพราะเป็นนวัตกรรมจากฐานความรู้ เช่น Robots and Automation, Biotechnical and Medical Technology, Safety and Ready to Eat Foods, Alternative and Renewable Energy Technology, RFID and Various Application Embedded Chips, Application Soft Ware และที่สำคัญคือ Environmental Concerned Products กลุ่มธุรกิจเหล่านี้ต้องอาศัยคนรุ่นใหม่ที่มีการพัฒนาความรู้ความสามารถซึ่งอาจต้องทำงานร่วมกันเป็นทีม เช่น Robot หรือ Automation ซึ่งต้องใช้เทคโนโลยีด้าน Electro-mechanics, Soft-wares ผสมผสานเข้าด้วยกัน

ขีดความสามารถในการแข่งขันของกลุ่มอุตสาหกรรมกับระดับการพัฒนา

ถ้าพิจารณาถึงภาคการผลิตอุตสาหกรรมของประเทศต่างๆแล้วจะเห็นว่าแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ขึ้นกับศักยภาพการแข่งขันของกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆในประเทศนั้นๆ ซึ่งศักยภาพของการแข่งขันนั้นขึ้นกับปัจจัยหลายอย่าง หลักๆก็คือ ค่าแรงและฝีมือแรงงาน ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม เทคโนโลยี เงินทุน ตลอดจนความสามารถในการบริหารจัดการ ทั้งด้านการบริหารจัดการ การสื่อสาร การตลาด ศักยภาพในการเก็บ หาและวิเคราะห์ฐานข้อมูล ทำให้บางประเทศมีความสามารถด้านการผลิตกลุ่มอุตสาหกรรมหลักๆที่ใช้แรงงาน ใช้เงินลงทุนต่ำ บางประเทศมีทรัพยากรธรรมชาติจำนวนมากอาจเป็นเพราะลักษณะทางภูมิศาสตร์ ทำให้เหมาะแก่การเพาะปลูก ทำให้สามารถผลิตอาหารได้เป็นจำนวนมาก หรืออาจมีแร่ธาตุโลหะต่างๆ เช่น เหล็ก ทองแดง น้ำมัน บางประเทศมีความสามารถในการพัฒนากลุ่มอุตสาหกรรมฐานความรู้ต่างๆ เช่น อิเลคทรอนิคส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ ผลิตภัณฑ์หรืออุปกรณ์เพื่อการสื่อสาร โทรศัพท์  บางประเทศมีศักยภาพในการพัฒนาเครื่องมือหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ เคมีและยารักษาโรค หรือมีศักยภาพในการลงทุนและมีแรงงานฝีมือสูง เช่น รถยนต์ เรือเดินสมุทร เครื่องบิน ดาวเทียม เป็นต้น

การจัดกลุ่มโครงสร้างอุตสาหกรรมตามปัจจัยการแข่งขัน (ดร.สำราญ ภูอนันตานนท์)

จากการวิเคราะห์ฐานข้อมูลจากองค์กรการค้าระหว่างประเทศ จะเห็นว่าประเทศกำลังพัฒนานั้นส่วนใหญ่ภาคการผลิตจะเป็นการเกษตร ทรัพยากรธรรมชาติ หรืออุตสาหกรรมการใช้แรงงาน สำหรับภาคการเกษตรนั้นถ้าหากภูมิประเทศอำนวย ก็สามารถผลิตกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารได้พอเพียงต่อการบริโภคหรืออาจเหลือเพียงพอสำหรับการส่งออก หรือส่งออกทรัพยากรธรรมชาติ สำหรับกลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนาระดับต้น (Low-level developing countries) จะมีความสามารถในการผลิตอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานสูงแต่มีเงินลงทุนไม่มากนัก เช่น การผลิตเสื้อผ้า สิ่งทอ รองเท้า เฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาระดับปานกลางหรือสูง(Upper-level developing countries) จะมีความสามารถในการผลิตกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า อิเลคทรอนิคส์ แต่ส่วนใหญ่มีลักษณะการย้ายฐานผลิตมากกว่าศักยภาพที่แท้จริงของบุคคลากรในประเทศ ยกเว้น จีน ประเทศที่พัฒนาแม้จะมีศักยภาพในการพัฒนาอุตสาหกรรมฐานความรู้และ/หรืออุตสาหกรรมความคิดสร้างสรรค์สูงและ/หรืออุตสาหกรรมที่ใช้เงินลงทุนสูง เช่น รถยนต์ อิเลคทรอนิคส์ เครื่องบิน เรือเดินสมุทร รถไฟฟ้าความเร็วสูง ดาวเทียมและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีด้านอวกาศ อย่างไรก็ตามก็ยังมีความแตกต่างกันในความสามารถในการแข่งขันของการผลิตในแต่ละกลุ่ม

ถ้าศึกษาจากฐานข้อมูลขององค์การค้าระหว่างประเทศโดยพิจารณาจากดุลการค้าตามโครงสร้างกลุ่มอุตสาหกรรมแต่ละกลุ่มแล้ว (ผู้วิเคราะห์ได้แบ่งโครงสร้างกลุ่มอุตสาหกรรมออกเป็น 6 กลุ่ม) จะเห็นความสอดคล้องระหว่างความสามารถในการแข่งขันกับระดับการพัฒนาของแต่ละกลุ่มประเทศอย่างมีนัยสำคัญ เช่น ประเทศ เวียตนาม ไทย ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ บราซิล  สหรัฐอเมริกา ได้เปรียบดุลการค้ากลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและผลิตภัณฑ์เกษตร ประเทศ เวียตนาม บราซิล ชิลี ได้เปรียบดุลการค้ากลุ่มพลังงานและทรัพยากรธรรมชาติ ประเทศไทย เวียตนาม จีนได้เปรียบดุลการค้ากลุ่มอุตสาหกรรมด้านแรงงาน ประเทศเยอรมัน ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ ญี่ปุ่นได้เปรียบดุลการค้ากลุ่มอุตสาหกรรมเคมี เภสัชกรรม และเครื่องมือแพทย์ ประเทศเกาหลี ญี่ปุ่น จีน เยอรมัน ฝรั่งเศสได้เปรียบดุลการค้ากลุ่มอุตสาหกรรมอิเลคทรอนิคส์ เครื่องจักรคุณภาพ หรือเครื่องบิน ประเทศเกาหลี ญี่ปุ่น เยอรมัน ฝรั่งเศส อิตาลี ได้เปรียบดุลการค้ากลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และอุปกรณ์ ซึ่งสามารถศึกษาข้อมูลตามตารางแสดงข้างท้าย นอกจากนั้นยังแสดงภาพกราฟดุลการค้าของแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมของประเทศต่างๆ ประเทศกำลังพัฒนาขั้นต้น (Lower-Developing Countries) ประเทศกำลังพัฒนา (Upper –Developing Countries) และประเทศพัฒนา (Developed Countries) จะเห็นได้ชัดเจนถึงความแตกต่างในขีดความสามารถในการแข่งขันของกลุ่มอุตสาหกรรมของประเทศต่างๆ

SMEs กับการสนับสนุน

จากที่กล่าวข้างต้นจะเห็นว่า ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศนั้นมีความสัมพันธ์กับระดับการพัฒนาและกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิต ถ้าประเทศมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ควรจะมีสัดส่วนรายได้ต่อหัว (GDP) เพิ่มสูงขึ้น การเลือกประเภทและกลุ่มอุตสาหกรรมเพื่อให้การสนับสนุนจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งเพราะจะเป็นการกำหนดทิศทางของประเทศในการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน ถ้าหากการกำหนดประเภทและกลุ่มอุตสาหกรรมไม่สอดคล้องกับระดับการพัฒนาประเทศแล้ว จะเกิดปัญหาเรื่องการแข่งขันทันที (ดูแผนภูมิ)

ประเทศไทยมีรายได้ต่อหัวประชากร (GDP Nominal) ประมาณ 4,992 เหรียญสหรัฐฯ ตามฐานข้อมูลของกองทุนการเงินระหว่างประเทศปี 2010 (IMF-2010) จึงจัดเป็นประเทศที่มีรายได้ต่อหัวอยู่ในกลุ่มกำลังพัฒนาระดับสูง (Upper–Middle Income) กลุ่มอุตสาหกรรมบางกลุ่มของไทยที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงในปัจจุบันจึงมีแนวโน้มที่จะลดต่ำลง เพื่อให้ศักยภาพในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยมีเสถียรภาพเพื่อการเจริญเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืน ประเทศไทยจำเป็นต้องมีทิศทางและยุทธศาสตร์ในการสนับสนุนกลุ่มอุตสาหกรรมเดิมและกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ๆตามแนวโน้มการพัฒนาเทคโนโลยีและแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมการบริโภคของประชากรของโลก

ถ้าพิจารณาแนวโน้มการปรับเปลี่ยนโครงสร้างอุตสาหกรรมของโลกแล้วอาจจะสรุปได้เป็นประเด็นหลักๆดังนี้

แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี สินค้ากลุ่มอิเลคทรอนิคส์มีแนวโน้มที่จะเป็นแบบไร้สาย ซึ่งเห็นได้ชัดจากกลุ่มสินค้าเตรื่องมือสื่อสารต่างๆ ซึ่งแนมโน้มน่าจะเป็นประเภทสินค้าชนิดต่างๆ เช่น การส่งข้อมูลจากคอมพิวเตอร์เข้าเครื่องพิมพ์ เครื่องแฟกส์ การรับส่งสัญญาณภาพเสียง (TV, VDO) จากจานรับส่งดาวเทียมเข้าสู่ TV โดยตรงแบบไร้สาย การพัฒนาสินค้ากลุ่มใหม่ๆเหล่านี้จำเป็นต้องใช้ฐานความรู้ที่ได้จากทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ ต้องการคนรุ่นใหม่จำนวนมาก

แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงด้านธุรกิจ Software จากการพัฒนาด้านเทคโนโลยี ทำให้การพัฒนาการด้านมัลติมีเดียเป็นไปอย่างรวดเร็ว นอกจาก Software ทางธุรกิจแล้ว ยังมี Software ที่ใช้กับธุรกิจด้าน Entertainment อีกมากมาย ซึ่งเป็นแนวโน้มธุรกิจใหม่ทั้ง Animation ด้านภาพยนต์ หรือด้านโฆษณา หรือเกมส์

แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีด้านชีวภาพ ด้านการแพทย์ จะส่งผลให้เกิดอุตสาหกรรมใหม่ๆด้านการแพทย์ อาหาร ยา หรือด้านพลังงานทางเลือก หรือเคมีภัณฑ์ที่ช่วยปกป้องสิ่งแวดล้อม

แนวโน้มการปกป้องสิ่งแวดล้อมและปกป้องโลกร้อน ซึ่งจะส่งผลให้เกิดอุตสาหกรรมใหม่ๆที่เชื่อมโยงกับสิ่งแวดล้อม

แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค อีกด้านหนึ่งที่จะส่งผลต่อการปรับเปลี่ยนโครงสร้างอุตสาหกรรมใหม่ เช่น การบริโภคเพื่อสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ การดูแลรักษาสุขภาพเพื่อป้องกันโรคอ้วนหรืออันตรายจากโรคประเภทอื่นๆ

พิจารณาจากแนวโน้มที่กล่าวข้างต้น อาจสรุปได้ว่าน่าจะมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างอุตสาหกรรมในอนาคตถ้าหากจะให้การพัฒนาเศรษฐกิจของไทยเป็นไปอย่างยั่งยืนและมั่นคงแล้ว ประเทศจำเป็นต้องพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน ประเทศจำเป็นต้องพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ๆอันเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี หรือผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ๆเนื่องจากการสร้างนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งแนวโน้มเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้รัฐจำเป็นต้องสร้าง SMEs ใหม่ๆด้วยคนรุ่นใหม่

เพื่อให้เกิด SMEs ใหม่ๆเพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนสถานะของประเทศไปสู่ระดับรายได้สูงหรือในระดับเดียวกับประเทศพัฒนา รัฐจำเป็นต้องจัดทำยุทธศาสตร์เพื่อสร้าง SMEs ใหม่ๆให้เป็นฐานการพัฒนาประเทศต่อไป

สรุป

ถ้าพิจารณาจากฐานข้อมูลของธนาคารโลกก็ดี ฐานข้อมูลจากองค์การค้าระหว่างประเทศก็ดี หรือจากองค์การการเงินระหว่างประเทศก็ดี จะเห็นความสัมพันธ์ระหว่างความสามารถในการหารายได้กับความสามารถทางการผลิตอย่างมีนัยสำคัญ และเมื่อมองแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาด้านเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมของผู้บริโภค การเปลี่ยนแปลงด้านจิตสำนึกที่มีต่อโลกร้อนและการป้องกันสิ่งแวดล้อม จะทำให้เห็นถึงแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอุตสาหกรรมใหม่ๆ สิ่งเหล่านี้จะส่งผลให้ประเทศไทยเกิดการพัฒนาอย่างมั่นคงและยั่งยืนได้ รัฐจะต้องกำหนดทิศทางการพัฒนากลุ่มอุตสาหกรรมและจัดทำยุทธศาสตร์เพื่อวางโครงสร้างพื้นฐานในการผลักดัน SMEs ใหม่ๆซึ่งเป็น SMEs ที่ใช้ฐานความรู้และความคิดสร้างสรรค์เป็นหลัก (Knowledge Based Industries and/or Creative Economy) เพื่อเป็นรากฐานทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง

ตารางและภาพประกอบบทความ

 ตารางที่ —— แสดงการจัดกลุ่มประเทศตามรายได้ต่อหัวของธนาคารโลก

countries income    
economy classification income us$ number of countries
Low-income <1,005 35
Lower -middle income  1,006 to 3,975 56
Upper-middle-income 3,976 to 12,275 54
High-income 12,276 70
     

http://data.worldbank.org/about/country-classifications/country-and-lending-groups

 ตารางที่ —– ระดับการพัฒนาของประเทศต่างๆตามนิยามของธนาคารโลก

       
country gdp/capita economy classification economy classification
United States 47,284 High-income Developed Country
Canada 46,215 High-income Developed Country
Brazil 10,816 Upper-middle-income Upper-Developing
Mexico 9,566 Upper-middle-income Upper-Developing
Argentina 9,138 Upper-middle-income Upper-Developing
Venezuala 9,960 Upper-middle-income Upper-Developing
chile 11,828 Upper-middle-income Upper-Developing
       
Germany 40,631 High-income Developed Country
France 41,019 High-income Developed Country
UK 36,120 High-income Developed Country
Italy 34,059 High-income Developed Country
Spain 30,639 High-income Developed Country
Netherland 47,172 High-income Developed Country
Switzerland 67,246 High-income Developed Country
Belgium 42,630 High-income Developed Country
Sweden 48,875 High-income Developed Country
Norway 84,444 High-income Developed Country
Denmark 56,147 High-income Developed Country
Finland 44,489 High-income Developed Country
       
Japan 42,820 High-income Developed Country
South Korea 20,591 High-income Developed Country
Australia 55,590 High-income Developed Country
Taiwan 18,458 High-income Developed Country
Hong Kong 31,591 High-income Developed Country
Singapore 43,117 High-income Developed Country
China 4,382 Upper-middle-income Upper-Developing
Thailand 4,992 Upper-middle-income Upper-Developing
Malaysia 8,423 Upper-middle-income Upper-Developing
India 1,265 Lower -middle income Lower-Developing
Indonesia 3,015 Lower-middle-income Lower-Developing
Philippines 2,007 Lower-middle income Lower-Developing
Vietnam 1,174 Lower-middle income Lower-Developing

 

ตารางแสดงดุลการค้าของกลุ่มอุตสาหกรรมในแต่ละประเทศ

    ตารางที่ ——- แสดงความสามารถในการแข่งขันของกลุ่มอุตสาหกรรม 6 กลุ่มของอินเดีย

India Total Trade Balance year2005 year2006 year2007 year2008 year2009
Agriculture – Value Added 3,382,894 3,293,972 3,561,614 3,200,625 -876,605
Mineral fuels, oils, distillation products,   -23,323,141 -32,000,795 -43,473,099 -48,645,028 -82,936,884
Labor & Skilled Labor & Creative Pro. 8,901,413 8,190,115 10,888,998 8,357,782 -62,836
Chemical & Optical & Medical -1,761,589 -3,548,589 -3,953,352 -6,350,856 -15,836,950
Machineries&Vehicle&Steel Industry -4,588,932 -8,920,077 -13,179,166 -18,114,062 -22,533,878
Electronics&Machineries&Aircrafts Ind. -7,695,855 -13,024,483 -21,248,281 -21,941,314 -39,428,066
India Total Trade Balance -25,085,210 -46,009,857 -67,403,286 -83,492,853 -161,675,219

 

    ตารางที่ ——- แสดงความสามารถในการแข่งขันของกลุ่มอุตสาหกรรม 6 กลุ่มของเวียตนาม

Vietnam Total Trade Balance year2005 year2006 year2007 year2008 year2009
Agriculture – Value Added 3,209,374 4,185,756 5,218,089 5,623,007 6,900,945
Mineral fuels, oils, distillation products, etc 2,132,733 2,824,659 2,899,105 1,187,826 60,836
Labor & Skilled Labor & Creative Product 1,810,226 2,298,214 2,748,674 4,725,194 5,136,201
Chemical & Optical & Medical -3,318,176 -3,636,872 -4,302,744 -5,646,222 -6,656,872
Machineries & Vehicle & Steel Industry -6,693,985 -7,387,453 -7,780,830 -14,067,079 -16,846,613
Electronics & Machineries & Aircrafts Ind. -6,362,313 -5,750,660 -6,759,693 -12,230,986 -13,580,970
Vietnam Total Trade Balance -9,222,141 -7,466,356 -7,977,399 -20,408,260 -24,986,473

 

    ตารางที่ ——- แสดงความสามารถในการแข่งขันของกลุ่มอุตสาหกรรม 6 กลุ่มของเวียตนาม

China Total Trade Balance year2005 year2006 year2007 year2008 year2009
Agriculture – Value Added 2,151,766 4,238,582 3,627,458 -11,019,917 -7,128,447
Mineral fuels, oils, distillation products, -71,372,432 -102,146,046 -137,754,483 -224,819,205 -172,018,558
Labor & Skilled Labor & Creative Pro. 150,636,870 195,731,184 241,330,706 273,768,136 241,791,744
Chemical & Optical & Medical -41,520,701 -42,910,116 -47,839,689 -40,198,981 -41,440,332
Machineries&Vehicle&Steel Industry 56,680,554 100,888,276 150,359,161 198,174,523 124,553,863
Electronics&Machineries&Aircrafts ind. -9,452,646 22,356,105 74,699,485 141,592,532 54,838,175
China Total Trade Balance 87,123,411 178,157,985 284,422,638 337,497,088 200,596,445

    ตารางที่ ——- แสดงความสามารถในการแข่งขันของกลุ่มอุตสาหกรรม 6 กลุ่มของไทย                                                                                                                                                     

Thailand Total Trade Balance year2005 year2006 year2007 year2008 year2009
Agriculture – Value Added 12,899,167 16,959,748 19,341,037 23,084,592 22,034,166
Mineral fuels, oils, distillation products, etc -16,066,536 -18,858,658 -18,759,631 -25,652,706 -17,028,611
Labor & Skilled Labor & Creative Product 13,153,227 16,850,934 20,143,538 18,802,254 21,305,142
Chemical & Optical & Medical -5,854,020 -5,676,558 -6,491,692 -9,175,879 -4,848,865
Machineries&Vehicle&Steel Industry -951,535 6,398,867 9,080,045 7,168,300 7,938,532
Electronics&Machineries&Aircrafts Industry -14,278,580 -12,186,770 -14,678,717 -20,514,915 -11,338,284
Thailand Total Trade Balance -11,098,277 3,487,563 8,634,580 -6,288,354 18,062,080

 

    ตารางที่ ——- แสดงความสามารถในการแข่งขันของกลุ่มอุตสาหกรรม 6 กลุ่มของเกาหลี                                                                                                                                                     

Korea Total Trade Balance year2005 year2006 year2007 year2008 year2009
Agriculture – Value Added -6,791,966 -8,253,563 -10,182,066 -12,707,866 -9,080,668
Mineral fuels, oils, distillation products,   -57,442,553 -74,296,797 -81,499,238 -115,740,946 -77,092,492
Labor & Skilled Labor & Creative Prod. 11,645,421 8,272,657 5,550,377 8,947,773 11,464,272
Chemical & Optical & Medical -7,015,792 -892,985 5,998,036 8,814,067 13,158,205
Machineries&Vehicle&Steel Industry 56,394,059 65,125,811 65,171,920 69,519,406 71,623,124
Electronics&Machineries&Aircrafts Ind. 55,929,838 64,135,386 72,903,420 90,574,644 108,966,697
Korea Total Trade Balance 52,719,007 54,090,509 57,942,449 49,407,078 119,039,138

 

    ตารางที่ ——- แสดงความสามารถในการแข่งขันของกลุ่มอุตสาหกรรม 6 กลุ่มของญี่ปุ่น                                                                                                                                                      

Japan Total Trade Balance year2005 year2006 year2007 year2008 year2009
Agriculture – Value Added -47,774,731 -46,367,375 -47,995,745 -59,139,861 -49,848,620
Mineral fuels, oils, distillation products,   -144,022,362 -177,615,072 -189,881,065 -278,683,907 -162,220,278
Labor & Skilled Labor & Creative Pro. -16,995,174 -16,787,219 -9,497,974 -10,854,597 -6,393,327
Chemical & Optical & Medical 23,864,075 20,799,586 20,757,940 16,400,548 11,716,130
Machineries&Vehicle&Steel Industry 209,008,682 233,103,805 266,246,328 296,139,229 194,135,334
Electronics&Machineries&Aircrafts Ind. 85,550,474 89,695,645 91,766,734 103,966,897 91,100,814
Japan Total Trade Balance 109,630,964 102,829,370 131,396,218 67,828,309 78,490,053

 

    ตารางที่ ——- แสดงความสามารถในการแข่งขันของกลุ่มอุตสาหกรรม 6 กลุ่มของเยอรมัน                                                                                                                                                      

Germany Total Trade Balance year2004 year2005 year2006 year2007 year2008
Agriculture – Value Added -11,010,935 -10,906,583 -12,155,525 -12,108,372 -10,656,946
Mineral fuels, oils, distillation products, et. -52,480,028 -72,974,674 -89,140,460 -89,069,484 -134,475,553
Labor & Skilled Labor & Creative Prod. 12,373,752 20,224,511 23,565,129 19,056,128 23,754,440
Chemical & Optical & Medical 44,689,354 47,157,171 53,865,500 63,053,784 75,855,175
Machineries&Vehicle&Steel Industry 170,449,922 182,836,801 195,485,787 246,116,614 259,625,784
Electronics&Machineries&Aircrafts Ind. 38,483,824 31,280,354 20,968,291 52,829,452 51,957,006
Germany Total Trade Balance 202,505,889 197,617,580 192,588,722 279,878,122 266,059,906

 

     ตารางที่ ——- แสดงความสามารถในการแข่งขันของกลุ่มอุตสาหกรรม 6 กลุ่มของฝรั่งเศส                                                                                                                                                      

France Total Trade Balance year2005 year2006 year2007 year2008 year2009
Agriculture – Value Added 9,942,844 11,167,145 11,872,047 11,498,112 7,223,599
Mineral fuels, oils, distillation products, etc -47,279,978 -59,141,212 -63,112,161 -89,903,473 -56,939,608
Labor & Skilled Labor & Creative Product -21,842,409 -22,803,880 -29,269,719 -34,000,154 -31,438,999
Chemical & Optical & Medical 9,048,320 12,513,757 13,256,925 17,543,605 13,360,185
Machineries&Vehicle&Steel Industry 668,728 -144,598 -9,099,797 -15,658,351 -15,975,902
Electronics&Machineries&Aircrafts Industry 23,101,361 25,205,964 22,387,763 31,910,957 27,322,979
France Total Trade Balance -26,361,134 -33,202,824 -53,964,942 -78,609,304 -56,447,746

   

     ตารางที่ ——- แสดงความสามารถในการแข่งขันของกลุ่มอุตสาหกรรม 6 กลุ่มของเนเธอร์แลนด์                                                                                                                                                     

Netherland Total Trade Balance year2004 year2005 year2006 year2007 year2008
Agriculture – Value Added 23,297,788 23,960,820 26,460,628 30,439,719 32,056,702
Mineral fuels, oils, distillation products, etc -6,356,070 -9,464,078 -10,418,975 -11,222,764 -8,867,154
Labor & Skilled Labor & Creative Product 4,663,568 6,474,359 7,801,123 6,175,714 5,404,551
Chemical & Optical & Medical 15,762,641 15,370,461 17,810,799 16,102,149 16,567,127
Machineries&Vehicle&Steel Industry -2,183,460 2,469,475 632,065 11,897,851 6,019,349
Electronics&Machineries&Aircrafts Industry 115,202 3,370,635 3,168,579 8,223,322 3,457,544
Netherland Total Trade Balance 35,299,669 42,181,672 45,454,219 61,615,991 54,638,119

 

    ตารางที่ ——- แสดงความสามารถในการแข่งขันของกลุ่มอุตสาหกรรม 6 กลุ่มของอิตาลี

Italy Total Trade Balance year2004 year2005 year2006 year2007 year2008
Agriculture – Value Added -10,315,814 -10,025,118 -10,870,838 -11,764,403 -11,789,448
Mineral fuels, oils, distillation products, etc -27,760,001 -35,583,064 -41,737,902 -44,768,164 -58,131,155
Labor & Skilled Labor & Creative Product 27,268,917 20,402,228 11,883,485 17,941,632 11,863,692
Chemical & Optical & Medical -12,011,055 -11,110,295 -12,015,896 -12,749,281 -13,926,148
Machineries&Vehicle&Steel Industry 18,104,592 19,470,685 24,264,550 33,028,468 42,143,030
Electronics&Machineries&Aircrafts Industry -2,109,736 -325,023 -4,286,569 -1,000,358 3,617,600
Italy Total Trade Balance -6,823,097 -17,170,587 -32,763,170 -19,312,106 -26,222,429

 

  ตารางที่ ——- แสดงความสามารถในการแข่งขันของกลุ่มอุตสาหกรรม 6 กลุ่มของสหรัฐอเมริกา

USA Total Trade Balance year2005 year2006 year2007 year2008 year2009
Agriculture – Value Added -22,342,228 -24,007,593 -13,166,456 3,677,742 1,768,103
Mineral fuels, oils, distillation pro.,   -273,544,861 -310,905,920 -329,661,068 -425,324,655 -224,377,549
Labor&Skilled Labor&Creative Pro. -246,181,605 -249,465,233 -236,567,819 -206,864,637 -168,221,201
Chemical & Optical & Medical -16,216,213 -12,720,675 -11,382,575 -13,321,053 -705,060
Machineries&Vehicle&Steel Ind. -193,462,220 -210,437,034 -176,812,419 -137,206,304 -110,120,222
Electronics&Machineries&Aircrafts -64,323,409 -51,903,569 -52,630,050 -55,289,138 15,708,221
 Total Trade Balance -816,070,536 -859,440,024 -820,220,387 -834,328,045 -485,947,708

 

ภาพแสดงถึงดุลการค้าของแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมของประเทศต่างๆ

อ้างอิง:

ข้อมูลที่เป็นตัวเลขนำมาจากฐานข้อมูล International Monetary Fund, World Bank and International Trade Organization

Leave a Reply

พระแก้วมรกตจำลองเครื่องทรงฤดูร้อนจากนิลดำ

พระบรมมหาราชวัง เป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สำคัญ

พระที่นั่งไอย์ศูรย์ทิพยอาสน์ พระราชวังบางปะอิน

หุ่นกระบอกงานหัตถกรรมช่างฝีมือไทย

รถยนต์ประหยัดพลังงานไฮบริดระหว่างไฟฟ้า 100% และน้ำมัน

ไหมไทยกับแฟชั่น เอกลักษณ์เด่นของไทย

เรือไม้ประดิษฐ์

Metal Crafting

Gallery

pr-600-400-king-3 photo-vr-resize-1000-handicraft-1 dsc01363 photo-vr-resize-1000-handicraft-3

เรียนภาษาอังกฤษ

English Speaking Youtube

มูลนิธิสัมมาชีพ

ตลาดหุ้นไทย

ตลาดหุ้นโลก

อัตราแลกเปลี่ยน ธปท

อัตราแลกเปลี่ยน

The Japan Times

Asahi Shimbun English

Chinadaily

Xinhua News

Koreatimes

Korea Herald

Aljazeera

หนังสือพิมพ์ข่าว

ข่าวหุ้นออนไลน์

ข่าวหุ้น

World Economic Forum

world bank

UA-28221961-1