บุคคลสัมมาชีพ

Tuesday, August 30, 2011
By admin
FacebookTwitterGoogle+LinkedInGoogle BookmarksGoogle GmailYahoo MailShare

บุคคลสัมมาชีพ

หลายท่านอาจเคยได้ยินชื่อมูลนิธิสัมมาชีพ ใช้คำภาษาอังกฤษว่า “The Right Livelihood Foundation” หลายท่านอาจสงสัยว่าเป็นมูลนิธิอะไร ตั้งขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์อะไร ผมเคยเขียนเรื่องเกี่ยวกับการจัดตั้งมูลนิธิสัมมาชีพมาแล้วครั้งหนึ่งในเว็บไซ้ท์นี้ ท่านอาจเปิดดูได้ครับในหัวข้อเรื่อง “มูลนิธิสัมมาชีพ” หรือติดตามได้ทั้งวัตถุประสงค์การจัดตั้ง ผู้ให้การสนับสนุน และกิจกรรมต่างๆที่ดำเนินตามยุทธศาสตร์หลักเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย “สังคมสัมมาชีพเต็มพื้นที่” จากเว็บไซ้ท์มูลนิธิ www.right-livelihood.org.th

หนึ่งในหลายยุทธศาสตร์หลักของมูลนิธิฯ เพื่อให้เกิดการพัฒนาสังคมสัมมาชีพ คือการสรรหา “บุคคลสัมมาชีพ” และประกาศเกียรติคุณบุคคลสัมมาชีพประจำปีเพื่อเป็นบุคคลต้นแบบที่ดีงาม และเป็นพลังเสริมสร้างแรงบันดาลใจให้แก่บุคคลในสังคม ได้นำไปปฏิบัติเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพของตนเอง รวมทั้งยังเป็นโอกาสให้สาธารณชนรับทราบถึงบทบาทและภารกิจ คณะกรรมการจึงมุ่งสรรหาบุคคลที่ประสบผลสำเร็จในหน้าที่การงาน มีพฤติกรรมที่คนทั่วไปให้การยกย่องว่าเป็นคนดี ไม่เอารัดเอาเปรียบสังคม เป็นผู้ที่เข้าใจองค์ประกอบของสังคมเป็นอย่างดี นอกจากจะดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์สุจริตแล้วยังพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือสังคม เพื่อให้ “บุคคลสัมมาชีพ” เป็นแบบอย่างที่ดีของสังคม ของบุคคลทั่วไป ของเยาวชนคนรุ่นหลังสืบไป นอกจากนั้นยังจัดให้มีปาฐกถาโดยบุคคลสัมมาชีพประจำปีได้เล่าประสบการณ์การดำรงตนในสังคมเพื่อเปิดโอกาสให้สาธารณชนรับทราบถึงบทบาทและภารกิจ

เนื่องจากมูลนิธิสัมมาชีพได้ก่อตั้งมาเป็นปีที่ 3 ดังนั้นมูลนิธิฯได้คัดสรรบุคคลสัมมาชีพมาแล้ว 2 ท่าน คือ คุณบุณยสิทธิ โชควัฒนา บุคคลสัมมาชีพคนที่ 1 ประจำปี 2552 อีกท่านหนึ่งคือคุณอิสระ ว่องกุศลกิจ บุคคลสัมมาชีพคนที่ 2 ประจำปี 2553 สำหรับบุคคลสัมมาชีพคนที่ 3 ประจำปี 2554 นั้น ทางคณะกรรมการคัดสรรซึ่งประกอบด้วยบุคคลที่มีชื่อเสียงเป็นผู้ที่มีหลักคิดร่วมกันในการสร้างสังคมสัมมาชีพ คือ คุณบุณยสิทธิ โชควัฒนา คุณอิสระ ว่องกุศลกิจ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ น.พ.มงคล ณ สงขลา คุณมนู เลียวไพโรจน์ ดร.สำราญ ภูอนันตานนท์ คุณประชา หุตานุวัตร คุณนริณทิพย์ วิริยะบัณฑิตย์กุล คุณสนธิรัตน์ สนธิจิระวงศ์ คุณนรากร เกษตรสุวรรณ และคุณวิเชฐ ตันติวนิช ได้มีความเห็นร่วมกันเป็นเอกฉันท์ว่า คุณไกรสร จันศิริ ประธานกรรมการบริษัท Thai Frozen Food Products จำกัด (มหาชน) สมควรเป็น “บุคคลสัมมาชีพ” ประจำปี 2554

สำหรับประวัติของบุคคลสัมมาชีพทั้งสามท่าน บทความนี้จะเขียนโดยสรุปถึงประวัติการทำงาน การมีส่วนร่วมในสังคมของแต่ละท่านอย่างคร่าวๆเพื่อให้มีโอกาสได้รู้จักบุคคลที่คณะกรรมการคัดสรรมีความเห็นร่วมกันว่าพฤติกรรมของท่านที่ประพฤตและปฏิบัติมายาวนานชั่วชีวิตของแต่ละท่านนั้นสมควรเป็นแบบอย่างที่ดีของสังคมโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับ “สังคมสัมมาชีพ” และเว็บไซ้ท์ www.creativevill.com จะนำเสนอรายละเอียดประวัติของแต่ละท่านในโอกาสต่อไป

บุณยสิทธิ โชควัฒนา บุคคลสัมมาชีพปี 2552

คุณบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือบริษัทสหพัฒฯฯ เป็นบุตรคนที่สามในจำนวนแปดคนของ ดร.เทียม และนางสายพิณ โชควัฒนา ท่านสมรสกับคุณพัชรินทร์ มีบุตรและธิดารวม 4 คน  คุณบุณยสิทธิ์เข้ารับการศึกษาในวัยเด็กที่โรงเรียนเผยอิง  และโรงเรียนกวดวิชาวัดสุทัศน์ ต่อมาได้หยุดการศึกษาไว้ที่ระดับมัธยม 6 เนื่องจากผู้บิดาต้องการให้เข้ามาช่วยกิจการค้าขายของครอบครัวจึงได้ส่งไปศึกษางานที่ญี่ปุ่นเมื่ออายุได้ 17 ปี ทำให้คุณบุณยสิทธิ์สามารถพูดภาษาญี่ปุ่นได้ดี และได้รับการฝึกฝนเรียนรู้ธุรกิจในสนามจริงตั้งแต่เยาว์วัย

คุณบุณยสิทธิถูกส่งให้ไปทำงานที่ เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่นในปี พ.ศ.2497 ทำหน้าที่สั่งซื้อสินค้ามาขายในประเทศไทย อันเป็นลู่ทางการปรับเปลี่ยนแนวทางธุรกิจที่นายห้างเทียมเล็งเห็นว่าน่าจะเป็นโอกาสดีที่จะต่อยอดการค้าของครอบครัว เนื่องจากได้กำไรดีกว่าการขายน้ำตาล ข้าวสารเช่นที่เคยทำ ช่วงเวลาที่คุณบุณยสิทธิอยู่ที่ญี่ปุ่นนั้น เป็นช่วงเวลาการฟื้นตัวของประเทศญี่ปุ่นหลังจากแพ้สงครามโลกครั้งที่สองไม่นานนัก ทำให้คุณบุณยสิทธิ์ได้เรียนรู้พัฒนาการของธุรกิจที่ค่อยๆ เติบโตจากจุดเริ่มต้นจนก้าวขึ้นมายิ่งใหญ่ระดับโลกได้ ได้เรียนรู้การทำธุระกิจ     ตั้งแต่การเตรียมเอกสาร สั่งซื้อ เจรจาต่อรอง และเข้าเยี่ยมชมโรงงานคู่ค้า ได้ศึกษาข้อมูลจากคู่ค้าซึ่งเป็นโรงงานอุตสาหกรรมที่เขาสนใจเป็นพิเศษ คุณบุณยสิทธิได้ทำหน้าที่เป็นอย่างดี เขาติดต่อและสั่งซื้อสินค้าที่ดีทั้งมีคุณภาพและราคาถูกรวมทั้งเสาะหาผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพเพื่อนำเสนอขายในประเทศไทย การเรียนรู้ของคุณบุณยสิทธิ โชควัฒนาจึงเป็นการเรียนรู้นอกโรงเรียน เรียนรู้จากชีวิตจริง และด้วยเป็นบุคคลที่มีความเฉลียวฉลาด มีความคิดสร้างสรรค์ ทำให้เขาสามารถขยายกิจการของกลุ่มบริษัทสหพัฒนฯจนใหญ่โตมียอดขายมากกว่าแสนล้านบาทในปัจจุบัน

การใช้ชีวิตในประเทศญี่ปุ่นทำให้คุณบุณยสิทธิได้เรียนรู้การเล่นหมาก “โกะ” คุณบุณยสิทธิ์เชื่อว่า “โกะ” ไม่ได้สอนให้เอาชนะอย่างเดียว แต่ต้อง “รู้จักแพ้ รู้จักชนะ แพ้คือชนะ ชนะคือแพ้” ไม่ใช่ว่าเราชนะครั้งเดียวแล้วแปลว่าสำเร็จ แต่ความสำเร็จนั้นมันต้องรอจนถึงเล่นจบแล้วทำตารางว่าเราชนะหรือแพ้ ชนะหนึ่งเม็ด ก็หมายความว่าเราชนะ ไม่ได้จำเป็นว่าเราต้องชนะให้ได้หมด ชนะเม็ดเดียวก็พอ สำหรับคุณบุณยสิทธิ์ การสร้างธุรกิจก็เหมือนกับตอนเล่นโกะ คือ วางลงไปทีละเม็ด ทีละก้าว แต่ละเม็ดก็คือ การเริ่มต้นธุรกิจจากขนาดเล็ก หรีอ เอสเอ็มอี ค่อยๆ วางหมากลงทีละเม็ด จนกระทั่งเติบใหญ่ นอกจากนั้น “โกะ” ยังช่วยฝึกฝนวิธีการค้าขายของเขาให้มีความละเอียดรอบคอบ มียุทธศาสตร์ มีแผน มีขั้นตอน จนกระทั่งเขาเองได้ขยายธุรกิจจนมีบริษัทในเครือกว่า 300 แห่ง มีพนักงานกว่า 100,000 คน

บุณยสิทธิ โชควัฒนา มีหลักคิดร่วมระหว่างธุรกิจ พนักงานและสังคม โดยการสนับสนุนแนวคิด “คนดี สินค้าดี และสังคมดี” เขาสนับสนุนให้บริษัทในเครือที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งแล้วให้ช่วยพัฒนาสังคมตามแนวทางที่วางไว้ ไม่ว่าจะพัฒนาชุมชนใกล้เคียง โครงการพัฒนาเด็กและเยาวชน โครงการปกป้องและรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งแนวคิดของคุณบุณยสิทธิ โชควัฒนาสอดคล้องกับแนวปฏิบัติของมูลนิธิสัมมาชีพในการสร้างสังคมสัมมาชีพ ดังนั้นบุณยสิทธิ โชควัฒนาจึงเป็นท่านหนึ่งที่ให้การสนับสนุนมูลนิธิฯตั้งแต่เริ่มจัดตั้งจนปัจจุบัน

อิสระ  ว่องกุศลกิจ บุคคลสัมมาชีพ ปี 2553  

คุณอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการ บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด ได้รับการประกาศเกียรติคุณจากมูลนิธิสัมมาชีพให้เป็น “บุคคลสัมมาชีพ” ประจำปี 2553 โดยมีคุณวุฒิและคุณสมบัติ ตลอดจนคุณงามความดีที่สั่งสมมาตลอดชีวิตการทำงาน จนเป็นที่ยอมรับของผู้คนในสังคม โดยใช้แนวทางดำเนินชีวิตตามหลักสัมมาชีพ ที่มีคุณธรรม จริยธรรมกำกับ จนสามารถนำพาธุรกิจในเครือมิตรผลไปสู่ความสำเร็จได้อย่างมั่นคง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

จุดเริ่มต้นจากชีวิตชาวไร่อ้อยบนผืนดินไม่กี่สิบไร่ของครอบครัว “ว่องกุศลกิจ” แต่ด้วยความมานะบากบั่น ขยัน และอดทน ประกอบกับวิสัยทัศน์ที่ยาวไกล ทำให้ครอบครัว “ว่องกุศลกิจ” มีบทบาทสำคัญในการพลิกฟื้นเกษตรกรรมอ้อยและน้ำตาลของไทยให้กลายเป็นผู้ส่งออกน้ำตาลอันดับหนึ่งแห่งเอเชีย ความสำเร็จของบริษัท “มิตรผล” ได้ช่วยพัฒนาชาวไร่ทั่วภูมิภาคของประเทศไทยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ตลอดจนให้องค์ความรู้ที่ทำให้ชาวไร่อ้อยเติบโตควบคู่ไปพร้อมกับเครือมิตรผลด้วยเช่นกัน คุณอิสระเป็นหนึ่งในบรรดาพี่น้องหลายๆคนของครอบครัว “ว่องกุศลกิจ” ที่ทำให้เกิดผลสำเร็จดังกล่าวในช่วงระยะเวลา 50 ปีถัดมา และผงาดเป็นยักษ์ใหญ่อันดับ 2 ของแดนมังกร

จากความเชื่อว่า แนวโน้มของอุตสาหกรรมน้ำตาลในอนาคตอยู่ในช่วงขาลง ซึ่งจะส่งผลให้การพัฒนาธุรกิจอ้อยและน้ำตาลจะไม่สามารถทำกำไรได้ กลุ่มบริษัท “มิตรผล” จำเป็นต้องปรับตัว มองหาธุรกิจต่อเนื่องมารองรับเพื่อการเจริญเติบโตขององค์กร ทำให้ปัจจุบันกลุ่มมิตรผล หันมาให้ความสำคัญกับธุรกิจใหม่ที่เกี่ยวเนื่องมากขึ้น ได้แก่ ธุรกิจเอทานอล ธุรกิจไฟฟ้าชีวมวล และธุรกิจไม้เลียนแบบธรรมชาติ หรือปาร์ติเกิลบอร์ดที่ใช้ชานอ้อย ซึ่งเป็นของเหลือจากการผลิตน้ำตาล เป็นวัตถุดิบในการผลิต ซึ่งธุรกิจเหล่านี้อยู่ในช่วงขาขึ้น และกำลังสร้างกำไรให้แก่องค์กร 

คุณอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการ บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด ให้ความเห็นว่า เพื่อพัฒนาองค์กรไทยและเกษตรกรไทยผงาดระดับโลก บริษัทฯจึงได้ให้ความสนใจและประกาศเอาจริงเอาจังกับงานวิจัยและพัฒนา โดยในอดีตที่ผ่านมา กลุ่มมิตรผลตั้งงบประมาณสำหรับการวิจัยและพัฒนา เพื่อทำการวิจัยในการพัฒนาโรงงานน้ำตาลและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง จำนวนปีละ 40 ล้านบาท และปัจจุบันได้เพิ่มเป็นปีละ 100 ล้านบาท ในอนาคตจะเพิ่มงบในส่วนนี้ให้สูงขึ้นเป็นประมาณ 0.3% ของยอดขาย 

ผลการวิจัยที่ผ่านๆมาได้ช่วยให้เกิดนวัตกรรมต่างๆซึ่งทำให้บริษัทในเครือทั้งหมดได้รับประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นการเพาะปลูกอ้อย การผลิตภายในโรงงาน รวมทั้งการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ เช่น เมื่อชานอ้อยสำหรับใช้ผลิต ไม้ ปาร์ติเกิลบอร์ด มีไม่เพียงพอ สามารถนำปีกไม้เศษไม้มาใช้แทนได้ รวมทั้งยังสามารถผลิตไฟฟ้าชีวมวล ซึ่งขณะนี้สามารถจำหน่ายได้ถึง 179 เมกะวัตต์” 

นายอิสระกล่าวด้วยความเชื่อว่าธุรกิจพลังงานทดแทน เช่น เอทานอล ไฟฟ้าชีวมวล และไม้เลียนแบบธรรมชาติ รวมทั้งผลิตภัณฑ์ไบโอพลาสติก ฟลุกโตส กลูโคส และพวกยีสต์ต่างๆที่เป็นสารเคมีชีวภาพ จะขึ้นมาเป็นวงจรใหม่ของธุรกิจน้ำตาลในอนาคต อย่างไรก็ตาม การทำไร่อ้อยก็ยังคงเป็นหลักของธุรกิจของกลุ่มมิตรผล เนื่องจากครอบครัวของตนเป็นชาวไร่อ้อย และต้นทุนการผลิตของธุรกิจอยู่ในส่วนนี้มากถึง 60-70% บริษัทจึงได้สร้างอุทยานมิตรผลในโรงงาน 2 แห่งของมิตรผล เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ของชาวไร่อ้อย นอกจากนี้ยังได้ค้นคว้าแนวทางการจัดการไร่อ้อยให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ภายใต้ชื่อโครงการหมู่บ้านเพิ่มผลผลิต ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการไปแล้ว 175 หมู่บ้าน 

จากครอบครัวชาวไร่อ้อย ทำให้ “ว่องกุศลกิจ” หรือกลุ่มโรงงาน “มิตรผล” ผลักดันโครงการจำนวนมากเพื่อพัฒนาและเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร ซึ่งมูลนิธิสัมมาชีพคงจะมีโอกาศร่วมผลักดันโครงการต่างๆเพื่อเสริมสร้างสังคมสัมมาชีพเพื่อผลต่อการพัฒนาประเทศต่อไป

ไกรสร จันศิริ บุคคลสัมมาชีพปี 2554

คุณไกรสร จันศิริ ประธานกรรมการ บริษัท ไทยยูเนียน โฟร์เซ่น โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) รองประธานหอการค้าไทย-จีน และนายกสมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย เป็นคนไทยเชื้อสายจีน ช่วงอพยพเข้ามาไทยเป็นคนจน มีการศึกษาน้อย แต่เรียนดี มีความขยันและอดทนสูง เก่ง หัวดี ทำให้สามารถสร้างุรกิจจนเติบใหญ่ไปทั่วโลก 

คุณไกรสร ทำงานหนักตั้งแต่ช่วงวัยรุ่นเพราะฐานะครอบครัวไม่ค่อยดี เมื่อวัย ๓๐ ปีเศษเขาเริ่มมีกิจการของตัวเองเป็นครั้งแรก โดยในปี ๒๕๐๘ เขาเป็นเจ้าของบริษัทนำเข้าสีพ่นรถยนต์ ยาขัดเงารถจากต่างประเทศเข้ามาจำหน่าย และเปิดอู่ซ่อมรถยนต์ แล้วในปี ๒๕๑๖ ได้เปิดร้านขายผ้าที่สำเพ็ง

คุณไกรสรเชื่อในโชคชะตาชีวิตว่า คนเราต้องมีทั้ง “เก่งและเฮง” จุดหักเหของชีวิตที่สำคัญของคุณไกรสร คือ เพื่อนได้มีจดหมายจากฮ่องกงให้ช่วยหากุ้งแช่แข็งส่งไปให้ เขาจึงได้ทำการศึกษาธุรกิจส่งออกกุ้งอย่างจริงจัง และลงมือทำจนกระทั่งได้ตัดสินใจเปิดบริษัทประกอบกิจการแพปลาส่งออกกุ้งและปลา แล้วขยับขยายจัดตั้ง “บริษัท ไทยรวมสินพัฒนาอุตสาหกรรม จำกัด” หรือ TUM เมื่อปี ๒๕๑๙ ด้วยทุนจดทะเบียน ๑๐ ล้านบาทเข้าซื้อโรงงานปลาทูน่าที่ อ.มหาชัย จ.สมุทรสาคร เพื่อทำธุรกิจอาหารทะเลบรรจุกระป๋องมี กุ้ง ปู และปลาทูน่า ส่งออกไปสหรัฐอเมริกา

ต่อมาในปี ๒๕๓๑ คุณไกรสรได้จัดตั้ง บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟร์เซ่น โปรดักส์ จำกัด ขึ้น เพื่อขยายไลน์การผลิตให้คลุมถึงการผลิตอาหารทะเลแช่แข็ง รวมทั้งธุรกิจนำเข้าส่งออกและแปรสภาพผลิตภัณฑ์อาหาร กระทั่งแปรสภาพผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อการส่งออก

ปี ๒๕๓๙ ไกรสรเริ่มรุกตลาดต่างประเทศครั้งใหญ่เพื่อสร้างเสริมให้กิจการปลาทูน่า TUF เติบโตมั่นคง เขาตั้งบริษัท ไทยยูเนี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล ด้วยทุนจดทะเบียน ๑๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเป็นตัวแทนในการลงทุนในสหรัฐอเมริกา จากนั้นปี ๒๕๔๐ เข้าไปซื้อกิจการของบริษัท Van Camp Seafood ผู้ผลิตปลาทูน่าและปลาแซลมอนบรรจุกระป๋องรายใหญ่ในสหรัฐเจ้าของเครื่องหมายการค้า “Chicken of the Sea” ซึ่งครองส่วนแบ่งตลาดปลาทูน่า ๑๖-๑๗ % ใหญ่เป็นอันดับ ๓ ของสหรัฐ

การเกิดวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 อัตราแลกเปลี่ยนลอยตัว ทำให้ส่งผลดีต่อบริษัทฯในฐานะผู้ส่งออก ซึ่งต่อมาในปี ๒๕๔๒ ได้ซื้อกิจการของบริษัท CI Seafoods.,Inc. ซึ่งเป็นผู้จำหน่ายอาหารทะเลกระป๋อง และปลาทูน่ากระป๋องภายใต้เครื่องหมายการค้า “Pasific Pearl” และ “Jonah” ผลการซื้อกิจการในสหรัฐทำให้ TUF มีเครื่องหมายการค้าสำหรับอาหารทะเลกระป๋องเพิ่มขึ้นมาเป็น ๓ แบรนด์ คือ  Chicken of the Sea, Pasific Pearl และ Jonah เพื่อทำการรุกตลาดในสหรัฐอเมริกา

ปี ๒๕๕๓ TUF ได้ขยายกิจการอีกครั้ง โดยกู้เงินจากสถาบันการเงินทั้งในและต่างประเทศเข้าซื้อกิจการ MW Brands Holdings SAS ด้วยมูลค่า 680 ล้านยูโร (คิดเป็นมูลค่า 28,495 ล้านบาท) ซึ่งทำให้ได้เครื่องหมายการค้าปลาทูน่ากระป๋องชั้นนำในภูมิภาคยุโรป เช่น John West, Petit Navire, Hyacinthe Parmentier และ Mareblu มาครอบครองเป็นฐานในการรุกตลาด

คุณไกรสรคงจะรู้สึกภูมิใจในผลงานที่ตนเองสร้างขึ้นจนใหญ่โตระดับโลกที่เริ่มต้นจาก “สามศูนย์” คือ หนึ่ง “การด้อยการศึกษา” สอง “การไม่มีเครดิต” และ สาม “การไม่มีเงินทุน” แต่จากการยึดวิถีชีวิต ขยันขันแข็ง ประหยัด และการรักษาเครดิต โดยเฉพาะเครดิตที่ถือเสมือนเงินทุนที่ต้องรักษาไว้ให้มั่นคง  และยึดหลักปรัชญาในงานบริหารงานด้วยการเดินสายกลาง ดูแลและเอาใจใส่ทั้งผู้ร่วมงาน และคู่ค้าและสิ่งที่คุณไกรสรย้ำอยู่เสมอคือ ต้องรู้จักตอบแทนผู้มีพระคุณและสังคม

ปัจจุบัน คุณไกรสร ได้ถ่ายโอนการบริหารงานในบริษัทไทยยูเนี่ยนโฟสเซ่นฟู๊ด จำกัด(มหาชน) ให้นายธีรพงศ์ จันศิริ ทายาทคนแรกมาสืบทอดกิจการ ในตำแหน่ง “ประธานกรรมการบริหาร” เหลือเพียงตำแหน่ง “ประธานกรรมการ” ไว้คอยช่วยเหลือและให้คำปรึกษาเท่านั้น

Tags: , , ,

Leave a Reply

พระแก้วมรกตจำลองเครื่องทรงฤดูร้อนจากนิลดำ

พระบรมมหาราชวัง เป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สำคัญ

พระที่นั่งไอย์ศูรย์ทิพยอาสน์ พระราชวังบางปะอิน

หุ่นกระบอกงานหัตถกรรมช่างฝีมือไทย

รถยนต์ประหยัดพลังงานไฮบริดระหว่างไฟฟ้า 100% และน้ำมัน

ไหมไทยกับแฟชั่น เอกลักษณ์เด่นของไทย

เรือไม้ประดิษฐ์

Metal Crafting

Gallery

pr-600-400-king-7 dsc01365 photo-vr-resize-1000-handicraft-2 dsc01363

เรียนภาษาอังกฤษ

English Speaking Youtube

มูลนิธิสัมมาชีพ

ตลาดหุ้นไทย

ตลาดหุ้นโลก

อัตราแลกเปลี่ยน ธปท

อัตราแลกเปลี่ยน

The Japan Times

Asahi Shimbun English

Chinadaily

Xinhua News

Koreatimes

Korea Herald

Aljazeera

หนังสือพิมพ์ข่าว

ข่าวหุ้นออนไลน์

ข่าวหุ้น

World Economic Forum

world bank

UA-28221961-1