วิสัยทัศน์กับการเปลี่ยนแปลง

Sunday, August 7, 2011
By admin
FacebookTwitterGoogle+LinkedInGoogle BookmarksGoogle GmailYahoo MailShare

วิสัยทัศน์กับการเปลี่ยนแปลง

ถ้าเราสังเกตถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นรอบๆตัวเรา ก็จะเห็นว่าในช่วงเวลาของชีวิตเรานั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นมากมายในทุกวงการ การเมือง เศรษฐกิจ สังคม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ฯลฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปลี่ยนแปลงด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทำให้โลกเกิดการเปลี่ยนแปลงมากมาย และถ้าหากผู้บริหารที่รับผิดชอบไม่มีวิสัยทัศน์ ไม่สามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงปัญหาต่างๆก็จะเกิดขึ้น ถ้าเป็นประเทศก็จะไม่เกิดการพัฒนา ถ้าเป็นธุรกิจก็จะเกิดการเสื่อม เกิดการล่มสลาย ซึ่งอยากจะชี้ให้เห็นตัวอย่างต่างๆ ซึ่งอาจไม่มากนัก แต่อาจจะช่วยให้เกิดความชัดเจนถึงความสำคัญของการมีวิสัยทัศน์และความสามารถในการบริหารความเปลี่ยนแปลงนั้นๆ

การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี

ขอเริ่มต้นเกี่ยวกับเทคโนโลยีด้านทีวี จากทีวีขาวดำในช่วงประมาณปี 1950-1970 ต่อมาเกิดทีวีสีขึ้น ทีวีขาวดำก็หมดไปจากตลาด จากนั้นก็เริ่มเปลี่นแปลงเทคโนโลยีจากระบบแอนาล็อกสู่ระบบดิจิตอล เมื่อเกิดเทคโนโลยีด้าน LCD (Liquid Crystal Display) จอทีวีที่เป็นจอแก้ว (CRT) ก็ถูกแทนที่ด้วยทีวีจอแบน ซึ่งมีน้ำหนักเบากว่าที่วีจอแก้วมาก จากจอทีวี LCD ก็พัฒนาไปเป็นจอ LED (Light Emitted Diodes) ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยีเกี่ยวกับทีวีกำลังพัฒนาไปสู่ทีวีภาพ 3 มิติที่ดูได้โดยไม่ต้องใส่แว่น ทั้งหมดเกิดจากวิสัยทัศน์และการเรียนรู้ของนักวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีผสมผสานกับความเฉลียวฉลาดของนักธุรกิจ จึงเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากมายในชั่วระยะเวลาอันสั้น และทำให้โรงงานผลิตหลอดทีวีจอแก้วต้องปิดกิจการไป ด้วยเหตุนี้ถ้าหากผู้นำองค์กรใดไม่สามารถเห็นภาพอนาคตและบริหารการเปลี่ยนแปลงได้ องค์กรนั้นก็จะล่มสลายในที่สุด

เทคโนโลยีกล้องถ่ายรูป เกิดการเปลี่ยนแปลงจากการใช้ฟิล์มขาวดำเป็นฟิล์มสี จากนั้นก็เกิดการปฏิรูประบบเป็นดิจิตอลใช้ชิปที่เป็นหน่วยความจำ ทำให้ไม่ต้องใช้ฟิล์มแบบเดิม แถมยังถ่ายรูปได้ซ้ำแล้วซ้ำอีก หรือถ่ายสะสมได้เป็น 4-5,000 รูป บริษัทฟิล์มที่เคยทำธุรกิจขายฟิล์มได้เป็นที่หนึ่งของโลกเลยประสบปัญหาไปเลย นอกจากนั้นจากการพัฒนาของเทคโนโลยี ผู้ถ่ายสามารถเก็บและดูรูปจากคอมพิวเตอร์ได้ หรือเลือกอัดรูปที่สวยเป็นพิเศษเพื่อใส่กรอบแขวนไว้เป็นภาพๆ ไม่ต้องอัดหมดม้วน ที่สำคัญรูปดิจิตอลสามารถเก็บได้นานด้วย และด้วยความสามารถของมนุษยชาติทำให้สามารถปรับเปลี่ยนฟิล์มเก่าๆให้เป็นฟิล์มที่มีสีสันสดใสเหมือนกับของใหม่ได้อีกด้วย จะเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ธุรกิจฟิล์มกลายเป็นผลิตภัณฑ์ล้าสมัย แถมร้านอัดรูปก็ค่อยๆลดจำนวนลงเพราะคนสนใจอัดรูปดูน้อยลง สามารถดูได้จากระบบคอมพิวเตอร์หรือส่งให้พรรคพวกผ่านระบบอินเตอร์เนตได้โดยง่าย

เทคโนโลยีเกี่ยวกับเทปบันทึกเสียงและภาพ ซึ่งพัฒนาจากเทปม้วนไปสู่ CD (Compact Disc) แผ่นกลม จากนั้นได้พัฒนาไปเป็นระบบดิจิตอล ทำให้สามารถบันทึกเนื้อหาได้ในปริมาณที่มากขึ้นหลายเท่า เราคงจะนึกออกนะครับว่าเมื่อไม่นานมานี้ บริษัทโซนี่ ของญี่ปุ่นได้ประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์ที่เรียกว่า “โซนี่วอร์กแมน” ขึ้น ทำให้กลุ่มวัยรุ่นทั้งหลายสามารถฟังเพลงไปเดินไป ทำให้เป็นที่นิยมกันอย่างกว้างขวางทั่วโลก แต่ปัจจุบันได้ปรับเปลี่ยนไปเป็น MP3 ซึ่งมีขนาดเล็กสามารถบันทึกเพลงได้เป็นจำนวนร้อยๆเพลง แถมยังมีขนาดเล็กกว่าง่ายต่อการพกพาด้วย แม้แต่การอัดภาพ จากเทป เป็น VCD (Video Compact Disc) เป็น DVD (Digital Video Disc) จะเห็นว่าวิสัยทัศน์ของนักเทคโนโลยี ที่พัฒนาทั้ง “โซนี่วอร์กแมน” ระบบอัดทั้งภาพทั้งเสียง ซึ่งส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงเชิงธุรกิจมากมาย จนปัจจุบันแม้แต่ “โซนี่ วอร์กแมน” ซึ่งเป็นผลิตภาณฑ์ที่ได้รับความนิยมสูงมากในยุคหนึ่ง ก็กลายเป็นสินค้าที่ล้าสมัยไปแล้ว

ลองดูเทคโนโลยีทางโทรศัพท์บ้าง เริ่มต้นจากโทรศัพท์บ้านก็แล้วกัน เป็นโทรศัพท์คู่สายที่มีสายโยงพะลุงพะลัง ดูเลอะเทอะไปหมด ต่อมาพัฒนาการสื่อสารไร้สายแบบเคลื่อนที่บอกเป็นตัวเลขของผู้ที่ติดต่อมา จากนั้นก็ส่งสัญญาณเป็นตัวอักษร เป็นที่นิยมกันมากในสมัยนั้น ผู้ปกครองที่ขับรถไปรับนักเรียนต้องซื้อติดตัวนักเรียนไว้เพื่อบอกให้รู้ว่า รถมารับแล้วให้ออกจากโรงเรียนได้ ต่อมาพัฒนาเป็นโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่มีขนาดใหญ่ น้ำหนักมาก หิ้วพักเดียวก็เมื่อย จากนั้นเทคโนโลยีก็พัฒนาอย่างรวดเร็ว ทำให้โทรศัพท์มีขนาดเล็กกระทัดรัด เหมาะสำหรับพกติดตัว ทำให้โทรศัพท์มือถือเป็นที่นิยมอย่างรวดเร็ว จนปัจจุบันการใช้โทรศัพท์บ้านแบบสายน้อยมาก ดีที่องค์การโทรศัพท์ยังสามารถใช้เป็นคู่สายอินเตอร์เนตได้ สายทั้งหลายจึงยังเป็นประโยชน์อยู่ อีกไม่นานระบบใช้สายก็คงจะไม่มีความหมาย เพราะระบบไร้สายได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนเกิดประสิทธิภาพสูง ถ้าองค์การโทรศัพท์ไทยไม่สามารถบริหารการเปลี่ยนแปลงได้เพราะเหตุผลต่างๆ เราก็ไม่ควรใช้ภาษีของประชาชนไปโอบอุ้มรัฐวิสาหกิจที่ไร้ประสิทธิภาพต่อไป

ลองดูธุรกิจคอมพิวเตอร์บ้าง สมัยที่ยังไม่มีคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ (Desk Top) เวลาจะคำนวนขัอมูลต้องใช้การ์ดประเภทเจาะรู (Punched Cards) แล้วนำไปป้อนใส่คอมพิวเตอร์ กว่าคอมพิวเตอร์จะคำนวนคำตอบได้ต้องรอหลายชั่วโมง ต่อมาได้พัฒนาคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ (Desk Top) พัฒนาหน่วยประมวลผล หน่วยความจำที่สามารถเก็บข้อมูลจำนวนมาก พัฒนาซอร์ฟแวร์ทำให้สดวกต่อการทำงาน สามารถใช้งานง่ายโดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์มากมายนัก ทำให้เกิดความนิยมแพร่หลาย เกิดการพัฒนาคอมพิวเตอร์พกพา (Note Book) และเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวางเพราะ เบา พกสดวก สามารถพกพาไปยังที่ต่างๆได้ง่าย ดังนั้นเวลาเดินทางเราจึงเห็นผู้คนนั่งทำงานกับคอมพิวเตอร์พกพาจำนวนมากขึ้นมากขึ้น แม้แต่ในกรุงเทพฯสถานที่หลายๆแห่งเราก็เห็นพนักงานรุ่นหนุ่มสาวหรือนักศึกษานั่งทำงานกับคอมฯในร้านกาแฟเป็นประจำ จะเห็นได้ชัดเจนเลยนะครับ คนที่ไม่สามารถปรับตัวเองให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้ ก็จะต้องจากไปจนยากจะกู่กลับ หลายๆแบรนด์ที่เคยมีชื่อเสียงต้องหายไปจากตลาด ผู้ที่สามารถบริหารการเปลี่ยนแปลงได้เท่านั้นจึงจะอยู่ในโลกแห่งการแข่งขันนี้ได้

เทคโนโลยีด้ารการส่งและรับสัญญาณ พูดถึงการพัฒนาระบบการส่งสัญญาณหรือการสื่อสารแบบมีสายและไร้สาย ซึ่งมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วจากระบบสายส่งเป็นระบบไร้สาย ต่อมาพัฒนา Broad band ทำให้สามารถส่งสัญญาณได้อย่างรวดเร็วแม้แต่สัญญาณภาพ จนเทคโนโลยีไรัสายจะเป็นองค์ประกอบสำคัญสำหรับการสื่อสารในอนาคตอย่างชัดเจน คาดว่าอีกไม่นานระบบทีวีซึ่งปัจจุบันยังต้องเดินสายจากจานดาวเทียมเข้าสู่ตัวเครื่องทีวี ก็คงจะปรับเปลี่ยนเป็นระบบส่งสัญญาณจากจานดาวเทียมเข้าสู่กล่องรับสัญญาณแล้วต่อเข้ากับทีวีได้ทันทีโดยไม่ต้องเดินสายให้ดูเลอะเทอะบ้าน

ที่เล่ามาแบบสั้นๆโดยสรุปแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีด้านอิเลคทรอนิคส์ ซึ่งเป็นผลจากวิสัยทัศน์ของนักวิทยาศาสตร์ จึงได้ตั้งหน้าตั้งตาทำงานวิจัยจนประสบผลสำเร็จ และสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ที่สามารถผลักดันการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมของผู้บริโภค ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ต่างๆเป็นที่แพร่หลายในระยะเวลาอันรวดเร็ว ตั้งแต่การสร้างผลิตภัณฑ์ “Sony Walkman” จนถึง “MP3” ทีทำให้คนทั่วโลกที่ชอบฟังเพลงครั่งไคร้กับผลิตภัณฑ์ดังกล่าว จนทำให้ผลิตภัณฑ์เครื่องวิทยุล้าสมัยไป หรือ “Digital Camera” กล้องถ่ายรูปดิจิตอลที่ทำให้กล้องถ่ายรูปที่ใช้ฟิล์มต้องหายไปจากตลาด นี่เป็นเพียงส่วนน้อยๆที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีด้านอิเลคทรอนิคส์

แนวโน้มการเปลี่ยนแปลง

ถ้ามองภาพรวมการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตในระยะเวลาสั้น อาจจะพอสรุปให้เห็นได้ง่ายๆคือ

การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเศรษฐกิจ

สังคมโลกจะเกิดชนชั้นกลางมากขึ้น โดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนา เช่น จีน อินเดีย บราซิล รัสเซีย อินโดนีเซีย ขณะเดียวกันประเทศที่พัฒนามาเก่าก่อนจะค่อยๆประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ เช่น กรีซ สหรัฐอเมริกา สเปญ อิตาลี ฯลฯ การปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงจะมีช่วงเวลา ดังนั้นผู้บริหารจำเป็นต้องบริหารการเปลี่ยนแปลงให้เหมาะสม

การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอุตสาหกรรม

เนื่องจากปัญหาโลกร้อนและสิ่งแวดล้อม ทำให้ทั่วโลกต่างตระหนักต่อการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงพยายามร่วมมือกันโดยส่งเสริมและสนับสนุนการสร้าง ผลิตภัณฑ์ที่มีกระบวนการลดแก๊สเรือนกระจก สามารถใช้วัสดุหมุนเวียนได้ และต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แนวคิดดังกล่าวจะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอุตสาหกรรมครั้งใหญ่

การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางสังคม

จากการพัฒนาของประเทศต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มประเทศอาเซี่ยน หรือกลุ่มประเทศในเอเซียจะทำให้โครงสร้างการผลิตมีภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น ในขณะเดียวกันธุระกิจภาคบริการก็จะเกิดการขยายตัว จะเกิดการเปลี่ยนแปลงด้านชุมชน มีการจับกลุ่มกันมากขึ้น ทำให้เกิดเป็นเมืองขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ ดังนั้นแนวโน้มสังคมเมืองจะเกิดขึ้น ซึ่งส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรม ธุรกิจหลายๆอย่างจะเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ดังนั้นผู้นำองค์กรต้องสามารถบริหารการเปลี่ยนแปลงนี้ให้ได้

จากการเปลี่ยนแปลงเชิงมหภาคข้างต้น จะส่งผลต่อภาคธุรกิจในแต่ละกลุ่มเป้าหมายอย่างไร ซึ่งผู้บริหารจำเป็นต้องใช้วิจารณาญาณ มิฉะนั้น นอกจากจะพลาดโอกาสแล้วยังอาจทำให้เกิดปัญหาเชิงบริหารจัดการได้อีกด้วย

วิสัยทัศน์กับความเป็นผู้นำ

ในการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตจะเป็นทั้งในด้านมหภาคและจุลภาค ผู้ที่จะเป็นผู้นำที่ดีได้นั้นจำเป็นต้องเข้าใจการเปลี่ยนแปลงนั้นให้ได้ การเปลี่ยนแปลงด้านมหภาคจะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงด้านจุลภาคอย่างไร ต้องเข้าใจให้ดีว่าการกำหนดเป้าหมายเชิงมหภาคนั้นเปรียบประดุจการบังคับหางเสือเรือให้หันทิศทางสู่เป้าหมาย ถ้ากำหนดแนวทางมหภาคไม่ดี ไม่ถูกต้อง โอกาสที่เรือจะแล่นผิดเป้าหมายก็สูง ส่วนเป้าหมายเชิงจุลภาคนั้นเปรียบประดุจเครื่องยนต์ที่เป็นพลังขับเคลื่อนเรือให้เดินไปข้างหน้า ถ้ากำหนดแนวทางด้านจุลภาคไม่ถูกต้องแล้ว เรือก็จะไม่สามารถเดินไปข้างหน้าได้ หรืออาจเดินหน้าได้แต่ช้าเสมือนหยุดนิ่ง แต่ถ้ากำหนดแนวทางจุลภาคได้ดี พลังที่จะขับเคลื่อนเรือก็แรง ทำให้เรือแล่นไปข้างหน้าได้เร็ว ดังนั้นจะเห็นว่าการพัฒนาใดๆ ผู้นำจำต้องมีวิสัยทัศน์ยาวไกล มองเห็นการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นและจำเป็นต้องรู้จักบริหารการเปลี่ยนแปลงนั้นด้วย

ดร.สำราญ ภูอนันตานนท์

Tags: ,

Leave a Reply

พระแก้วมรกตจำลองเครื่องทรงฤดูร้อนจากนิลดำ

พระบรมมหาราชวัง เป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สำคัญ

พระที่นั่งไอย์ศูรย์ทิพยอาสน์ พระราชวังบางปะอิน

หุ่นกระบอกงานหัตถกรรมช่างฝีมือไทย

รถยนต์ประหยัดพลังงานไฮบริดระหว่างไฟฟ้า 100% และน้ำมัน

ไหมไทยกับแฟชั่น เอกลักษณ์เด่นของไทย

เรือไม้ประดิษฐ์

Metal Crafting

Gallery

dsc01364 pr-600-400-king-8 pr-600-400-king-3 dsc01367

เรียนภาษาอังกฤษ

English Speaking Youtube

มูลนิธิสัมมาชีพ

ตลาดหุ้นไทย

ตลาดหุ้นโลก

อัตราแลกเปลี่ยน ธปท

อัตราแลกเปลี่ยน

The Japan Times

Asahi Shimbun English

Chinadaily

Xinhua News

Koreatimes

Korea Herald

Aljazeera

หนังสือพิมพ์ข่าว

ข่าวหุ้นออนไลน์

ข่าวหุ้น

World Economic Forum

world bank

UA-28221961-1