ดุลการค้าไทย เกษตร อุตสาหกรรมที่ใช้แรงงาน

Tuesday, July 5, 2011
By admin
FacebookTwitterGoogle+LinkedInGoogle BookmarksGoogle GmailYahoo MailShare

ดุลการค้าไทย เกษตร และอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงาน

ถ้าพิจารณาถึงการดำเนินธุรกิจขององค์กรหนึ่งซึ่งเป็นทั้งผู้ผลิตและจัดจำหน่าย ก็จะพบว่าขั้นตอนการดำเนินการทั้งหมดจะมีลักษณะดังนี้ เริ่มต้นด้วยการสั่งวัตถุดิบนั้นคือมี “ต้นทุนวัตถุดิบ” เมื่อผลิตเสร็จก็ขาย ทั้งการผลิตและการจำหน่ายก็จะเกิดต้นทุนที่อาจเรียกว่า “ต้นทุนการบริหารจัดการ” เมื่อขายก็จะได้เงินมาก้อนหนึ่งเปรียบเสมือน “รายได้” ถ้าเงินที่ได้จากการขายหักด้วยเงินที่จ่ายเป็นค่าสินค้าเพื่อการผลิตและการบริหารจัดการ องค์กรธุรกิจนั้นก็จะมี “กำไร” นั่นคือ

“กำไร” = “รายได้” – “ต้นทุนวัตถุดิบ” – “ต้นทุนการบริหารจัดการ”

ในระดับประเทศ การค้าระหว่างประเทศเปรียบเสมือนธุรกิจของประเทศ มีการนำเข้าสินค้าเพื่อการผลิตและการบริโภค มีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อการผลิตและการบริโภค มีการส่งออกสินค้าเป็นที่มาซึ่งรายได้ ทำให้สามารถเปรียบเทียบได้ว่า การนำเข้าเป็นเสมือน “ต้นทุนวัตถุดิบ” การใช้ทรัพยากรและการบริโภคเปรียบเสมือน “ต้นทุนการบริหารจัดการ” หลังจากผลิตเพื่อการบริโภคแล้วเหลือจึงส่งออก การส่งออกจึงเปรียบเสมือน “รายได้” ถ้าเอา “สินค้าส่งออก” หักด้วย “สินค้านำเข้า” จะได้ “ดุลการค้า” ซึ่งเปรียบเสมือน “กำไร” หรือ “ขาดทุน” นั่นเอง

“ดุลการค้า” = “ส่งออก” – “นำเข้า” – “การบริโภคในประเทศ”      

                 “กำไร” = “รายได้” – “ต้นทุนวัตถุดิบ” – “ต้นทุนการบริหารจัดการ”

ทำให้อธิบายได้ง่ายๆว่า ถ้าดุลการค้าเป็น “ลบ” แสดงว่าการผลิตภายในได้น้อยกว่าการบริโภคภายใน จะมีการนำเข้าเพื่อการบริโภคเสริม ถ้าดุลการค้าเป็น “บวก” ชี้ให้เห็นว่าการบริโภคภายในน้อยกว่าปริมาณการผลิตในประเทศ จึงมีเหลือสำหรับการส่งออก

ดังนั้นถ้าหากพิจารณาจากดุลการค้าของแต่ละกลุ่มสินค้าแล้วจะทำให้เห็นแนวโน้มการได้มาซึ่งรายได้ของประเทศเป็นอย่างไร ประเทศควรจัดวางแนวทางและยุทธศาสตร์การบริหารจัดการอย่างไรเพื่อให้เกิดการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนและมั่นคง และที่สำคัญก็คือแนวทางใดที่จะทำให้ประชาชนเกิดควม “กินดี อยู่ดี มีสุข”

จากข้อมูลการนำเข้าและส่งออกตลอดจนดุลการค้ากลุ่มสินค้าด้านการเกษตร การส่งออกสินค้าภาคการเกษตรในปี 2010 สูงขึ้นกว่าปี 1995 ถึง 2.96 เท่า เป็นมูลค่าการส่งออกในปี 2010 ถึง 982,890 ล้านบาท ขณะที่มูลค่าการนำเข้าเพียง 292,643 ล้านบาท ทำให้ประเทศไทยเกินดุลการค้าสูงถึง 690,251 ล้านบาท นับว่าสามารถทำเงินตราต่างประเทศได้สูงกว่ากลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆตามทีแสดงไว้ในตาราง

นอกจากกลุ่มการเกษตรแล้ว กลุ่มอุตสาหกรรมรถยนต์มีมูลค่าการส่งออกสูงถึง 588,698 ล้านบาท สร้างรายได้เป็นเงินตราต่างประเทศสูงถึง 335,227 ล้านบาท เป็นอันดับสองรองจากกลุ่มการเกษตร

กลุ่มอิเลคทรอนิคส์และเครื่องจักรไฟฟ้าเป็นกลุ่มที่มีมูลค่าการส่งออกสูงมากถึง 1,945,100 บาท แต่เมื่อพิจารณามูลค่าการนำเข้าซึ่งสูงถึง 1,840,237 ล้านบาท กลุ่มนี้ทำรายได้เป็นเงินตราต่างประเทศเพียง 104,864 ล้านบาท สำหรับอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานอื่นๆ เช่น สิ่งทอ รองเท้า และเฟอร์นิเจอร์ ปรากฎว่ามีมูลค่าเกินดุลเท่ากับ 118,293 ล้านบาท, 17,711 ล้านบาท และ 23,634 ล้านบาทตามลำดับ

ส่วนการใช้พลังงานของไทยนั้น มีการนำเข้าหลังหักการส่งออกเป็นมูลค่า 728,506 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่ามูลค่าดุลการค้าที่สูงสุดของไทย ดังนั้นไทยจำเป็นต้องหามาตรการประหยัดพลังงานและหาทางส่งเสริมพลังงานหมุนเวียนที่สามารถใช้วัสดุในประเทศ

      trade balance        
y agric textiles shoes furnitures vehicles el.& mach. fuel total
y 1995 251,962 101,539 52,199 19,677 -106,021 -246,491 -111829 -38,964
y 1996 247,056 80,232 32,223 19,622 -98,223 -232,505 -141893 -93,488
y 1997 273,836 109,766 33,203 22,293 -34,581 -143,546 -142285 118,686
y 1998 337,458 136,340 36,249 27,429 32,910 107,120 -112984 564,522
y 1999 299,415 120,546 30,799 31,176 25,767 135,751 -147583 495,871
y 2000 286,624 127,687 31,349 37,660 22,363 76,149 -232483 349,349
y 2001 286,684 132,519 35,286 38,302 35,741 -17,603 -265436 245,493
y 2002 285,219 122,353 30,988 40,933 32,432 -1,678 -262737 247,510
y 2003 348,227 127,237 30,559 42,369 43,441 42,060 -312751 321,142
y 2004 390,548 148,846 27,778 46,354 86,445 78,803 -428144 350,630
y 2005 388,507 153,007 32,852 47,590 169,972 -14,579 -703189 74,160
y 2006 491,950 150,004 31,024 43,554 228,375 111,986 -774288 282,605
y 2007 533,087 135,200 28,142 35,536 328,613 239,370 -700348 599,600
y 2008 625,449 116,995 25,515 29,941 366,863 135,617 -916638 383,742
y 2009 562,478 124,654 20,830 25,715 251,394 116,939 -625663 476,347
y 2010 690,251 118,293 17,711 23,634 335,227 104,863 -728506 561,473
y 10/95 2.74 1.17 0.34 1.20 4.41 3.51    

 

จากฐานข้อมูลดุลการค้าระหว่างประเทศ ทำให้เห็นแนวขีดความสามารถในการแข่งขันของแต่ละกลุ่ม

อุตสาหกรรม สินค้ากลุ่มเกษตร ถ้าหากสามารถพัฒนาให้เกิดมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น จะสามารถสร้างเงินตราต่างประเทศเพิ่มขึ้นมาก และเนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศที่เหมาะสมกับการทำเกษตรอยู่แล้ว จึงควรใช้ความได้เปรียบนี้พัฒนาความสามารถในการแข่งขัน เพื่อให้ไทยเป็นแหล่งผลิตอาหารปลอดภัย อาหารกึ่งสำเร็จรูป อาหารสำเร็จรูป ป้อนชาวโลก

agriculture    
y import export trade balance
y 1995 79,780 331,742 251,962
y 1996 89,048 336,104 247,056
y 1997 107,846 381,682 273,836
y 1998 114,773 452,231 337,458
y 1999 110,874 410,289 299,415
y 2000 125,495 412,119 286,624
y 2001 158,936 445,620 286,684
y 2002 157,558 442,777 285,219
y 2003 176,134 524,361 348,227
y 2004 187,456 578,004 390,548
y 2005 209,319 597,826 388,507
y 2006 208,611 700,561 491,950
y 2007 225,757 758,844 533,087
y 2008 301,366 926,815 625,449
y 2009 258,474 820,952 562,478
y 2010 292,643 982,894 690,251
y95/10 3.67 2.96 2.74

 

กราฟแสดงดุลการค้ากล่มสินค้าเกษตร

  Textiles    
y import export trade balance
y 1995 59,022 160,561 101,539
y 1996 57,778 138,010 80,232
y 1997 59,909 169,675 109,766
y 1998 72,682 209,022 136,340
y 1999 71,558 192,104 120,546
y 2000 93,022 220,709 127,687
y 2001 99,760 232,279 132,519
y 2002 96,697 219,050 122,353
y 2003 98,326 225,563 127,237
y 2004 106,327 255,173 148,846
y 2005 113,381 266,388 153,007
y 2006 109,664 259,668 150,004
y 2007 108,566 243,766 135,200
y 2008 122,476 239,471 116,995
y 2009 97,128 221,782 124,654
y 2010 126,575 244,868 118,293
y 11/95 2.14 1.53 1.17

 

  Furniture    
y import export trade balance
y 1995 886 20,563 19,677
y 1996 1,109 20,731 19,622
y 1997 1,683 23,976 22,293
y 1998 740 28,169 27,429
y 1999 955 32,131 31,176
y 2000 1,485 39,145 37,660
y 2001 2,458 40,760 38,302
y 2002 2,674 43,607 40,933
y 2003 3,468 45,837 42,369
y 2004 5,225 51,579 46,354
y 2005 5,746 53,336 47,590
y 2006 6,648 50,202 43,554
y 2007 5,661 41,197 35,536
y 2008 7,235 37,176 29,941
y 2009 6,159 31,874 25,715
y 2010 9,388 33,022 23,634
y95/10 10.60 1.61 1.20
   Shoes trade    
y import export balance
y 1995 1,552 53,751 52,199
y 1996 1,284 33,507 32,223
y 1997 2,041 35,244 33,203
y 1998 2,098 38,347 36,249
y 1999 1,560 32,359 30,799
y 2000 2,129 33,478 31,349
y 2001 1,958 37,244 35,286
y 2002 2,140 33,128 30,988
y 2003 2,632 33,191 30,559
y 2004 2,804 30,582 27,778
y 2005 3,030 35,882 32,852
y 2006 4,280 35,304 31,024
y 2007 5,423 33,565 28,142
y 2008 6,452 31,967 25,515
y 2009 6,287 27,117 20,830
y 2010 8,257 25,968 17,711
y95/10 5.32 0.48 0.34

ตารางสถิติที่จัดทำขึ้นนี้มีวัตถุประสงค์ให้นักธุรกิจในแต่ละกลุ่มสินค้าได้พิจารณาว่า ขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าในกลุ่มนั้นๆมีแนวโน้มอย่างไร การพิจารณาเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันหรือการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันนั้นควรดำเนินการอย่างไร เมื่อไร

Tags:

Leave a Reply

พระแก้วมรกตจำลองเครื่องทรงฤดูร้อนจากนิลดำ

พระบรมมหาราชวัง เป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สำคัญ

พระที่นั่งไอย์ศูรย์ทิพยอาสน์ พระราชวังบางปะอิน

หุ่นกระบอกงานหัตถกรรมช่างฝีมือไทย

รถยนต์ประหยัดพลังงานไฮบริดระหว่างไฟฟ้า 100% และน้ำมัน

ไหมไทยกับแฟชั่น เอกลักษณ์เด่นของไทย

เรือไม้ประดิษฐ์

Metal Crafting

Gallery

pr-600-400-king-11 dsc01363 pr-600-400-king-8 pr-600-400-king-7

เรียนภาษาอังกฤษ

English Speaking Youtube

มูลนิธิสัมมาชีพ

ตลาดหุ้นไทย

ตลาดหุ้นโลก

อัตราแลกเปลี่ยน ธปท

อัตราแลกเปลี่ยน

The Japan Times

Asahi Shimbun English

Chinadaily

Xinhua News

Koreatimes

Korea Herald

Aljazeera

หนังสือพิมพ์ข่าว

ข่าวหุ้นออนไลน์

ข่าวหุ้น

World Economic Forum

world bank

UA-28221961-1