ขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทย

Monday, June 27, 2011
By admin
FacebookTwitterGoogle+LinkedInGoogle BookmarksGoogle GmailYahoo MailShare

ขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทย

ดร.สำราญ ภูอนันตานนท์

ปัจจุบันถ้าใครไม่พูดถึงเรื่องความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมแล้ว โดยเฉพาะผู้ที่เป็นนักธุรกิจด้วย คนๆนั้นคงจะรู้สึกเชย เพราะคนส่วนใหญ่เชื่ออย่างสนิทใจแล้วว่า ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมเป็นปัจจัยสำคัญในการที่จะช่วยให้ธุรกิจสามารถเจริญเติบโตได้อย่างยั่งยืน

ถ้านึกย้อนถึงโครงสร้างเศรษฐกิจไทยโดยใช้พื้นฐานการส่งออกเป็นสำคัญ จะเห็นว่าโครงสร้างเศรษฐกิจไทยจะปรับเปลี่ยนไปตามช่วงเวลา จากครั้งหนึ่งเราเคยมีการส่งออกสินค้าเกษตรเป็นหลัก มาเป็นส่งสินค้าเกษตรและสิ่งทอ แล้วปรับเปลี่ยนเป็นสินค้าเกษตร สิ่งทอ และอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานอื่นๆในขณะเดียวกันก็นำเข้าสินค้าอิเลคทรอนิคส์ซึ่งใช้เทคโนโลยีสูงขึ้น นำเข้ารถยนต์ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานฝีมือและใช้เงินทุนสูง จากนั้นก็ปรับเปลี่ยนเป็นส่งออกสินค้าเกษตร กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงาน และอิเลคทรอนิคส์ จนปัจจุบันเริ่มปรับเปลี่ยนโดยมีการส่งออกรถยนต์เพิ่มขึ้นเป็นลำดับจากที่เคยนำเข้า ในขณะเดียวกันสัดส่วนการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานหลายๆอย่างเริ่มลดต่ำลงหรือมีอัตราการขยายตัวต่ำ

ประเทศไทยเป็นฐานผลิตสินค้าเกษตรแห่งหนึ่งของโลก เราจึงมีการส่งออกผลิตภัณฑ์เกษตรตลอดมา สามารถจัดได้ว่าเกษตรเป็นสินค้าที่ไทยได้เปรียบเชิงการแข่งขันเชิงเปรียบเทียบอยู่แล้ว ถ้ามีการบริหารจัดการที่ดี มีการส่งเสริมนวัตกรรมให้เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ผลิตภัณฑ์การเกษตรของไทยจะสามารถรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันได้เป็นอย่างดี

กราฟแสดงการส่งออกของกลุ่มสินค้าเกษตร

กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ใช้แรงงานสูง เช่น สิ่งทอ รองเท้า เฟอร์นิเจอร์ เป็นอุตสาหกรรมที่เกิดจากการย้ายฐานผลิตของประเทศที่พัฒนามากกว่า โดยเข้ามาอาศัยแรงงานถูกในประเทศ โดยผู้ผลิตของไทยเองก็ขาดการพัฒนาไม่ว่าจะเป็นเรื่องการตลาดหรือเรื่องเทคโนโลยี ดังนั้นเมื่อแรงงานเริ่มแพงขึ้นก็เกิดการย้ายฐานผลิตไปยังประเทศอื่นที่ค่าแรงงานถูกกว่า คงไว้ซึ่งงานที่มีฝีมือดีแต่ปริมาณก็ไม่มากนัก ดังนั้นขีดความสามารถในการแข่งขันจะค่อยๆลดต่ำลง แนวทางการป้องกันไม่ให้ถดถอยเร็วเกินไป คือการส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรมเพื่อยืดระยะเวลาความสามารถในการแข่งขันออกไปให้ยาวมากที่สุด

กราฟแสดงความสามารถในการแข่งขันของสินค้ากลุ่มใช้แรงงาน

กราฟการเติบโตของกลุ่มสิ่งทอ

อุตสาหกรรมอิเลคทรอนิคส์และเครื่องจักรกล จัดเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานฝีมือระดับสูง ก็เป็นอีกประเภทอุตสาหกรรมหนึ่งที่เป็นการย้ายฐานผลิต ดังนั้นไทยอยู่ในฐานะได้เปรียบในเรื่องแรงงานเท่านั้น ทำให้ประเทศไทยสามารถส่งออกผลิตภัณฑ์อิเลคทรอนิคส์และเครื่องจักรกลได้มาก แต่ไทยไม่ได้ฉวยโอกาสในการรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีหรือเรียนรู้เรื่องการตลาด ซึ่งผิดกับประเทศเกาหลีซึ่งรับการถ่ายทอดจากญี่ปุ่นและเรียนรู้การพัฒนาทั้งการตลาดและเทคโนโลยีจนสามารถเป็นผู้นำและผู้ผลิตในระดับโลก ถ้าหากไทยไม่สามารถพัฒนาตนเองให้เป็นเจ้าของเทคโนโลยีแล้ว ในที่สุดก็จะเกิดการย้ายฐานผลิตไปยังประเทศที่มีแรงงานฝีมือดี มีฐานความรู้ แต่มีค่าแรงงานที่ถูกกว่า

กราฟแสดงการเติบโตกลุ่มฐานความรู้

การเติบโตของกลุ่มอิเลคทรอนิคส์และเครื่องจักรกล

กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ประเทศไทยได้เปรียบหลายๆประเทศที่มีการผลิตชิ้นส่วนเป็นจำนวนมาก ประกอบกับมีขนาดตลาดใหญ่ ทำให้สามารถดึงดูดประเทศผู้ผลิตรถยนต์ยึดถือประเทศไทยเป็นฐานผลิต แต่อย่างไรก็ตามไทยจำเป็นต้องพัฒนาทั้งแรงงานฝีมือและฐานความรู้เพื่อให้สอดคล้องกับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีใหม่ของอุตสาหกรรมรถยนต์ เช่น การปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์ที่ใช้พลังงานน้อย (Eco cars) การพัฒนาเครื่องยนต์ระบบเชื้อเพลิงไฮโดรเจน หรือใช้ไบโอฟิวเอล (Bio-fuel) หรือแนวโน้มการปรับเปลี่ยนวัสดุประกอบตัวถังรถยนต์หรือชิ้นส่วนอื่นๆเป็นวัสดุพลาสติก ซึ่งแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงนี้เป็นไปอย่างรวดเร็ว การวิจัย การพัฒนาบุคลากรต้องรีบเร่งร่วมกันทั้งภาครัฐและเอกชน มิฉะนั้นไทยอาจสูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขันด้านอุตสาหกรรมรถยนต์ในที่สุด

ในโลกแห่งฐานความรู้ มีธุรกิจใหม่ๆเกิดขึ้นมากมาย ซึ่งเป็นการผสมผสานเทคโนโลยีต่างๆเข้าด้วยกัน เช่น ทีวี คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ ทำให้สามารถทำงานหลายๆอย่างพร้อมกัน ในขณะเดียวกันก็พัฒนาผสมผสานสื่อต่างๆ ทั้ง ภาพ เสียง ข้อความ เข้าด้วยกันเพื่อการสันทนาการ เพื่อธุรกิจ ได้มากมาย ถ้าหากไทยไม่พัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่ให้สามารถรองรับการผลิตอุตสาหกรรมกลุ่มใหม่ๆเหล่านี้ได้ทันจังหวะเวลา ไทยก็จะอยู่ในฐานะผู้รองรับการย้ายฐานเพราะมีแรงงานฝีมือแต่ค่าแรงถูก หรืออุตสาหกรรมด้านการแพทย์ยุคใหม่ (Bio-medical science and technology) ซึ่งเป็นแนวโน้มใหม่ที่อาจเกิดการปฏิวัติระบบการแพทย์ที่ต้องต่อสู้กับโรคที่ไม่สามารถรักษาได้ในอดีต หรือโรคใหม่ๆที่ยาแผนปัจจุบันยากที่จะรักษา สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ต้องพึ่งพาฐานความรู้ของคนรุ่นใหม่เพื่อให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

การเพิ่มหรือพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันนั้นคงต้องใช้นวัตกรรมทั้งความคิดสร้างสรรค์และเทคโนโลยี ผสมผสานเข้ากับศิลปวัฒนธรรมที่เหมาะสม เพื่อสร้างความสนใจ ความแปลกใหม่ให้กับผลิตภัณฑ์ และเป็นการเพิ่มมูลค่า ถ้าสามารถประยุกต์ให้เข้ากับอุตสาหกรรมกลุ่มต่างๆได้ดี ประเทศก็จะเจริญเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน แต่ถ้าประยุกต์ไม่เข้ากับจังหวะและเวลา อุตสาหกรรมบางกลุ่มก็จะไม่สามารถแข่งขันได้ จะค่อยๆเสื่อมสลายไป ขณะเดียวกันอุตสาหกรรมใหม่ๆก็ไม่สามารถเกิดได้ทันท่วงทีเพื่อชดเชยส่วนที่ถดถอย ซึ่งเป็นอันตรายต่ออนาคตของประเทศอย่างยิ่ง

จากตารางข้างล่างจะเห็นอัตราการเจริญเติบโตของอุตสาหกรรมใช้แรงงานหลายประเภทอยู่ในระดับต่ำ บางกลุ่มก็ถดถอย ในขณะที่อีกกลุ่มมีอัตราการเจริญเติบโตสูง แสดงให้เห็นชัดว่าแต่ละกลุ่มมีสถานะขีดความสามาถในการแข่งขันเป็นอย่างไร เหล่านี้ล้วนแต่บ่งชี้ถึงแนวทางการจัดทำยุทธศาตร์การพัฒนาประเทศเพื่อให้เกิดการเจริญเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

export of labor intensive industries      
year shoes travel.set watch furniture ceramics textile
y.1995 53,751 11,273 11,530 20,563 7,826 160,561
y.1996 33,507 10,090 11,101 20,731 7,460 138,010
 y.1997 35,244 12,262 12,388 23,976 9,293 169,675
y.1998 38,347 17,140 14,073 28,169 12,307 209,022
y.1999 32,359 16,958 9,688 32,131 13,169 192,104
y.2000 33,478 19,100 11,758 39,145 19,209 220,709
y.2001 37,244 19,536 12,642 40,760 20,052 232,279
y.2002 33,128 13,061 15,588 43,607 20,364 219,050
y.2003 33,191 9,182 13,767 45,837 20,997 225,563
y.2004 30,582 9,080 17,431 51,579 20,908 255,173
y.2005 35,882 8,352 15,583 53,336 24,521 266,388
y.2006 35,304 7,684 14,700 50,202 24,626 259,668
y.2007 33,565 7,977 15,789 41,197 30,129 243,766
y.2008 31,967 7,568 16,435 37,176 30,513 239,471
y.2009 27,117 6,204 12,452 31,874 17,781 221,782
y.2010 25,968 7,188 15,147 33,022 18,842 244,868
95/10 0.48 0.64 1.31 1.61 2.41 1.53

 

export of tech. capital, skilled labor  intensive industries(Knowledge base)  
year vehicles chemicals petro. prod. rubber prod. elect.&machine
y.1995 16,340 9,629 7,141 20,471 430,628
y.1996 18,846 13,597 18,344 18,831 483,070
 y.1997 33,581 20,740 35,805 24,788 638,251
y.1998 53,560 22,371 28,875 35,342 832,154
y.1999 74,899 28,930 35,549 31,998 836,965
y.2000 101,298 42,706 71,564 41,254 1,086,605
y.2001 122,870 38,247 66,555 47,812 1,073,978
y.2002 128,823 43,449 58,288 53,028 1,092,924
y.2003 171,002 57,573 61,027 61,893 1,231,031
y.2004 232,471 72,895 103,564 73,066 1,436,708
y.2005 328,306 92,862 135,722 87,859 1,609,685
y.2006 380,644 117,327 187,096 103,195 1,766,386
y.2007 471,068 121,230 193,768 113,885 1,865,233
y.2008 548,809 125,637 316,332 132,075 1,839,760
y.2009 408,299 136,159 226,710 123,943 1,629,175
y.2010 588,698 163,834 273,231 156,211 1,945,100
95/10 36.03 17.01 38.26 7.63 4.52

 

อ้างอิง: ฐานข้อมูลจากเว็บไซ้ท์ของธนาคารแห่งประเทศไทย

Tags: , ,

Leave a Reply

พระแก้วมรกตจำลองเครื่องทรงฤดูร้อนจากนิลดำ

พระบรมมหาราชวัง เป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สำคัญ

พระที่นั่งไอย์ศูรย์ทิพยอาสน์ พระราชวังบางปะอิน

หุ่นกระบอกงานหัตถกรรมช่างฝีมือไทย

รถยนต์ประหยัดพลังงานไฮบริดระหว่างไฟฟ้า 100% และน้ำมัน

ไหมไทยกับแฟชั่น เอกลักษณ์เด่นของไทย

เรือไม้ประดิษฐ์

Metal Crafting

Gallery

dsc01366 photo-vr-resize-1000-handicraft-2 pr-600-400-king-11 dsc01363

เรียนภาษาอังกฤษ

English Speaking Youtube

มูลนิธิสัมมาชีพ

ตลาดหุ้นไทย

ตลาดหุ้นโลก

อัตราแลกเปลี่ยน ธปท

อัตราแลกเปลี่ยน

The Japan Times

Asahi Shimbun English

Chinadaily

Xinhua News

Koreatimes

Korea Herald

Aljazeera

หนังสือพิมพ์ข่าว

ข่าวหุ้นออนไลน์

ข่าวหุ้น

World Economic Forum

world bank

UA-28221961-1