ศิลาดลนครไชยศรี

Sunday, June 19, 2011
By admin
FacebookTwitterGoogle+LinkedInGoogle BookmarksGoogle GmailYahoo MailShare

สำราญ ภูอนันตานนท์

ศิลาดล นครไชยศรี

คุณพงษ์ลักษณ์ คุณกาญจนา สุวรรณมาลี เจ้าของ "พงษ์นครศิลาดล"

วันนี้จะพาไปดูการทำเครื่องปั้นดินเผา “พงษ์ศรีนครศิลาดล” ที่หมู่บ้านเหนือ (ดอนอิฐ)หมู่ที่ 4 ต.สัมปทวน อ.นครชัยศรี จ.นครปฐมของคุณพงษ์ลักษณ์และคุณกาญจนา สุวรรณมาลี สองสามีภรรยาซึ่งมีความตั้งใจในการใช้วิถีชีวิตที่มีเอกลักษณ์ สะท้อนถึงความเป็นชุมชน ดำรงไว้ซึ่งศิลปวัฒนธรรมไทย เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ประเพณี วัฒนธรรม วรรณคดี ตลอดจนลวดลายไทย ซึ่งตกทอดมาตั้งแต่บรรพบุรุษอันยาวนาน

ติดตั้งบริเวณหน้าบ้านก่อนเข้าห้องทำงาน

ผลิตภัณฑ์ที่วางโชว์ในห้องทำงาน

ผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาศิลาดลที่ทำเป็นตะเกียงโบราณใช้ได้จริง

เครื่องปั้นดินเผาศิลาดลมีประวัติอันยาวนาน โดยมีแหล่งกำเนิดจากประเทศจีนต่อมาได้แพร่หลายเข้ามายังประเทศไทยในสมัยกรุงสุโขทัย อยุธยา ตามหลักฐานดังปรากฏเป็นเครื่องสังคโลก และได้สืบทอดความรู้และฝีมือเชิงช่างจนถึงปัจจุบัน   

ชุดน้ำชา

เครื่องปั้นดินเผาศิลาดลมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีสีเขียวไข่กา และผิวเนื้อแตกลายงา ทำให้ดูแปลกแตกต่างจากเครื่องปั้นดินเผาโดยทั่วไป การที่มีสีเขียวไข่กานั้นเกิดจากน้ำเคลือบที่มีส่วนผสมของขี้เถ้าซึ่งมีสารประกอบเหล็กปะปนอยู่ เมื่อเผาที่อุณหภูมิสูงประมาณ 1,300 องศาเซลเซียส จะปรากฏเป็นสารประกอบเหล็กอ็อกไซด์ที่มีสีเขียวเคลือบอยู่บนผิวของเครื่องปั้นดินเผานั้นๆ ส่วนผิวที่แตกเป็นลายงาเกิดจากการหดตัวของเนื้อดินและน้ำเคลือบที่ไม่สม่ำเสมอเมื่อเครื่องปั้นดินเผานั้นเย็นตัวลง จึงทำให้แตกเป็นลายงา ดูสวยงามและเป็นลักษณะเฉพาะตัวของเครื่องปั้นดินเผาศิลาดล

เครื่องปั้นดินเผาศิลาดลมีสองประเภทผิว คือประเภทที่มีผิวเนื้อเป็นสีพื้นเขียวไข่กาแตกเป็นลายงาตามธรรมชาติ อีกประเภทหนึ่งเป็นประเภทที่ผิวมีลวดลายเขียน ซึ่งอาจเป็นลายธรรมชาติ ลายปลา ลายที่เป็นเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ทางประเพณีวัฒนธรรม เรื่องเกี่ยวกับวรรณคดีไทย เช่น พระอภัยมณี รามเกียรติ หรืออาจเขียนเป็นลายไทยต่างๆ

ปั้นเป็นรูปสัตว์ต่างๆ

เครื่องปั้นดินเผาศิลาดลเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากธรรมชาติ เป็นการผสมผสานสิ่งที่ได้จากธรรมชาติ เช่น ดิน ขี้เถ้าที่ได้จากไม้ธรรมชาติที่มีลักษณะพิเศษ มีสารเหล็กเป็นส่วนผสมสูง มาทำเป็นน้ำเคลือบ แล้วมาหลอมรวมกันเป็นภาชนะแล้วเผาที่อุณหภูมิสูงจนกลายเครื่องใช้ที่มีความสวยงาม เนื้อแกร่ง แม้เทคโนโลยีจะมีส่วนในการพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องปั้นดินเผา ทำให้ใช้สิ่งอื่นๆเข้ามาเป็นส่วนผสม แต่คุณพงษ์ลักษณ์ สุวรรณมาลี ก็ยังยึดถือความเป็นธรรมชาติ ไม่ก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมพยายามใช้วัสดุหมุนเวียนเพื่อการผลิต นับเป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์ต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมและปัญหาโลกร้อนที่กำลังรุนแรงขึ้นทุกทีๆ

โถน้ำ

ผมได้มีโอกาสรู้จักคุณพงษ์ลักษณ์ สุวรรณมาลี หลายปีในงาน OTOP และเกิดความสนใจเพราะผลิตภัณฑ์มีความสวยงาม มีการเขียนลายที่ละเอียดอ่อน ได้ใช้โอกาสนั่งคุยกันขณะที่คุณพงษ์ลักษณ์นั่งเขียนลายบนผลิตภัณฑ์ ทำให้เกิดความสนใจในแนวคิดของคุณพงษ์ลักษณ์ลึกๆและคิดว่าจะหาโอกาสแวะไปดูโรงงานสักวันหนึ่ง จนกระทั่งวันนี้ ที่ 16 มิถุนายน 2554 ผมออกจากบ้านเช้า ขับรถกว่าจะไปถึงถนนลอยฟ้าเส้นปิ่นเกล้า-พุทธมณฑลใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ไปถึงบ้านและโรงงานเครื่องปั้นดินเผาศิลาดล ซึ่งจัดเป็นอุตสาหกรรมขนาดครอบครัว หรือเรียกว่า SME  ที่อำเภอนครไชยศรีประมาณ 11.00 น.

คุณพงษ์ลักษณ์ได้เล่าให้ฟังถึงแนวคิดของการผสมผสานอุตสาหกรรมและวัฒนธรรมให้กลมกลืนได้อย่างไร ตั้งแต่การคิด Concept ที่มีวิถีชีวิตแบบไทยๆ ศิลปวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ โดยใช้วิถีชีวิตจริง ภาพประวัติศาสตร์ หรือไปชมสถานที่จริงเพื่อให้เกิดความทรงจำและถ่ายภาพมาหลายแง่หลายมุมเพื่อเตือนความทรงจำ แล้วจินตนาการให้เป็นผลิตภัณฑ์ก่อนลงมือทำ บางครั้งเขียนเป็นบันทึกลงในสมุดเพื่อเป็นแนวทางสำหรับคนรุ่นหลัง

ภาพเขียนแสดงถึงพระปฐมเจดย์ที่สร้างใหม่ครอบเก่าเป็น 4 ชั้น

ลายธรรมจักร์ อีกด้านหนึ่งของไห 4 หู

ลายวิถีชีวิตไทย

ลายการทำสงครามในสมัยโบราณ

ลายยุทธหัตถี

 

ลายโบราณสถานทางประวัติศาสตร์

คุณพงษ์ลักษณ์พูดถึงธุรกิจที่ทำอยู่หลังจากต้องต่อสู้อย่างหัวชนฝามาระยะหนึ่ง ทุนก็น้อย ช่องทางการตลาดก็ไม่มี ต้องนำไปฝากขายแถวๆสมุทรสาครบังเอิญสินค้าพอขายได้เพราะมีความแปลกใหม่จากที่มีขายทั่วไปในตลาด จนบูมสุดขีดเมื่อครั้งรัฐบาลพรรคไทยรักไทยให้การสนับสนุนจัดงานโอท็อป  ทำให้สินค้าของตนเองเริ่มเป็นที่รู้จัก มีผู้สนใจมากมาย ผู้เขียนเองก็ยังเป็นหนึ่งในลูกค้าจำนวนมากของคุณพงษ์ลักษณ์ จากนั้นเริ่มมีออเดอร์จากต่างประเทศ จนเกิดวิกฤติทางการเมืองและเศรษฐกิจ ธุรกิจก็เริ่มซบเซา ดีที่ว่าช่วงนี้เริ่มมีฐานที่ดีขึ้น ก็พอถูไถไปได้ ไม่เกิดปัญหาเหมือนที่ผ่านมา ถ้าถามถึงสถานะการณ์ปัจจุบัน แม้จะไม่เหมือนเดิม แต่ก็พออยู่ได้ ไม่ต้องปลดคนงานแต่อย่างใด จากการที่เริ่มเป็นที่รู้จักกันมากมาย ทำให้โรงงานต้องต้อนรับแขกทั้งไทยและเทศอยู่บ่อยๆ

ด้วยอดีตที่จบวิชาชีพทางครูมีความสามารถเชิงจิตรศิลปและแนวคิดในการดำรงรักษาไว้ซึ่งศิลปวัฒนธรรมไทย และสืบสานต่อภูมิปัญญาไทย ทำให้คุณพงษ์ลักษณ์ดำเนินกิจกรรมการถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ให้กับผู้สนใจทั่วไป โดยการช่วยฝึกฝนวิชาชีพ และฝึกให้เยาวชนทำและเรียนรู้วิถีชีวิตไทยตั้งแต่โบราณกาล โดยเฉพาะชาวบ้านข้างเคียงเพื่อให้สามารถประกอบอาชีพหรือทำอาชีพเสริม ดังนั้นเราจึงได้เห็นศูนย์หรือป้ายบอกถึงความเป็น “แหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญา OTOP ชุมชน”  

แหล่งเรียนรู้เครื่องปั้นดินเผาของชุมชน

ไม่น่าเชื่อนะครับว่าโรงงานเครื่องปั้นดินเผาขนาดครอบครัวที่ตั้งอยู่ในบรรยากาศแบบท้องนาจะมีสิ่งที่น่าสนใจมากมายนอกจากผลิตภัณฑ์ที่สวยงาม โรงงานแห่งนี้เป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับเครื่องปั้นดินเผาศิลาดลสำหรับนักเรียน นักศึกษา รวมทั้งเป็นสถานที่ฝึกสอนให้ประกอบอาชีพอีกด้วย แต่ละปีจะมีผู้เข้าชมโรงงานแห่งนี้หลายกลุ่มเป็นระยะๆ มีผู้เข้าฝึกงาน ฝึกฝนอาชีพ ในชุมชน สิ่งที่คุณพงษ์ลักษณ์รู้สึกภูมิใจก็คือได้มีโอกาสและส่วนร่วมในการสร้างอาชีพให้กับชุมชนและสืบสานประเพณีและวัฒนธรรมไทย

โรงงานส่วนที่ใช้ฝ๊กงานและเรียนจากการปฏิบัติจริง

ถ้าพูดถึงงานวิจัยจะยิ่งทึ่งกับแนวคิดของเจ้าของ SMEs รายนี้ โดยทั่วไปแล้ว โอกาสที่ เราจะได้ยินSMEs คิดถึงงานวิจัยและพัฒนานั้นยากมาก แต่สำหรับคุณพงษ์ลักษณ์กลับไม่ได้คิดแบบนั้น คุณพงษ์ลักษณ์คิดว่าจะมีแนวทางในการลดต้นทุนการผลิตได้อย่างไร จึงตั้งวางแนวคิดไว้ว่า ถ้าหากสามารถพัฒนาให้ผลิตภัณฑ์มีน้ำหนักเบาลง เนื้อดินเหนียวขึ้นจะทำให้ขึ้นรูปง่ายขึ้น เมื่อเผาเสร็จแล้วจะมีความแข็งแกร่งมากขึ้น ถ้าทำได้จะสาามารถลดต้นทุนการขนส่ง ลดปัญหาการแตกจากการขนส่ง คุณพงษ์ลักษณ์จึงได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยศิลปากร และหน่วยงานวิจัยวัสดุแห่งชาติ ของ สวทช.  เพื่อทำการวิจัยดังกล่าว โดยการออกค่าใช้จ่ายงานวิจัยพร้อมซื้ออุปกรณ์บางอย่าง ซึ่งส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มีน้ำหนักเบาลงถึง 40% มีต้นทุนลดลงส่วนหนึ่งและยังลดปัญหาการแตกขณะขนส่งอีกด้วยเช่นกัน

เมื่อถามถึงแนวคิดในการปรับปรุงธุรกิจต่อไป คุณพงษ์ลักษณ์ได้ตอบคำถามเป็นเชิงหารือว่า งานพัฒนาธุรกิจ SMEs นั้นรัฐบาลควรลงมาให้ความช่วยเหลือ ถ้าพิจารณาเห็นความสำคัญของ SMEs ว่าเป็นพลังส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ค่าใช้จ่ายในการวิจัยนั้นรัฐบาลควรมีส่วนสนับสนุน แล้วกระจายความรู้ไปสู่ SMEs ทั่วๆกัน ถ้าทำอย่างนี้ ก็มีโอกาสที่ SMEs ที่มีการบริหารจัดการที่ดีจะสามารถขยายตัวให้เกิดเป็นบริษัทที่ใหญ่โตขึ้น จนสามารถลงทุนด้านงานวิจัยได้ด้วยตนเอง ส่วนจะวิจัยในประเด็นใดนั้นก็ควรมีโอกาสพูดคุยกับ SMEs แต่ละกลุ่มเพื่อจัดเรียงความสำคัญของประเด็นปัญหา เราก็จะสามารถต่อยอดภูมิปัญญาไทยให้เกิดผลทางธุรกิจได้

สถานที่ทำงานของคุณพงษ์ลักษณ์ บ้านชั้นเดียวหลังคาสัญญลักษณ์ชาวเหนือ

ในปัจจุบันเครื่องปั้นดินเผาศิลาดล เป็นที่รู้จัก และนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย นับเป็นภูมิปัญญาไทย ที่ทรงคุณค่า จัดเป็นงานฝีมือหรือหัตถกรรม ที่ผสมผสาน ภูมิปัญญาชาวบ้านเข้ากับศิลปวัฒนธรรมไทยทั้งด้านจิตรศิลป ประวัติศาสตร์ ประเพณี และวิถีชีวิต แบบไทยๆเข้าด้วยกัน ทำให้เกิดความสวยงาม สมควรได้รับการส่งเสริมเพื่อเป็นการอนุรักษ์และสนับสนุนต่อยอดเพื่อเป็นธุรกิจอย่างยั่งยืน

Tags:

Leave a Reply

พระแก้วมรกตจำลองเครื่องทรงฤดูร้อนจากนิลดำ

พระบรมมหาราชวัง เป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สำคัญ

พระที่นั่งไอย์ศูรย์ทิพยอาสน์ พระราชวังบางปะอิน

หุ่นกระบอกงานหัตถกรรมช่างฝีมือไทย

รถยนต์ประหยัดพลังงานไฮบริดระหว่างไฟฟ้า 100% และน้ำมัน

ไหมไทยกับแฟชั่น เอกลักษณ์เด่นของไทย

เรือไม้ประดิษฐ์

Metal Crafting

Gallery

pr-600-400-king-3 dsc01366 pr-600-400-king-9 dsc01363

เรียนภาษาอังกฤษ

English Speaking Youtube

มูลนิธิสัมมาชีพ

ตลาดหุ้นไทย

ตลาดหุ้นโลก

อัตราแลกเปลี่ยน ธปท

อัตราแลกเปลี่ยน

The Japan Times

Asahi Shimbun English

Chinadaily

Xinhua News

Koreatimes

Korea Herald

Aljazeera

หนังสือพิมพ์ข่าว

ข่าวหุ้นออนไลน์

ข่าวหุ้น

World Economic Forum

world bank

UA-28221961-1