รู้จักมูลนิธิสัมมาชีพ

Sunday, June 5, 2011
By admin
FacebookTwitterGoogle+LinkedInGoogle BookmarksGoogle GmailYahoo MailShare

รู้จักมูลนิธิสัมมาชีพ   

 
 

ดร.สำราญ ภูอนันตานนท์ ประธานมูลนิธิสัมมาชีพ

ข้อเท็จจริงสังคมไทย 

ถ้าย้อนกลับมองดูภาพประเทศไทย ครั้งหนึ่งเราเคยพูดถึง “ยุคทองของประเทศไทย” ซึ่งในระยะเวลานั้น เราหวังจะได้เห็นเศรษฐกิจประเทศไทยเจริญรุ่งเรือง ด้วยการเปรียบเทียบไทยในฐานะ หนึ่งในสี่หรือห้าเสือควบคู่กับ เกาหลี สิงคโปร์ ไต้หวัน และฮ่องกง ตลอดจนถึงแนวโน้มการเป็นผู้นำของชาติอาเซี่ยน นั่นคือศักยภาพในเรื่องขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยนั้นไม่เป็นรองใครในประเทศเอเซีย

คุณประชา หุตานุวัตร รองประธานมูลนิธิฯ

แต่ ณ วันนี้คนจำนวนมากกลับอนาคตของประเทศในมุมตรงกันข้าม คนส่วนใหญ่สรุปถึงเหตุว่าเป็นผลจากความไม่มั่นคงทางการเมืองบ้าง เป็นผลจากบุคคลากรในกลุ่มการเมือง กลุ่มนักธุรกิจ และกลุ่มบุคคลทั่วไป ขาดจิตสำนึกที่ดีบ้าง ขาดความมีเหตุมีผลบ้าง และขาดจิตใจที่มีความเป็นสัมมาชีพบ้าง ทำให้ประเทศไทยเต็มไปด้วยคอรัปชั่นทั้งในกลุ่มการเมืองและกลุ่มธุรกิจ สังคมมากด้วยการหลอกลวง ปล้นสะดมภ์ เมื่อพูดถึงเรื่องการแข่งขัน ถึงกลับพูดเปรียบเทียบเชิงประชดประชันว่า อาจต้องวิ่งคู่ขนานหรือตามหลังกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านของไทยก็ได้

คุณณรินณ์ทิพย์ วิริยะบัณฑิตกุล รองประธานมูลนิธิฯ คุณบุณยสืทธิ โชควัฒนา บุคคลสัมมาชีพคนที่ 1

นักวิชาการด้านสังคมศาสตร์หลายๆท่านพูดคล้ายคลึงกันว่า บ้านเมืองเรากำลังเผชิญกับปัญหาวิกฤติทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับปัญหาด้านวัฒนธรรมที่คุณค่าเทียมได้แพร่กระจายไปทั่วทุกอนูของสังคมจนเป็นที่น่าวิตก เราเคารพและนับถือคนที่ร่ำรวยเงินทองโดยปราศจากการวิเคราะห์ว่า คนเหล่านั้นร่ำรวยมาได้อย่างไร บางคนร่ำรวยจากการทุจริตคอรัปชั่น โกงบ้านโกงเมือง บางคนร่ำรวยจากการค้าสิ่งผิดกฎหมาย ยาเสพติด บางคนร่ำรวยจากการตั้งบ่อนการพนัน

คุณณรินณ์ทิพย์ วิริยะบัณฑิตกุล รองประธานมูลนิธิฯ

การนำพาประเทศก้าวออกจากปัญหาวิกฤติดังกล่าว จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือกับคนทุกกลุ่ม ทุกฝ่าย ทุกระดับ ทุกอาชีพในสังคม ร่วมกันสร้างสังคมเข้มแข็ง สังคมที่มีการวิเคราะห็ถึงเหตุและผล สังคมที่ประกอบด้วยบุคคลที่มีศิลธรรม คุณธรรม และจริยธรรม โดยทำงานร่วมกันในลักษณะเครือข่าย เพื่อเสริมสร้างและพัฒนาให้เกิดสังคมสัมมาชีพในทุกระดับ พัฒนาสังคมฐานรากให้เข้มแข็งเพื่อเป็นพื้นฐานการพัฒนาประเทศให้เจริญเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป

ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองประธานที่ปรึกษามูลนิธิฯ

(นิยามคำว่า “สัมมาชีพ”  คือ การประกอบอาชีพ ที่คำนึงถึงความเป็นธรรมในสังคม ยึดถือประโยชน์ร่วมกัน ทั้งผู้ประกอบการ ผู้ร่วมทำงาน และผู้บริโภคหรือผู้รับบริการ หรืออีกนัยหนึ่ง คือ ต้องไม่เบียดเบียนตนเอง ไม่เบียดเบียนผู้อื่น และไม่เบียดเบียนสิ่งแวดล้อม และที่สำคัญต้องไม่มุ่งกระตุ้นตัณหาอันเป็นเหตุแห่งทุกข์)

การจัดตั้ง “มูลนิธิสัมมาชีพ” 

ด้วยเหตุดังกล่าวข้างต้น จึงมีคณะบุคคลร่วมกันจัดตั้ง “มูลนิธิสัมมาชีพ” ขึ้นเพื่อส่งเสริมให้เกิดสังคมสัมมาชีพ ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการมุ่งช่วยเหลือสังคม และเป็นศูนย์เชื่อมโยงสังคมและชุมชนต่างๆในลักษณะเครือข่ายให้เกิดพลังร่วม ทั้งนี้เพื่อให้สังคมและชุมชนเป็นพื้นฐานที่มั่นคงและส่งผลต่อการพัฒนาประเทศทั้งเชิงเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน

มูลนิธิสัมมาชีพจัดตั้นขึ้นเมื่อกลางปี 2552 โดยมีผู้ริเริ่มก่อตั้งหลักคือ

  1. ดร.สำราญ ภูอนันตานนท์
  2. คุณประชา หุตานุวัตร
  3. คุณณรินณ์ทิพย์ วิริยะบัณฑิตกุล

และผู้ร่วมก่อตั้งอีกหลายท่าน เช่น คุณชยพล สำเภาจันทร์ คุณจินตนา เฉลิมชัยกิจ คุณสมพลไชยสิริโรจน์ คุณสิลันธร สัจพันโรจน์ คุณสุเทพ ด่านศิริวิโรจน์ เป็นต้น 

นอกจากนั้นมูลนิธิยังได้เรียนเชิญบุคคลจำนวนมากที่มีทั้งประสบการณ์ มีคุณวุฒิ มีคุณธรรม และจริยธรรม จากหลากหลายวิชาชีพ เพื่อร่วมเป็นที่ปรึกษา กรรมการ และร่วมบริหารมูลนิธิ เช่น ศ.นพ.ประเวศ วะสี ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ น.พ.มงคล ณ สงขลา คุณสมพล เกียรติไพบูลย์ คุณมนู เลียวไพโรจน์ คุณบุญเกียรต โชควัฒนา คุณคณิสสร นาวานุเคราะห์ คุณสุจริต ปัจฉัมนันท์ คุณบริสุทธิ์ กาสินพิลา คุณบุญฤทธิ์ มหามนตรี คุณสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เป็นต้นที่ผ่านมา ท่านเหล่านี้ล้วนเป็นกำลังสำคัญในการทำให้มูลนิธิสามารถทำงานเป็นเครือข่ายได้อย่างกว้างขวางแม้จะเพิ่งเริ่มก่อตั้งได้เพียง 2 ปี 

ยุทธศาสตร์หลักของมูลนิธิ 

เพื่อให้บรรลุวัตถุของการจัดตั้ง “มูลนิธิสัมมาชีพ” ทางมูลนิธิจึงได้จัดวางยุทธศาสตร์หลักๆไว้ดังนี้

  1. ยุทธศาสตร์การสร้างเยาวชนคนรุ่นใหม่ให้เป็นคนดีของชาติ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน
  2. ยุทธศาสตร์การสร้างผู้นำในทุกระดับ ระดีบชาติ ระดับภูมิภาค ระดับท้องถิ่น และระดับชุมชน ให้เกิดความรู้ความเข้าใจในเป้าหมายและทิศทางเดียวกัน เพื่อให้สามารถทำงานร่วมกันในลักษณะเครือข่าย และ/หรือ ร่วมกันทำงานเชิงบูรณาการได้
  3. ยุทธศาสตร์การสร้างผู้ประกอบการสัมมาชีพ เพื่อเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
  4. ยุทธสาสตร์การยกย่องคนดีที่ประกอบอาชีพด้วยความซื่อสัตย์สุจริตไม่เอารัดเอาเปรียบสังคม ทั้งนี้เพื่อเป็นตัวอย่างของสังคม

แนวทางปฏิบัติ                 

มูลนิธิสัมมาชีพมีเป้าหมายในการพัฒนาสังคมสัมมาชีพโดยมุ่งหมายในการเชื่อมและประสานเครือข่ายที่ทำงานเพื่อสังคมให้เกิดการทำงานร่วมกัน ปัจจุบันมีโครงการสำคัญๆที่จัดทำอยู่คือ

1. โครงการ “ยุวพุทธิชน” เป็นโครงการร่วมกันกับ “สถาบันยุวโพธิชน” มุ่งพัฒนาและส่งเสริมให้เยาวชนของชาติเป็นเด็กดี เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน ปัจจุบันมีโครงการจัดอบรมเยาวชนหลายโครงการ โครงการนี้อยู่ภายใต้การบริหารจัดการโดย คุณประชา หุตานุวัตร

2. โครงการ “ผู้นำ-นำการเปลี่ยนแปลง” เป็นโครงการร่วมกับเครือหนังสือพิมพ์มติชน โดยมีจุดมุ่งหมายในการสร้างผู้นำในแต่ระดับ จากหลากหลายองค์กร เช่น จากหน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ หน่วยงานภาคเอกชน รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เอ็นจีโอ ด้วยวิธีการปลูกปัญญา และส่งเสริมให้เกิดภาคปฏิบัติจริงในท้องถิ่นที่ผู้นำแต่ละท่านรับผิดชอบ โครงการนี้ได้จัดขึ้นแล้ว 2 รุ่น ในปี 2553 หนึ่งรุ่น และปี 2554 อีกหนึ่งรุ่น

นอกจากนั้นยังมีโครงการ “ผู้นำการเปลี่ยนแปลงชุมชน” โดยร่วมมือกับ “สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน” ซึ่งเป็นสถาบันที่ได้รับการยอมรับจากต่างประเทศ เพื่อเพิ่มความเข้มแข็งให้กับชุมชน โครงการนี้ได้จัดขึ้นแล้วหนึ่งรุ่น โครงการนี้อยู่ภายใต้การประสานงานของคุณสนธิรัตน์ สนธิจิระวงศ์

3.โครงการ “สถาบันส่งเสริมและสนับสนุนเอสเอ็มอีและวิสาหกิจชุมชน” ร่วมกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ สำนักส่งเสริมธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ธนาคาร SME มีเป้าหมายในการสร้างเครือข่ายทั้งภาครัฐ เอกชน สถาบันการเงิน ภาควิชาการ เพื่อเป็นศูนย์กลางการให้คำปรึกษาแก่ผู้ประกอบการ ทั้งนี้เพื่อร่วมกันผลักดันให้เกิดการพัฒนาธุรกิจเอสเอ็มอีและวิสาหกิจชุมชน เช่น มูลนิธิฯอนุญาตให้ใช้โลโก้ของมูลนิธิประทับลงบนสินค้าเพื่อแสดงถึงความเป็นเครือข่ายร่วมกัน โครงการนี้ได้รับการผลักดันโดยท่านอดีตปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม คุณมนู เลียวไพโรจน์ เป็นประธานสถาบัน และมีคุณเกรียงไกร สินบัวทอง ผู้จัดการมูลนิธิฯเป็นผู้ช่วย

4.โครงการสร้างเว็บไซ้ท์ “สัมมาชีพออนไลน์” เพื่อเป็นศูนย์รวมในการเชื่อมเครือข่ายออนไลน์ที่เกี่ยวกับ การสร้าง การพัฒนา การส่งเสริม และแนะนำอาชีพ ตลอดจนการยกย่องคนดี โครงการนี้มี ดร.สำราญ ภูอนันตานนท์ เป็นผู้ประสานงาน

5.โครงการ “เชิดชู ยกย่องบุคคลสัมมาชีพ” ทางมูลนิธิสัมมาชีพได้ประกาศเกียรติคุณบุคคลสัมมาชีพแล้วสองท่าน ท่านแรกในปี 2552 คือ คุณบุณยสิทธิ โชควัฒนา และท่านที่สองในปี 2553 คือ คุณอิสระ ว่องกุศลกิจ โครงการนี้มี คุณคุณณรินณ์ทิพย์ วิริยะบัณฑิตกุลและคุณวิเชฐ ตันติวนิช เป็ผู้ประสานงาน

คุณบุณยสิทธิ โชควัฒนา บุคคลสัมมาชีพคนที่ 1

มูลนิธิสัมมาชีพกับการสนับสนุนวิสาหกิจชุมชน

การสร้างเครือข่ายและประสานงานให้เกิดการบูรณาการ

มูลนิธิสัมมาชีพทำหน้าที่หลักในการเชื่อมและประสานเครือข่ายองค์กรต่างๆที่ทำหน้าที่พัฒนาชุมชนหรือท้องถิ่นเข้าด้วยกัน เชื่อมเครือข่ายกับส่วนงานราชการที่ทำหน้าที่พัฒนาสังคม สนับสนุนและส่งเสริมธุรกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และวิสาหกิจชุมชน หน่วยงานวิชาการ ตลอดจนหน่วยงานที่สนับสนุนด้านการเงิน ทั้งนี้เพื่อให้เกิดการพัฒนา บุคลากร พัฒนาศักยภาพของท้องถิ่น เพื่อให้เกิดการทำงานในลักษณะเครือข่ายเชิงบูรณาการ เพื่อให้เกิดสังคมสัมมาชีพ และสร้างความเข้มแข็งให้กับท้องถิ่นและชุมชนเพื่อเป็นรากฐานในการพัฒนาประเทศอย่างมั่นคงและยั่งยืน

สำหรับองค์กรใดที่มีความประสงค์ร่วมเป็นเครือข่าย สามารถติดต่อได้ที่มูลนิธิสัมมาชีพผ่านทางเว็บไซ้ท์  http://www.right-livelihoods.org/th/about-us/founder-of-sammachive.html

Tags: ,

Leave a Reply

พระแก้วมรกตจำลองเครื่องทรงฤดูร้อนจากนิลดำ

พระบรมมหาราชวัง เป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สำคัญ

พระที่นั่งไอย์ศูรย์ทิพยอาสน์ พระราชวังบางปะอิน

หุ่นกระบอกงานหัตถกรรมช่างฝีมือไทย

รถยนต์ประหยัดพลังงานไฮบริดระหว่างไฟฟ้า 100% และน้ำมัน

ไหมไทยกับแฟชั่น เอกลักษณ์เด่นของไทย

เรือไม้ประดิษฐ์

Metal Crafting

Gallery

dsc01365 dsc01363 pr-600-400-king-3 pr-600-400-king-11

เรียนภาษาอังกฤษ

English Speaking Youtube

มูลนิธิสัมมาชีพ

ตลาดหุ้นไทย

ตลาดหุ้นโลก

อัตราแลกเปลี่ยน ธปท

อัตราแลกเปลี่ยน

The Japan Times

Asahi Shimbun English

Chinadaily

Xinhua News

Koreatimes

Korea Herald

Aljazeera

หนังสือพิมพ์ข่าว

ข่าวหุ้นออนไลน์

ข่าวหุ้น

World Economic Forum

world bank

UA-28221961-1