แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของโลก

Friday, May 20, 2011
By admin
FacebookTwitterGoogle+LinkedInGoogle BookmarksGoogle GmailYahoo MailShare

งานเสวนาเครือสหพัฒน์

 

บุณยสิทธิ โชควัฒนาให้การต้อนรับวิทยากรแนวทางนโยบายคือ "สินค้าดี คนดี สังคมดี"

 

แนวนโยบายคือ "สินค้าดี คนดี สังคมดี"

 

 

 

 

 

 

 

 
 

ดร.เศรษฐพุฒิ อธิบดี นันทวัลย์ ดร.สุวิทย์ และคุณสันติ ในงานเสวนา "สหพัฒนฯ การรับมือการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก"

สหพัฒนฯเป็นกลุ่มบริษัทใหญ่กว่า 200 บริษัท เป็นทั้งบริษัทผู้ผลิต บริษัทผู้จัดจำหน่าย บริษัทโฆษณาประชาสัมพันธ์ บริษัทลอจีสติคส์ และจัดตั้งมายาวนาน องค๋กรจึงมีวัฒนธรรมของตนเอง มีผู้บริหารที่มีประสบการณ์หลายๆด้าน เคยผจญกับวิกฤติการณ์หนักมาแล้วหลายครั้ง เช่น วิกฤติราคาน้ำมัน วิกฤติค่าเงินบาทปี 2526 วิกฤติต้มยำกุ้งปี 2540 และล่าสุดคือวิกฤติแฮมเบอเกอร์ปี 2551-2 ขณะที่มีข้อดีมากมายก็อาจมีข้อที่อาจส่งให้เกิดปัญหาระยะยาวได้ กล่าวคือ เครือสหพัฒน์เป็นกลุ่มบริษัทที่ประสบความสำเร็จเชิงธุระกิจอย่างต่อเนื่องมาตลอด 50-60 ปี ผู้บริหารเองอาจภาคภูมิใจในความสำเร็จจนลืมนึกถึงการเปลี่ยนแปลงของโลกที่รวดเร็วทั้งในเชิงเทคโนโลยี ในเชิงพฤติกรรมผู้บริโภค อีกทั้งการเป็นองค์กรณ์ใหญ่การปรับตัวในแต่ละครั้งต้องใช้เวลานาน เพราะต้องทำให้คนจำนวนมากเข้าใจในทิศทางการดำเนินการร่วมกัน ถ้าหากอัตราการปรับตัวช้าเมื่อเทียบกับอัตราเร็วของการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกแล้ว ในระยะยาวบริษัทจะเกิดปัญหา ดังนั้นบริษัทสหพัฒนาโฮลดิ้งในฐานะบริษัทแม่ จึงได้จัดสัมมนาเพื่อกระตุ้นให้ผู้บริหารในเครือตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงของโลกในเชิงมหภาค ในขณะเดียวกันก็ชี้ให้เห็นแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงเชิงจุลภาค ตลอดการเปลี่ยนแปลงในเชิงกฏเกณฐ์การค้าระหว่างประเทศในเขตอาเซี่ยนและของโลก ในวันพุธที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 ตั้งแต่ 8.45 น.-12.00 น.

พลังผลักดันการเปลี่ยนแปลง

กลุ่มพลังของเครือ

หนึ่งในบิ๊กบ้อสที่จะผลักดันการเปลี่ยนแปลง

คนรุ่นใหม่

ต้องมีคนรุ่นใหม่ร่วมผลักดัน

ส่วนน้อยๆในกลุ่มพลังของสหพัฒนฯ

การสัมมนานี้ มีวิทยากรที่มีชื่อเสียงและมีประสบการณ์ เช่น ดร.สุวิทย์ เมษิณทรีย์ ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก คุณนันทวัลย์ ศกุลตนาค ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ และคุณบุณยสิทธิ โชควัฒนา ในหัวข้อเสวนาว่า “SAHA Group การรับมือการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจโลก” ซึ่งพอจะสรุปถึงความคิดเห็นของวิทยากรแต่ละท่านย่อๆดังนี้

ดร.สุวิทย์ เมษิณทรีย์

คุณสันติและ ดร.สุวิทย์

ดร.สุวิทย์ได้ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของโลกเชิงมหภาคเป็นประเด็นๆ คือ

  1. การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างสมดุลเชิงเศรษฐกิจ ได้ชี้ให้เห็นว่าอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศเอเซียจะมีอัตราเฉลี่ยสูงกว่าประเทศตะวันตก และมีบทบาทสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจโลกให้เจริญเติบโต และจะมีการขยายตัวของชนชั้นกลางอย่างมีนัยสำคัญ ทั้ง จีน อินเดีย อินโดนีเซีย มีการคาดการณ์กันว่า ในปี 2030 ประเทศจีนจะเป็นประเทศที่มี GDP สูงที่สุด แซงหน้าสหรัฐอเมริกา ดังนั้นเอเซียจึงมีแนวโน้มเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจโลกแทนยุโรปและอเมริกา
  2. การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการผลิตหรืออุตสาหกรรม ซึ่งมีสาเหตุหลักจากภาวะโลกร้อน การพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค ความต้องการร่วมกันของประชากรโลกในการปกป้องภาวะโลกร้อน จะทำให้อุตสาหกรรมต้องปรับเปลี่ยนผลิตสินค้าให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งอาจมีมาตรการกำหนดชัดเจนให้แต่ละผลิตภัณฑ์ต้องบ่งบอกปริมาณแก๊สคาร์บอนไดอ็อกไซด์ที่เกิดจากการผลิตสินค้าแต่ละชิ้นแต่ละชนิด
  3. การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร โลกจะมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างระหว่างผู้สูงอายุ ผู้ที่อยู่ในวัยทำงาน และวัยเด็ก โดยปริมาณผุ้สูงอายุจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันผู้ที่อยู่ในวัยทำงานจะลดลง ส่งผลให้สัดส่วนระหว่างผู้สูงวัยและผู้อยู่ในวัยทำงานสูงขึ้น นั่นหมายความว่า ภาระที่ผู้ทำงานต้องรับเลี้ยงดูผู้สูงวัยจะสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อการใช้จ่าย อัตราภาษี ค่ารักษาพยาบาล ฯลฯ
  4. การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเชิงสังคม โลกจะเกิดการรวมตัวของประชากรเป็นกระจุกเป็นชุมชนเมืองมากขึ้น ซึ่งหลายๆแห่งได้เกิดขึ้นแล้ว เช่น โตเกียว โซล มุมไบ นิวเดลลี ฯลฯ

ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ

ดร.เศรษฐพุฒิ และท่านอธิบดี นันทวัลย์

ดร.เศรษฐพุฒิ ได้ชี้ให้เห็นภาพการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดในระดับมหภาค คืออัตราการเจริญเติบโตเชิงเศรษฐกิจของโลกจะลดต่ำลง ส่วนในระดับจุลภาค ได้นำเสนอข้อมูลคาดการณ์การเปลี่นแปลงโดยยกเป็นประเด็นหลักๆดังนี้

  1. การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรและพฤติกรรม โดยชี้ให้เห็นค่าเฉลี่ยของวัยที่เปลี่ยนไป  เช่น ญี่ปุ่นเปลี่ยนจากค่าเฉลี่ยอายุประมาณ 26 ปีในปี 1960 เป็น 42 ปี ในปี 2005 สิงคโปร์เปลี่ยนจาก 18 ปี เป็น 38 ปี ของไทยเปลี่ยนจาก 17-18 ปี เป็น 32 ปี เป็นต้น นอกจากนั้นยังชี้ให้เห็นถึงพฤติกรรมความต้องการที่อยู่อาศัย ซึ่งจะเกิดครอบครัวขนาดเล็ก และครอบครัวเดี่ยวมากขึ้น และยังส่งผลต่อปัจจัยอื่นๆ เช่น ค่าใช้จ่ายต่างๆเพิ่มขึ้น เช่น พลังงาน การเดินทาง ค่าใช้จ่ายส่วนบุคคล เป็นต้น
  2. การเปลี่ยนแปลงของชุมชน เป็น สังคมเมือง สังคมชานเมือง และสังคมชนบท (city society, urban area, suburb area และ rural area) จะมีประชากรรวมตัวกันเป็นกระจุกมากน้อยขึ้นกับสภาพแวดล้อม ซึ่งจะสะท้อนถึงความเป็นอยู่ เช่นที่อยู่อาศัย อาหารการกิน การทำธุระกิจ เป็นต้น ดร.เศรษฐพุฒิได้ชี้ให้เห็น อัตราการเกิด Urbanization ของไทยนั้นช้ากว่าประเทศใกล้เคียง เช่น เกาหลี มาเลเซีย อินโดนีเซีย เป็นต้น

คุณนันทวัลย์ ศกุลตนาค

ท่านอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ชี้ให้เห็นประเด็นการเปิดการค้าเสรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มอาเซี่ยน ตามข้อตกลงของประชาคมอาเซี่ยน จะมีนโยบายการค้าเสรี นโยบายภาษี นโยบายการเคลื่อนย้ายสินค้า การลงทุน การเคลื่อนย้ายแรงงานฝีมือ นโยบายในเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา เป็นต้น

ท่านอธิบดีฯยังสรุปให้เห็นถึงนโยบายการลดภาษีนำเข้าภายใต้ความตกลง AFTA CEPT ซึ่งจะลดภาษีเป็น 0 หรือไม่มีภาษีนำเข้าทั้งกลุ่มอาเซี่ยน 10 ประเทศในปี 2008 และยกเลิกมาตรการจำกัดการนำเข้า (Quota)

ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์

ดร.สมคิด การเปลี่ยนแปลงต้องเกิดอย่างสม่ำเสมอเพื่อคงไว้ซึ่งศักยภาพองค์กร

ท่านได้ยกประเด็นการบริหารธุรกิจจำเป็นต้องบริหารการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้เพราะโลกมีการเปลี่ยนแปลงทั้งเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภค ถ้าไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ จะเกิดปัญหาองค์กรในอนาคต ดร.สมคิด ได้ยกตัวอย่างบริษัทยักษ์ใหญ๋ในหลายๆประเทศที่เคยยิ่งใหญ่ในอดีต แต่ปัจจุบันความยิ่งใหญ่ในอดีตได้หายไป แต่กลับมีบริษัทใหม่ๆที่มีชื่อเสียงของโลกขึ้นมาแทนที่ เช่น บริษัท General Motor, IBM, Sony ซึ่งในอดีตเป็นที่กล่าวขวัญไปทั่วโลก แต่ปัจจุบันโลกกล่าวขวัญถึงบริษัท Samsung, Microsoft, Apple, Google, Facebook และถ้าบริษัทเหล่านี้ไม่บริหารการเปลี่ยนแปลงแน่นอนในอนาคตจะมีบริษัทใหม่เข้ามาแทนที่อีกเช่นกัน

ดร.สมคิดสรุปว่า การบริหารเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งจำเป็นในโลกปัจจุบัน ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว มีการการเปลี่ยนแปลงในโลกของการสื่อสาร พฤติกรรม ดังนั้นถ้าบริษัทใดไม่เปลี่ยนแปลงให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลก บริษัทฯนั้นๆก็จะเป็นไปตามสัจจะธรรมของโลก คือ มีเกิด มีแก่ มีเจ็บ และมีตาย

คุณบุณยสิทธิ โชควัฒนา

คุณบุณยสิทธิ สร้างแบรนด์ รุกอาเซี่ยน พร้อมแนวคิด"สินค้าดี คนดี สังคมดี"

ท่านได้ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของอาเซี่ยนซึ่งจะเป็นเขตการค้าเดียวกันทั้งหมด ดังนั้นท่านจึงมีนโยบายให้บริษัทในเครือที่มีพลังอย่านิ่งเฉยทำการค้าเฉพาะในประเทศ บริษัทไหนที่มีศักยภาพดี ให้รีบเจาะตลาดในกลุ่มประเทศอาเซี่ยน โดยท่านได้แนะนำแนวทางหลักๆไว้ดังนี้คือ

  1. ให้สร้างแบรนด์ของตนเองมากขึ้นแล้วเจาะตลาดอาเซี่ยน
  2. ให้ทุกท่านเน้นแนวคิดการช่วยเหลือสังคม ปกป้องสิ่งแวดล้อม โดยมีแนวทางให้ยึด “สินค้าดี คนดี สังคมดี” โดยเฉพาะชุมชนใกล้แหล่งผลิตแหล่งค้าซึ่งให้เน้นเป็นพิเศษ

กิจกรรมรำลึก “ดร.เทียม โชควัฒนา”

วันที่ 29 มิถุนายน ปี 2554 นี้เป็นปีครบรอบ 20 ปี ของการจากไปของ “ดร.เทียม โชควัฒนา” เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2534 คุณบุณยสิทธิ จึงอยากให้ทุกท่านร่วมทำกิจกรรมรำลึกการจากไปของ “ดร.เทียม โชควัฒนา” เช่น การจัดคอนเสิร์ทการกุศล การออกสินค้าชุด ซื่อสัตย์ ยุติธรรม เป็น “Limited Edition” เพื่อการกุศลเป็นต้น

ในโลกแห่งการเปลี่ยนแปลง หากต้องการให้กิจการดำรงอยู่และเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน ความเข้าใจกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อประกอบการวางแผนนโยบายต่างๆสำหรับธุรกิจในอนาคต ดังนั้นผู้บริหารที่ดีต้องสามารถบริหารการเปลี่ยนแปลงให้ได้ ทั้งสินค้า บุคคลากร และต้องสร้างความเป็นมิตรกับสังคมและชุมชน สมกับแนวคิดคุณบุณยสิทธิ โชควัฒนาที่ว่า “สินค้าดี คนดี สังคมดี”

Tags: ,

Leave a Reply

พระแก้วมรกตจำลองเครื่องทรงฤดูร้อนจากนิลดำ

พระบรมมหาราชวัง เป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สำคัญ

พระที่นั่งไอย์ศูรย์ทิพยอาสน์ พระราชวังบางปะอิน

หุ่นกระบอกงานหัตถกรรมช่างฝีมือไทย

รถยนต์ประหยัดพลังงานไฮบริดระหว่างไฟฟ้า 100% และน้ำมัน

ไหมไทยกับแฟชั่น เอกลักษณ์เด่นของไทย

เรือไม้ประดิษฐ์

Metal Crafting

Gallery

dsc01364 pr-600-400-king-13 pr-600-400-king-9 pr-600-400-king-18

เรียนภาษาอังกฤษ

English Speaking Youtube

มูลนิธิสัมมาชีพ

ตลาดหุ้นไทย

ตลาดหุ้นโลก

อัตราแลกเปลี่ยน ธปท

อัตราแลกเปลี่ยน

The Japan Times

Asahi Shimbun English

Chinadaily

Xinhua News

Koreatimes

Korea Herald

Aljazeera

หนังสือพิมพ์ข่าว

ข่าวหุ้นออนไลน์

ข่าวหุ้น

World Economic Forum

world bank

UA-28221961-1