วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร

Thursday, April 14, 2011
By admin
FacebookTwitterGoogle+LinkedInGoogle BookmarksGoogle GmailYahoo MailShare

วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร (วัดแจ้ง)  

 
 

วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร

วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรมหาวิหาร “  หนึ่งในจำนวนสี่วัดที่มีทั้งหมด ในกรุงเทพมหานคร คือ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม  วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษดิ์  วัดสุทัศน์เทพวราราม  และวัดอรุณราชวราราม เดิมเรียกว่า “วัดมะกอก” ตามชื่อตำบลบางมะกอกซึ่งเป็นตำบลที่ตั้ง เป็นวัดโบราณเก่าแก่สร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา มีมาก่อนรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช (พุทธศักราช ๒๑๙๙-๒๒๓๑) จากหลักฐานพระอุโบสถและพระวิหารของเก่าที่ตั้งอยู่ ณ บริเวณหน้าพระปรางค์ ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นฝีมือช่างสมัยกรุงศรีอยุธยา ต่อมาเมื่อ พ.ศ. ๒๓๑๐ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชมีพระราชประสงค์จะย้ายราชธานีมาตั้ง ณ กรุงธนบุรี จึงเสด็จกรีฑาทัพล่องลงมาทางชลมารคถึงหน้าวัดมะกอกเมื่อเวลารุ่งอรุณพอดี จึงทรงเปลี่ยนชื่อวัดมะกอกเป็น “วัดแจ้ง” เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งนิมิตที่ได้เสด็จมาถึงวัด นี้เมื่อเวลาอรุณรุ่ง

พระปรางค์วัดอรุณ

เมื่อพระเจ้าตากสินมหาราชทรงเห๊นว่ากรุงศรีอยุธยาถูกพม่าเผาทำลายจนยากที่จะบูรณะกลับคืนได้ ประกอบพระองค์ทรงมีกำลังพลไม่มากนัก จึงโปรดให้ตั้งกรุงธนบุรีเป็นราชธานีแทนและได้ทรงสร้างพระราชวังใหม่ มีการขยายเขตพระราชฐาน เป็นเหตุให้วัดแจ้งตั้งอยู่กลางพระราชวัง ในช่วงเวลาที่กรุงธนบุรีเป็น ราชธานี ถือกันว่าวัดแจ้ง เป็นวัดคู่บ้าน คู่เมือง เนื่องจากเป็นที่ประดิษฐาน พระแก้วมรกต ซึ่งพระยามหากษัตริย์ศึก (พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช) ได้ อัญเชิญมาจากประเทศลาวในคราวที่เสด็จตีเมืองเวียงจันทร์ ได้ในปี พ.ศ. ๒๓๒๒ จนกระทั่งสิ้นสมัยกรุงธนบุรี

อนุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒

เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก มหาราช รัชกาลที่ ๑ เสด็จเถลิงถวัลราชสมบัติ ได้โปรดให้สร้างราชธานีใหม่ ณ กรุงรัตนโกสิน และได้ทรงอัญเชิญพระแก้วมรกตมาประดิษฐาน ณ วัดพระศรีรัตนศาสดารามเมื่อปี ๒๓๒๗ นอกจากนั้นพระองค์ทรงมอบหมายให้สมเด็จ พระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้ากรมหลวงอิสุนทร (ร. ๒) เป็นผู้ดำเนินการปฏิสังขรณ์วัดแจ้งแต่ยังไม่ทันแล้วเสร็จ พรองค์ก็เสด็จสวรรคตในปี ๒๓๕๒ หลังจากสิ้นรัชกาลที่ ๑ แล้ว พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ ได้ทรงดำเนินการปฏิสังขรณ์ต่อจนเสร็จ ทั้งได้ทรงปั้นหุ่นพระพุทธรูปด้วยฝีพระหัตถ์ และโปรดให้หล่อขึ้นประดิษฐานเป็นพระประธานในพระอุโบสถ แล้วโปรดพระราชทาน พระนามวัดว่า “วัดอรุณราชธาราม”

ศาลาหน้าวัด

ในสมัย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓  โปรดให้ปฏิสังขรณ์วัดอรุณฯ ใหม่หมด พร้อมทั้งโปรด ให้ก่อสร้างพระปรางค์ตามแบบที่ทรงคิดขึ้นด้วย จนสำเร็จเป็นพระเจดีย์สูง ๑ เส้น ๑๓ วา ๑ ศอก ๑ คืบ กับ ๑ นิ้ว ฐานกลมวัดโดยรอบได้ ๕ เส้น ๓๗ วา

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔  เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ ในปี พ.ศ.๒๓๙๔ พระองค์ได้โปรดให้สร้างและปฏิสังขรณ์สิ่งต่างๆ ในวัดอรุณฯ  เพิ่มเติมอีกหลายอย่าง อีกทั้งยังได้อัญเชิญ พระบรมอัฐิของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย  มาบรรจุไว้ที่ พระพุทธอาสน์ของพระประธานในพระอุโบสถ  ที่พระองค์ทรงพระราชทานนามว่า “พระพุทธธรรมมิศรราชโลกธาตุดิลก” และเมื่อได้ทรงปฏิสังขรณ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว  จึงได้พระราชทานนามวัดเสียใหม่ว่า  ‘วัดอรุณราชวราราม’ ดังที่เรียกกันมาจนถึงปัจจุบัน

ฐานพระปรางค์ลักษณะฐานซ้อนฐานมีพญามาร พญากระบี่และเทวดายืนแบก

วัดอรุณฯได้รับพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์พระอุโบสถในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ เกิดเพลิงไหม้พระอุโบสถ จึงใหม่เกือบทั้งหมด ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ มีการบูรณะปฏิสังขรณ์หลายอย่าง โดยเฉพาะพระปรางค์วัดอรุณฯ ได้รับการปฏิสังขรณ์เป็นการใหญ่ มีการประกอบพิธีบวงสรวงก่อนเริ่มการบูรณะพระปรางค์ใน วันพุธที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๑๐ และการบูรณะก็สำเร็จด้วยดี

ความสำคัญและสิ่งสำคัญในวัดอรุณราชวรารามราชมหาวรวิหาร 

วัดอรุณฯเคยเป็นที่ประดิษฐานของพระแก้วมรกฏ ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๓๒๒ – ๒๓๒๗ เป็นวัดที่อยู่ในเขตพระราชวังในสมัยกรุงธนบุรีเป็นราชธานี ดังเช่น วัดมหาธาตุ สมัยกรุงสุโขทัย วัดพระศรีสรรเพชญ์ สมัยกรุงศรีอยุธยา และวัดพระศรีรัตนศาสดาราม สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ และใต้พระประธานในพระอุโบสถของวัด เป็นที่บรรจุพระบรมอัฐิของพระบาทสมเจพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ ตลอดจนถือว่าเป็นวัดประจำรัชกาลที่ ๒

พระพุทธรูป 

พระประธานในพระอุโบสถ พระประธานในพระอุโบสถวัดอรุณราชวรารามมีพระนามว่า “พระพุทธธรรมมิศรราชโลกธาตุดิลก” ซึ่งรัชกาลที่ ๔ ทรงพระราชทานพระนามให้ กล่าวกันว่า พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงปั้นหุ่นพระพักตร์ด้วยพระองค์เอง เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง ๓ ศอกคืบ ประดิษฐานเหนือแท่นไพที บนฐานชุกชี มีพระพุทธรูปสาวก ๒ องค์ ระหว่างกลางผ้าทิพย์ตรงพัดยศบรรจุพระบรมอัฐิของรัชกาลที่ ๒

พระประธานในพระอุโบสถและสาวกสององค์

ภายในพระอุโบสถเป็นภาพวาดชาดกตอน “ทศชาติ” ภาพพุทธประวัติตอนรับช้าวมธุปยาส ปฐมเทศนา โปรดพระมารดา และตอนชนะมาร

ภาพวาดนิทานชาดกเรื่องทศชาติ

ภายนอกพระอุโบสถมีตุ๊กตาหินแบบสิงโตจีน ทหารจีน คนจีนนั่งบนเก้าอี้เรีนงรายรอบพระอุโบสถ นอกจากนั้นยังมีพระเจดีย์หิน ๔ องค์ประจำอยู่ ๔ ทิศ มีช่อง ๘ ช่อง บรรจุต็กตาจีน “โป๊ยเซียน” ๘ ตัว

พระประธานในพระวิหาร พระนามว่า “พระพุทธชัมภูนุชมหาบุรุษลักขณาอสีตยานุบพิตร” เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง ๖ ศอก หล่อขึ้นในปี พ.ศ. ๒๓๘๒ รัชสมัยรัชกาลที่ ๓ ด้านหน้ามี “พระอรุณ” หรือ “พระแจ้ง” ประดิษฐานอยู่บนฐานชุกชี หน้าตักกว้าง ๕๐ ซม. เป็นพระพุทธรูปที่อัญเชิญมาจากเวียงจันทร์เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๑๐ และยังมีพระพุทธรูปสมัยสุโขทัยขนาดหน้าตักกว้าง ๗๐ ซม. ประดิษฐานอยู่บนแท่นหน้าพระอรุณในพระวิหาร

พระประธานในพระวิหาร พระแจ้ง และพระสมัยสุโขทัย

พระปรางค์ หรือที่เรียกกันติดปากว่า “พระปรางค์วัดอรุณฯ”  

เป็นพระปรางค์ที่ก่อสร้างโดยช่างฝีมือ มีความสวยสดงดงามมาก เป็นศิลปะแบบขอม จัดเป็นปูชนียสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศ เป็นสถานที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ

พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงมีพระราชศรัทธาและพระราชปรารพว่าให้เสริมสร้างพระปรางค์องค์นี้ให้สูงใหญ่กว่าเดิม เพื่อเป็นศรีสง่าแก่พระนคร ซึ่งเดิมเป็นพระธาตุมีขนาดความสูง ๘ วา หรือ ๑๖ เมตร แต่เมื่อวางผังกำหนดการก่อสร้างได้เพียงการขุดฐานราก ก็ทรงเสด็จสวรรคตเสียก่อน ต่อมาสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงโปรดให้ดำเนินการต่อเพื่อสนองพระราชประสงค์ของพระราชบิดา โดยกำหนดให้สร้างสูง ๑ เส้น ๑๓ วา ๑ ศอก ๑ คืบกับ ๑ นิ้ว (เท่ากับความสูง ๖๗ เมตร เอกสารบางฉบับบอกความสูงเป็นมาตรเมตริก ๘๑ เมตร) ฐานพระปรางค์กลมยาว ๕ เส้น ๑๗ วา (เท่ากับความยาวฐาน ๒๓๔ เมตร) แต่สร้างเสร็จแค่ยกยอดนภศูลและพระมหามงกุฎต่อไว้บนยอด ใช้เวลาก่อสร้างถึง ๙ ปี ก็สิ้นรัชกาลเสียก่อนจัดงานฉลอง

ในรัชสมัยรัชกาลที่ ๔ ได้ทรงสร้างมณฑปเพิ่มเติม ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๕๒ รัชสมัยรัชกาลที่ ๕ได้ทรงโปรดให้บูรณะปฏิสังขรณ์ มีการประดับด้วยกระเบื้องเคลือบสี ลายดอกไม้ ใบไม้ เปลือกหอยสีต่างๆ ตลอดจนเครื่องถ้วยชามเบญจรงค์ซึ่งมีลวดลายงดงามเป็นของเก่าหายาก ทำให้ดูวิจิตร ตระกานตาเป็นอย่างยิ่ง

ลักษณะทั่วไป ฐานพระปรางค์มีลักษณะทรงกลม จากพื้นฐานขึ้นไปถึงยอดสุด บริเวณรอบๆพื้นฐานมีตุ๊กตาจีนหินสลักเป็นรูปคนและสัตว์เรียงรายอยู่โดยรอบ มีกำแพงล้อม มีประตูด้านทิศตะวันออก ๓ ประตู ทิศตะวันตก ๒ ประตู ที่ประตูประดิษฐานพระราชลัญจกรประจำรัชกาลที่ ๑ – ๕ ตามลำดับ  ลักษณฐานะอีกอย่างคือเป็นมีฐานซ้อนฐาน ๔ ชั้น ฐานชั้นล่างสุดมีปรางค์เล็กๆประจำอยู่ ๔ มุม ฐานชั้นที่ ๒ มีมณฑปประจำอยู่ ๔ ทิศ แต่ละมณฑปมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ภายใน เป็นปางประสูติ ปางตรัสรู้ ปางปฐมเทศนา และปางปรินิพพาน ฐานชั้นที่ ๓ มีรูปพระยามารหรือยักษ์ ๖๔ ตนแบกอยู่ ฐานชั้นที่ ๔ มีรูปพญากระบี่หรือวานร ๕๖ ตนแบก ชั้นบนหรีอเหนือฐานชั้นที่ ๔ มีรูปปั้นพระพรหมหรือเทวดา ๕๒ องค์แบกฐานไว้ ระหว่างช่องมีรูปกินนรและกินรีสลับกันโดยรอบ เหนือขึ้นไปเป็นซุ้มคูหามีรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ เหนือซุ้มคูหามีรูปพระนารายณ์ทรงครุฑจับนาคแบกพระปรางค์อยู่โดยรอบประมาณ ๑๖ องค์ ยอดพระปรางค์เป็นนภศูลและพระมหามงกุฏปิดทอง

พญามารแบกฐาน

 
 
 

พญากระบี่แบก

เทวดาแบก

ครุฑแบกพระนารายณ์แบก

พระปรางค์องค์เล็กล้อมพระปางค์ ๔ ด้าน

ยอดนภศูรและมหามงกุฏ

พระปรางค์ และมณฑป ๔ ทิศ

ส่วนรอบๆพระปรางค์ใหญจะประกอบด้วยพระปรางค์เล็ก ๔ องค์รูปร่างคล้ายกันเรียงรายรอบ ๔ ทิศ ทิศละองค์ คือทิศเหนือ ทิศตะวันออก ทิศใต้ และทิศตะวันตก ภายในมีรูปพระอินทร์ทรง ช้างเอราวัณ กำแพงแก้วกั้น มีฐานทักษิณ ๓ ชั้น มีรูปปั้นมารและกระบี่แบกฐานสลับกัน นอกจากนั้นมีซุ้ม ๔ ซุ้ม มีพระนารายณ์อวตาล เชื่อว่าเพื่อปราบคนชั่วและสถาปนาธรรมขึ้นในโลก เหนือขึ้นไปเป็นยอดปรางค์ มีเทพพนม นรสิงห์ เพื่อปราบยักษ์

พระปรางค์และมณฑปรอบพระปรางค์ ๔ ทิศ

พระวิหารน้อยพระเจดีย์จุฬามณี และโบสถ์น้อย

ตั้งอยู่ด้านหน้าของพระปรางค์ พระวิหารน้อยเป็นพระวิหารขนาดเล็กภายในประดิษฐานพระเจดีย์ขนาดเล็ก ส่วนโบสถ์น้อยนั้นภายในประดิษฐานพระรูปปั้นของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช นอกจากนั้นยังมีพระแท่นบรรทมของพระเจ้าตากสินที่ทำจากไม้แผ่นเดียวซึ่งมีขนาดใหญ่หายากรวมทั้งพระแสงสาตราวุธที่ใช้ในการศึกสงคราม

พระรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินในโบสถ์น้อย

 
 
 

พระแท่นบรรทมสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

พระเจดีย์ภายในวิหารน้อยจุฬามณี

ยักษ์เฝ้าประตูทางเข้าพระอุโบสถ

ยักษ์วัดแจ้งเฝ้าหน้าทางเข้าพระอุโบสถ 

ยักษ์วัดแจ้งมีชื่อเสียงโด่งดังจนถูกนำมาแต่งเป็นเพลงคู่กับยักษ์วัดโพธิ์ เป็นยักษ์รูปปั้นขนาดใหญ่ ๒ ตนยืนเฝ้าประตูทางเข้าพระอุโบสถ ทำให้เป็นจุดเด่นและดูสวยงาม

อนุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ 

ภายนอกพระอุโบสถริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีอนุสาวรีย์ของรัชกาลที่ ๒ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้สร้าง

อ้างอิง:

1.หนังสือ “สิ่งน่ารู้ในวัดอรุณราชวราราม”, รวบรวมโดย พระมหาสวัสดิ์ อหึสโก, พิมพ์ที่โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, พ.ศ. 2544

2.หนังสือ “วัดอรุณราชวราราม”, จัดพิมพ์โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยร่วมกับมูลนิธิส่งเสริมวัฒนธรรมและบริการสังคมนานาชาติ เพื่อน้อมถวายเป็นพุทธบูชาในโอกาสสมโภชพระอารามหลวงครบ ๒๒๙ ปี (๒๓๑๐ – ๒๕๓๙)

3.เส้นทางบุญ ๙ วัด ๙ รัชกาล, โดย วัลลภ คล่องพิทยาพงษ์, จัดพิมพ์โดย ส เจริญการพิมพ์, พ.ศ. ๒๕๕๑

4. http://allknowledges.tripod.com/prangwatchaeng.html

Tags: , ,

Leave a Reply

พระแก้วมรกตจำลองเครื่องทรงฤดูร้อนจากนิลดำ

พระบรมมหาราชวัง เป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สำคัญ

พระที่นั่งไอย์ศูรย์ทิพยอาสน์ พระราชวังบางปะอิน

หุ่นกระบอกงานหัตถกรรมช่างฝีมือไทย

รถยนต์ประหยัดพลังงานไฮบริดระหว่างไฟฟ้า 100% และน้ำมัน

ไหมไทยกับแฟชั่น เอกลักษณ์เด่นของไทย

เรือไม้ประดิษฐ์

Metal Crafting

Gallery

pr-600-400-king-7 dsc01367 dsc01364 dsc01366

เรียนภาษาอังกฤษ

English Speaking Youtube

มูลนิธิสัมมาชีพ

ตลาดหุ้นไทย

ตลาดหุ้นโลก

อัตราแลกเปลี่ยน ธปท

อัตราแลกเปลี่ยน

The Japan Times

Asahi Shimbun English

Chinadaily

Xinhua News

Koreatimes

Korea Herald

Aljazeera

หนังสือพิมพ์ข่าว

ข่าวหุ้นออนไลน์

ข่าวหุ้น

World Economic Forum

world bank

UA-28221961-1