วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม

Wednesday, April 13, 2011
By admin
FacebookTwitterGoogle+LinkedInGoogle BookmarksGoogle GmailYahoo MailShare
วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์)  “วัดโพธิ์” หรือมีนามทางราชการว่า  “วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร”  เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก เดิมเป็นวัดโบราณซึ่งคาดว่าสร้างขึ้นสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีในรัชสมัยสมเด็จพระเพทราชา เป็นวัดที่ราษฎรสร้างขึ้นและให้ชื่อว่าวัด “โพธาราม” จึงได้เรียกกันต่อมาโดยย่อว่า “วัดโพธิ์” ได้รับการยกฐานะเป็นพระอารามหลวงในสมัยกรุงธนบุรีเป็นราชธานี (หนังสือสิริมงคลวัดโพธิ์) ภายหลังวัดแห่งนี้ก็ได้ถือว่าเป็นพระอารามหลวงประจำรัชกาลที่ ๑

ท่าโยคะซึ่งเปรียบเสมือนวิชากายภาพบำบัดในปัจจุบัน

เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงขึ้นครองราชย์ในปี พ.ศ. 2325 ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2532 ซึ่งเป็นปีที่ 8 ในรัชกาล ทรงเห็นว่าวัดโพธารามชำรุดทรุดโทรมมาก จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ขุนนางเจ้าทรงกรม ช่างสิบหมู่อำนวยการบูรณะปฏิสังขรณ์วัดเริ่มเมื่อปี พ.ศ. 2331 ใช้เวลา ๗ ปี ๕ เดือน ๒๘ วัน จึงแล้วเสร็จ และโปรดฯ ให้มีการฉลองเมื่อ พ.ศ. ๒๓๔๔ พระราชทานนามใหม่ว่า “วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาวาศ” ต่อมารัชกาลที่ ๔ ได้โปรดฯ ให้เปลี่ยนท้ายนามวัดเป็น “วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม”   

ในรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ได้มีการปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ใช้เวลานานถึง ๑๖ ปี ๗ เดือน โดยระดมช่างในราชสำนัก ช่างวังหลวง ช่างวังหน้า และช่างพระสงฆ์ที่อยู่ในวัดต่างๆ ผู้เชี่ยวชาญงานศิลปกรรมแต่ละสาขาช่วยกันทุ่มเทผลงานสร้างสรรค์พุทธสถานและสรรพสิ่งที่ประดับอยู่ในวัดพระอารามหลวง และได้ขยายเขตพระอารามด้านใต้และตะวันตกคือ ส่วนที่เป็นพระวิหารพระพุทธไสยาสสวนมิสกวัน สถาปนาขึ้นใหม่ พระมณฑป ศาลาการเปรียญ และสระจระเข้บูรณะปฏิสังขรณ์ใหม่เป็นโบราณสถานในพระอารามหลวงที่ปรากฏอยู่ทุกวันนี้ ด้วยพลังศรัทธาตามพระราชประสงค์ของพระองค์เพื่อให้เป็นแหล่งรวมสรรพศิลป์ สรรพศาสตร์ ที่เป็นภูมิปัญญาไทยไว้ และได้ทรงโปรดให้นำสรรพวิชาความรู้ทั้งหลายทั้งปวงจารึกลงบนแผ่นศิลาประดับไว้ตามระเบียงคตและศาลารายต่างๆ เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้ทำการศึกษา วัดโพธิ์จึงได้รับการยกย่องว่าเป็นเสมือนมหาวิทยาลัยเปิดแห่งสรรพวิชาไทย เป็นมรดกให้ลูกหลานไทยได้เรียนรู้กันอย่างไม่รู้จบสิ้น ตามพระราชปณิธานของพระองค์

สถาปัตยกรรม ศิลปกรรม ศิลาจารึก และรูปปั้นโยคะ ของวัดโพธิ์ล้วนเป็นสรรพวิชาสำหรับคนรุ่นหลังได้ศึกษาหาความรู้ได้อย่างไม่จบสิ้น

ถ้าจะสรุปสรรพวิชาการที่ได้รับการรวบรวมและจารึกไว้ในแผ่นศิลาอาจแยกออกได้เป็นหมวดๆดังนี้คือ

  1. หมวดวิชาแพทย์ศาสตร์และเภสัชศาสตร์  ในรัชกาลที่ ๑ และรัชกาลที่ ๓ ได้โปรดให้รวบรวมตำรายาไทยแผนโบราณ ชื่อพรรณไม้ สมุนไพร วิชาการนวดแผนโบราณ วิชาการด้านกายภาพบำบัดหรือฤษีดัดตน จารึกไว้บนแผ่นศิลา ทำให้ประชาชนทั่วไปสามารถศึกษาและนำไปเยียวยารักษาความเจ็บไข้ของตน
  2. หมวดวิชาประวัติศาสตร์และโบราณคดี ทางวัดได้สร้างรูปชาวต่างประเทศไว้ 32 ชาติพันธุ์เพื่อเป็นความรู้ด้านมานุษย์วิทยา มีพิพิธภัณฑ์สำหรับรวบรวมสิ่งของต่างๆ ในวัดมีเจดีย์มากถึง ๙๙ องค์ พระพุทธรูปสำริดและรูปพระอรหันต์และพระพุทธรูปปั้นรวมทั้งสิ้น ๘๗๒ องค์ มีเสนาสนะสิ่งก่อสร้างราว ๒๓๗ หลัง มีภาพจิตรกรรม ตุ๊กตาจีน ประเพณีงานบุญ ประวัติพระสังฆราชและผู้ปกครองวัด ซึ่งล้วนน่าศึกษาหาความรู้ได้ทั้งสิ้น
  3. หมวดวิชาอักษรศาสตร์ ได้รวบรวมนักปราชญ์ราชบัณฑิตย์ช่วยกันแต่ง โครง ฉันท์ กาพย์ กลอนกลบท และกลอักษรต่างๆ ไว้มากมาย อีกทั้งได้แสดงรูปแบบฉันทลักษณ์ไว้เป็นตัวอย่าง สมุดข่อย ใบลาน ตำรา ศิลาจารึก และห้องสมุดพร้อมทุกด้าน
  4. วิชาสถาปัตยกรรมไทยและช่างสิบหมู่ ด้วยมีสิ่งก่อสร้างเป็นจำนวนมาก หลายยุคหลายสมัย ทำให้มีรูปแบบต่างๆมากมาย ทั้งแบบไทย จีน ฝรั่ง มีทั้งงานจิตรกรรม ปฏิมากรรมปูนปั้น สถาปัตยกรรม งานแกะสลัก งานประดับตกแต่งเป็นต้น ทำให้เหมาะสำหรับการศึกษาป็นอย่างยิ่ง

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม มีความหมายว่า วัดแห่งสิริมงคล ภายในวัดประกอบด้วยสัญลักษณ์แห่งสิริมงคล สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ปฏิมากรรม และศิลปกรรม มากมาย สมควรได้รับการศึกษา

สัญลักษณ์แห่งสิริมงคล 

มีสัญลักษณ์หลายประการ เช่น มงคลสูตร ๓๘ ประการ มงคล ๑๐๘ ใต้พระพุทธบาทลักษณะ

พระพุทธรูป  ประกอบด้วย

พระพุทธไสยาส ประทับอยู่ในพระวิหารพระพุทธไสยาส เป็นพระนอนที่ใหญ่ที่สุดและงดงามที่สุดองค์หนึ่งของไทย สร้างในรัชสมัยรัชกาลที่ ๓ ที่ฝ่าพระบาทสลักลายประดับมุกเป็นภาพมงคล ๑๐๘ ประการ โดยมีภาพเหมือนกันทั้งพระบาทซ้ายและพระบาทขวา

พระพุทธไสยาสน์และ ๑๐๘ สิริมงคลใต้พระบาทองค์พระ

พระพุทธเทวปฏิมากร เป็นพระประธานในพระอุโบสถ เป็นพระพุทธรูปหล่อด้วยสำริดปิดทอง ปางสมาธิ เป็นพระพุทธรูปสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา ภายในองค์พระบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ในรัชสมัยรัชกาลที่ ๔ ได้โปรดเกล้าให้บรรจุพระบรมอัฐิรัชกาลที่ ๑ ลงที่ใต้พระแท่นองค์พระประธานไว้ด้วย

พระพุทธเทวปฏิมากร พระประธานในพระอุโบสถวัดโพธิ์

พระพุทธโลกนารถ เป็นพระพุทธรูปยืนหล่อด้วยโลหะที่สูงที่สุด ปางห้ามพระแก่นจันทร์  อัญเชิญมาจากวัดพระศรีสรรเพชญ์ กรุงศรีอยุธยา มีความประณีตและงดงามมาก

พระพุทธชินสีห์หรือพระนาคปรก เป็นพระพุทธรูปนั่ง สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกโปรดเกล้าฯให้อัญเชิญมาจากสุโขทัย ฐานพระเป็นรูปพระยานาคมี ๗ เศียร ขดเป็นบัลลังก์นั่ง ๔ ชั้น  

พระพุทธชินราชหรือพระโปรดปัญจวัคคีย์ เป็นพระพุทธรูปนั่ง อัญเชิญจากสุโขทัยพร้อมกับพระพุทธชินสีห์ มีพระปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕ นั่งฟัง มีพระธรรมจักรอันเป็นสัญลักษณ์แห่งการปฐมเทศนาอยู่ข้างหน้า

นอกจากนั้นยังมีพระพุทธรูปอีกจำนวนมากตั้งอยู่ตามระเบียงสองชั้นรอบพระอุโบสถ เป็นพระพุทธรูปเก่าสร้างในสมัยต่างๆ ทั้ง สมัยเชียงแสน สุโขทัย อู่ทอง อยุธยา ซึ่งรัชกาลที่ ๑ ได้รวบรวมมาจากสถานที่ต่างๆ

พระเจดีย์  

 
 
 
 
 

พระเจดีย์ในวัดพระเชตุพนฯ

วัดโพธิ์ มีพระเจดีย์มากมาย พระเจดีย์ราย เจดีย์แบบจีน และพระมหาเจดีย์ สำหรับพระมหาเจดีย์มีทั้งหมด ๔ องค์ ขนาดสูง ๒๐ วา ๒ ศอกเท่ากัน

พระมหาเจดีย์องค์แรก มีพระนามว่า “พระเจดีย์ศรีสรรเพชญดาญาณ” เป็นพระเจดีย์องค์กลางสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๑ เพื่อบรรจุพระพุทธศรีสรรเพชญ์ เป็นพระพุทธรูปยืนสูง ๘ วา

พระเจดีย์องค์ที่สอง มีพระนามว่า “พระมหาเจดีย์ดิลกธรรมกรกนิธาน” สมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสร้างถวายแด่พระชนกนาถ

พระเจดีย์องค์ที่สาม มีพระนามว่า “พระมหาเจดีย์มุนีบัตบริขาร” เป็นพระเจดีส่วนพระองค์ของรัชกาลที่สาม

พระเจดีย์องค์ที่สี่ มีพระนามว่า “พระมหาเจดีย์ทรงพระศรีสุริโยทัย” เป็นพระเจดีย์ที่ถอดแบบมาจากพระเจดีย์ศรีสุริโยทัยที่วัดสวนหลวงสบสวรรค์ กรุงศรีอยุธยา

หมู่พระมหาเจดีย์ประดับด้วยกระเบื้องสีต่างๆกัน องค์แรกเป็นกระเบื้องสีเขียวถือเป็นพระเจดีย์ประจำรัชกาลที่ ๑ องค์สองเป็นกระเบื้องสีเหลืองถือเป็นพระเจดีย์ประจำรัชกาลที่ ๒ องค์สามเป็นกระเบื้องสีแสดถือเป็นพระเจดีย์ประจำรัชกาลที่ ๓ และองค์สี่เป็นกระเบื้องสีขาบ (สีน้ำเงินปนม่วง) ถือเป็นพระเจดีย์ประจำรัชกาลที่ ๔

ตำราสอนนวดแผนดบราณและรูปปูนปั้นฤาษ๊ดัดตน 

เป็นตำราสลักอักษรวิธีการนวด และมีภาพแสดงจุดต่างๆบนร่างกายของคน ตลอดจนรูปปูนปั้นฤาษ๊ที่เป็นท่าต่างๆที่เรียกว่า “โยคะ” เป็นท่ากายภาพบำบัด ประดับไว้บนภูเขาจำลอง ปกติท่าฤาษีดัดตนจะมีทั้งหมดประมาณ ๘๐ ท่า แต่รูปปูนปั้นในวัดจะมีประมาณ ๓๐ กว่าท่า

ตุ๊กตาศิลาจีน 

ถ้าศึกษาความหมายตุ๊กตาปั้นตามแบบจีน จะพบว่ามีความหมายแตกต่างกัน เป็นตุ๊กตามงคล ตุ๊กตาเทพยดาและเทพธิดา ตุ๊กตาขุนนางที่ได้รับยกย่องนับถือให้เป็นเทพ นักบวช ตุ๊กตาขุนนางจีนในประวัติศาสตร์ซึ่งมีทั้งบุ๋นทั้งบู้  หรือตุ๊กตาตัวละคร แล้วนำไปประดับตกแต่งยังสถานที่ต่างๆตามแต่โอกาสหรือตามแต่ขนบธรรมเนียมประเพณีของแต่ละแห่ง

ตุ๊กตาปั้นจีนในวัดพระเชตุพนฯ

สำหรับที่มาของตุ๊กตาปั้นจีนเหล่านี้เล่ากันต่อๆมาว่า เกิดจากการค้าขายโดยแล่นเรือสำเภาไปกลับระหว่างประเทศสยามและจีนตั้งแต่สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์หรืออาจก่อนหน้านั้น เมื่อบรรทุกสินค้าจากจีนมาสยามถ้าเรือมีน้ำหนักเบาไป ก็จะบรรทุกตุ๊กตาเพื่อถ่วงน้ำหนัก ขากลับจะบันทุกสินค้าจากสยามไปจีนซึ่งถ้าสินค้ามีน้ำหนักมากพอ ก็จะทิ้งตุ๊กตาปั้นจีนไว้ ซึ่งคนในสมัยก่อนพากันเรียกตุ๊กตาปั้นเหล่านี้ว่า “อับเฉา” แต่ด้วยความคิดสร้างสรรค์ของคนไทย ได้นำตุ๊กตาปั้นเหล่านี้มาประดับตกแต่งทำให้ดูสวยงาม ต่อมาคณะสงฆ์วัดโพธิ์ได้นำความหมายอันเป็นมงคลดั้งเดิมของตุ๊กตาอับเฉาเหล่านี้มาทำให้เป็นสิริมงคลกับตุ๊กตาปั้นเหล่านี้ในวัดโพธิ์

ในบริเวณวัดโพธิ์ มีตุ๊กตารูปปั้นที่มีขนาดต่างๆกัน และมีความหมายแตกต่างกัน ซึ่งคนไทยอาจจะไม่ค่อยสนใจในความหมายมากนัก เพียงแต่เห็นว่ามีความสวยงาม สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตามตุ๊กตาที่พบเห็นในวัดโพธิ์มีหลายแบบ เช่น เป็นรูปขุนนางจีน ขุนนางจีนแต่งกายแบบตะวันตก  ตุ๊กตารูปสัตว์มงคล รูปนักบวช ฯลฯ ต่อมาได้มีผู้พยายามเชื่อมโยงความหมายอับเป็นสิริมงคลตามความหมายดั้งเดิมของจีน แต่ก็ยังไม่เป็นที่แพร่หลายนัก

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร หรือ วัดโพธิ์ เป็นวัดที่มีความสำคัญเชิงประวัติศาสตร์ของไทย เป็นวัดที่มีสิริมงคล และทีสำคัญเป็นวัดประจำรัชกาลที่ ๑ 

 

อ้างอิง:

1.หนังสือ “ตุ๊กตาศิลาจีน วัดโพธิ์”(The Chinese Stone Figurines of Wat Pho) จัดพิมพ์โดยคณะพระสงฆ์วัดโพธิ์ 2005.

2.หนังสือ “สิริมงคลวัดโพธิ์”, จัดพิมพ์โดยคณะสงฆ์วัดพระเชตุพนเป็นที่รฤกฉลองอายุวัฒนมงคล ๙๐ ปี พระธรรมปัญญาบดี, เขียนโดย ศานติ-นวรัตน์ ภักดีคำ, 2549.

3.หนังสือ “เส้นทางบุญ ๙ วัด ๙ รัชกาล”, รวบเรียงและถ่ายภาพโดย วัลลภ คล่องพิทยาพงษ์, จัดพิมพ์โดย ส เจริญ การพิมพ์, 2551.

4. http://www.dhammathai.org/watthai/bangkok/watpho.php

Tags: ,

Leave a Reply

พระแก้วมรกตจำลองเครื่องทรงฤดูร้อนจากนิลดำ

พระบรมมหาราชวัง เป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สำคัญ

พระที่นั่งไอย์ศูรย์ทิพยอาสน์ พระราชวังบางปะอิน

หุ่นกระบอกงานหัตถกรรมช่างฝีมือไทย

รถยนต์ประหยัดพลังงานไฮบริดระหว่างไฟฟ้า 100% และน้ำมัน

ไหมไทยกับแฟชั่น เอกลักษณ์เด่นของไทย

เรือไม้ประดิษฐ์

Metal Crafting

Gallery

dsc01366 pr-600-400-king-11 photo-vr-resize-1000-handicraft-2 dsc01367

เรียนภาษาอังกฤษ

English Speaking Youtube

มูลนิธิสัมมาชีพ

ตลาดหุ้นไทย

ตลาดหุ้นโลก

อัตราแลกเปลี่ยน ธปท

อัตราแลกเปลี่ยน

The Japan Times

Asahi Shimbun English

Chinadaily

Xinhua News

Koreatimes

Korea Herald

Aljazeera

หนังสือพิมพ์ข่าว

ข่าวหุ้นออนไลน์

ข่าวหุ้น

World Economic Forum

world bank

UA-28221961-1