วันสงกรานต์

Thursday, April 7, 2011
By admin
FacebookTwitterGoogle+LinkedInGoogle BookmarksGoogle GmailYahoo MailShare

วันสงกรานต์

 

ภาพตุ๊กตาจำลองขบวนแห่นางสงกรานต์ทั้ง ๗ ภาพถ่ายจาก bangkok dolls

วันสงกรานต์หรือวันตรุษสงกรานต์เป็นวัฒนธรรมประจำชาติที่งดงาม จัดเป็นประเพณีเก่าแก่ของไทยที่โดดเด่นและฝังลึกเข้าไปในวิถีชีวิตของคนไทยมาแต่โบราณกาล จนกระทั่งเป็นที่รู้จักของชาวต่างชาติเป็นอย่างดี สมควรที่คนไทยจะช่วยกันรักษา ส่งเสริม และเผยแผ่ประเพณีสงกรานต์อันงดงามนี้ให้คงอยู่สืบไปอย่างยาวนาน

คำว่าตรุษแปลว่า “ตัด” หรือ “ขาด” สงกรานต์แปลว่า “ย่างขึ้น” หรือ “ก้าวขึ้น” ดังนั้น ตรุษสงกรานต์ จึงแปลว่า ผ่านพ้นปีเก่าก้าวขึ้นปีใหม่ตามปฏิทินสุริยคติทางประเพณีไทยโบราณ ซึ่งตกวันที่ 13-14-15 เมษายน ของทุกปี ชาวบ้านโดยทั่วไปจึงถือว่าเป็นวันขึ้นปีใหม่แบบไทย โดยแต่ละวันจะมีความหมายดังนี้

วันที่ 13 เมษายน เรียกว่า “วันมหาสงกรานต์” เป็นวันนักขัตฤกษ์ขึ้นปีใหม่อย่างเก่า เริ่มตั้งแต่พระอาทิตย์ย่างขึ้นสู้ราศีเมษ ซึ่งเรียกกันว่าวันมหาสงกรานต์

วันที่ 14 เมษายน เรียกว่า “วันเนา” เป็นวันถัดจากวันมหาสงกรานต์ก่อนหน้าวันเถลิงศก

วันที่ 15 เมษายน เรียกว่า “วันเถลิงศก” เป็นวันทางโหราศาสตร์ที่พระอาทิตย์โคจรขาดจากราศีมีนสู่ราศีเมษได้องศาหนึ่งแล้ว จึงถือเป็นวันขึ้นจุลศักราชใหม่หรือวันขึ้นปีใหม่อย่างสมบูรณ์

ในศิลาจารึกที่วัดพระเชตุพนมีปรากฏตำนานเกี่ยวกับวันสงกรานต์ว่า มีเศรษฐีคนหนึ่งไม่มีบุตร จึงได้ไปยังต้นไทร ณ วันนักขัตฤกษ์สงกรานต์ อธิฐานขอบุตร พระไทรย์จึงได้เหาะไปเฝ้าพระอินทร์ซึ่งได้กรุณาให้ธรรมบาลเทวบุตรลงไปเกิดเป็นลูกเศรษฐี ซึ่งได้ตั้งชื่อว่า ธรรมบาลกุมาร เมื่อกุมารเจริญเติบโตขึ้น ได้เรียนรู้ภาษานกและได้เป็นอาจารย์บอกมงคลการต่างๆแก่มนุษย์ทั้งปวง

ต่อมาได้มีกบิลพรหมองค์หนึ่งได้ลงมาถามปัญหาธรรมบาลกุมารสามข้อ โดยสัญญาว่าถ้าแก้ปัญหาได้จะตัดศรีษะตนเองบูชา แต่ถ้าแก้ไม่ได้จะตัดศรีษะธรรมบาลกุมารเสีย ปัญหาทั้งสามข้อมีดังนี้ ข้อที่ ๑ เช้าราศีอยู่แห่งใด ข้อ ๒ เที่ยงราศีอยู่แห่งใด และข้อ ๓ ค่ำราศีอยู่แห่งใด เวลาล่วงเลยไปหลายวัน ธรรมบาลกุมารก็ยังนึกตอบปัญหาไม่ได้ จึงได้ลงจากประสาทที่พักไปอาศัยใต้ต้นตาล ขณะนั้นได้ยินนกสองตัวผัวเมียพูดคุยกันถึงเหตุการณ์ระหว่างท้าวกบิลพรหมและธรรมบาลกุมาร นางนกตัวเมียจึงได้ถามตัวผู้ว่า แล้วจะต้องตอบปัญหาอย่างไร นกตัวผู้จึงเฉลยว่า เช้าราศีอยู่ที่หน้า มนุษย์ทั้งหลายจึงใช้น้ำล้างหน้า เที่ยงราศีอยู่ที่อก มนุษย์จึงใช้เครื่องใช้เครื่องหอมประพรมที่อก ส่วนค่ำนั้นราศีอยู่ที่เท้า มนุษย์จึงใช้น้ำล้างเท้า เมื่อธรรมบาลกุมารได้ยินดังนั้นจึงได้กลับขึ้นไปบนประสาท พร้อมตอบปัญหาในวันรุ่งขึ้น

เมื่อได้ตอบปัญหาแล้วจึงเป็นอันว่าท้าวกบิลพรหมยอมแพ้ ต้องตัดศรีษะตนเอง แต่เนื่องจากศรีษะของท้าวกบิลพรหมมีอานุภาพร้ายแรงมาก ถ้าตกถึงพื้นจะเกิดไฟประลัยกัลย์ล้างโลก ถ้าทิ้งไว้ในอากาศจะทำให้เกิดความแห้งแล้ง ฝนจะหยุดตก น้ำในมหาสมุทรจะเหือดแห้ง ท้าวกบิลพรหมจึงได้เรียกเทพธิดาทั้งเจ็ดองค์ซึ่งเป็นบริการิจาของพระอินทร์มาพร้อมกันและสั่งให้ผลัดเปลี่ยนกันคนละหนึ่งปี โดยนำเอาพระเศียรท้าวกบิลพรหมแห่รอบเขาพระสุเมร แล้วเชิญไปประดิษฐานไว้ในมณฑปถ้ำคันธุรีบนยอดเขาไกรลาส เมื่อครบหนึ่งปีแล้วจึงนำมาแห่ใหม่

เนื่องจากโลกสมมติว่า ปีหนึ่งมีวันสงกรานต์ครั้งหนึ่ง และธิดาทั้งเจ็ดของท้าวกบิลพรหมเป็นนางสงกรานต์ จึงผลัดเปลี่ยนเวรกันเชิญพระเศียรของท้าวกระบิลพรหมออกแห่รอบเขาพระสุเมรทุกปี เสร็จแล้วก็กลับไปยังเทวโลก

ภาพจำลองขบวนแห่นางสงกรานต์ทั้ง ๗ พร้อมพานรองรับพระเศียรท้าวกบิลพรหม

ต่อมาได้เกิดตำราทำนายเหตุการณ์ประจำปีตามลักษณะนางสงกรานต์ที่อยู่ประจำวันที่ตรงกับวันมหาสงกรานต์ เช่นปีนี้นางสงกรานต์กินถั่วกินงา ข้าวปลาจะอุดมสมบูรณ์ ปีนี้นางสงกรานค์กินเลือดจะมีเหตุการณ์วุ่นวาย ปีนี้นางสงกรานต์ถือปืนจะมีฝนฟ้าคะนอง เป็นต้น ส่วนธิดาทั้ง ๗ ของท้าวกบิลพรหมซึ่งถือเป็นเทพสมมตินางสงกรานต์มีลักษณะดังนี้

นางทุงษะ นางสงกรานต์ประจำวันอาทิตย์ แต่งตัวประดับดอกไม้เป็นดอกทับทิม เครื่องประดับปัทมราค ภักษาหารเป็นผลดอกมะเดื่อ พระหัตถ์ขวาทรงจักร พระหัตถ์ซ้ายทรงสังข์ มีครุฑเป็นพาหนะ

นางโคราค นางสงกรานต์ประจำวันจันทร์ แต่งตัวประดับดอกไม้ปีป เครื่องประดับมุกดา ภักษาหารน้ำมัน พระหัตถ์ขวาทรงพระขัณฑ์ พระหัตถ์ซ้ายทรงถึอไม้เท้า มีเสือเป็นพาหนะ

นางรากษส นางสงกรานต์ประจำวันอังคาร แต่งตัวประดับดอกบัวหลวง เครื่องประดับโมรา ภักษาหารโลหิต พระหัตถ์ขวาทรงตรีศูร พระหัตถ์ซ้ายทรงธนู มีสุกรเป็นพาหนะ

นางมัณฑา นางสงกรานต์ประจำวันพุธ แต่งตัวประดับดอกจำปา เครื่องประดับไพทูรย์ ภักษาหารนมเนย พระหัตถ์ขวาทรงเข็ม พระหัตถ์ซ้ายทรงไม้เท้า มีลาเป็นพาหนะ

นางกิริณี นางสงกรานต์ประจำวันพฤหัสบดี แต่งตัวประดับดอกมณฑา เครื่องประดับมรกต ภักษาหารถั่วงา พระหัตถ์ขวาทรงขอ พระหัตถ์ซ้ายทรงปืน มีช้างเป็นพาหนะ

นางกิมิทา นางสงกรานต์ประจำวันศุกร์ แต่งตัวประดับดอกจงกลนี เครื่องประดับบุษราคัม ภักษาหารกล้วยน้ำ พระหัตถ์ขวาทรงพระขรรค์ พระหัตถ์ซ้ายทรงพิณ มีกระบือเป็นพาหนะ

นางมโหทร นางสงกรานต์ประจำวันเสาร์ แต่งตัวประดับดอกสามหาว เครื่องประดับนิลรัตน์ ภักษาหารเนื้อทราย พระหัตถ์ขวาทรงจักร พระหัตถ์ซ้ายทรงตรีศูร มีนกยูงเป็นพาหนะ

กิจกรรมประเพณีสงกรานต์ที่ประชาชนคนไทยได้กระทำอย่างต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้ เช่นประเพณีการทำบุญ ประเพณีการบังสกุลอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับ ประเพณีสงน้ำพระพุทธรูปและพระเถระ ประเพณีรดน้ำญาติผู้ใหญ่ที่นับถือ ประเพณีสาดน้ำซึ่งน่าจะมีวิวัฒนาการจากการรดน้ำ ประเพณีสนุกสนานรื่นเริง นอกจากนั้นยังมีการละเล่นกีฬาพื้นเมือง เช่น เล่นสะบ้า เล่นหัวล้านชนกัน ฯลฯ หรืออาจมีการจัดประกวดเทพีสงกรานต์

ภาพจำลองการละเล่น ในเทศกาลวันสงกรานต์

ในอดีตวิถีชีวิตไทยจะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน เมื่อทุกคนเสร็จภาระกิจประจำวัน ก็จะมาอยู่ร่วมกันทานอาหารเย็น เสร็จแล้วอาจนั่งคุยพูดถึงเรื่องต่างๆ ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ถ่ายทอดเรื่องราวความรู้ ประสบการณ์ ภูมิปัญญา ค่านิยม จากผู้ใหญ่ไปสู่เด็กหรือจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง แต่วิถีชีวิตเกิดการเปลี่ยนแปลง ทำให้เกิดการแยกครอบครัวเพื่อหาเลี้ยงชีพ ทำให้ครอบครัวเกิดความห่างเหิน ทั้งผู้ชายและผู้หญิงที่แข็งแรงต้องย้ายเข้าตัวเมืองเพื่อหารายได้ เด็กต้องแยกจากครอบครัวไปเรียนหนังสือ ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวลดน้อยลง รัฐบาลในยุคพล อ. ชาติชาย ชุณหวัณ เล็งเห็นความสำคัญจึงได้เสนอเพิ่มวันหยุดสงกรานต์ยาวขึ้น เพื่อให้ทุกคนได้กลับบ้านอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา เป็นการกระชับความสัมพันธ์ของครอบครัวให้ดีขึ้น และได้ประกาศให้วันที่ 13 เม ย.เป็นวันผู้สูงอายุ เพื่อให้ทุกคนร่วมระลึกถึงบุญคุณของ ปู่ ย่า ตา ยาย หรือผู้สูงอายุ ผู้มีอุปการะคุณ อีกทั้งยังได้ประกาศให้วันที่ 14 เม ย. เป็นวันครอบครัว เพื่อให้สมาชิกทุกคนของครอบครัวกลับบ้านรวมตัวกัน เพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ ความอบอุ่น ความรัก ความเข้าใจดังเช่นในอดีต

อ้างอิง:

1.สงกรานต์ ๒๕๓๓, สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ, กระทรวงศึกษาธิการ ๒๕๓๓

2.ประเพณีท้องถิ่นภาคใต้, สมปราชญ์ อัมมะพันธุ์, สำนักพิมพ์โอเดี่ยนสโตร์, ๒๕๔๘, หน้า ๑๒

3.ศิลาจารึกวัดโพธิ์, จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์วัดโพธ์

4.ภาพประกอบเรื่องถ่ายจาก บ.บางกอกดอลล์ จำกัด ขอขอบคุณ คุณอาภัสสร์ จันทวิมล และทีมงาน

Tags: ,

Leave a Reply

พระแก้วมรกตจำลองเครื่องทรงฤดูร้อนจากนิลดำ

พระบรมมหาราชวัง เป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สำคัญ

พระที่นั่งไอย์ศูรย์ทิพยอาสน์ พระราชวังบางปะอิน

หุ่นกระบอกงานหัตถกรรมช่างฝีมือไทย

รถยนต์ประหยัดพลังงานไฮบริดระหว่างไฟฟ้า 100% และน้ำมัน

ไหมไทยกับแฟชั่น เอกลักษณ์เด่นของไทย

เรือไม้ประดิษฐ์

Metal Crafting

Gallery

dsc01366 pr-600-400-king-9 photo-vr-resize-1000-handicraft-2 pr-600-400-king-8

เรียนภาษาอังกฤษ

English Speaking Youtube

มูลนิธิสัมมาชีพ

ตลาดหุ้นไทย

ตลาดหุ้นโลก

อัตราแลกเปลี่ยน ธปท

อัตราแลกเปลี่ยน

The Japan Times

Asahi Shimbun English

Chinadaily

Xinhua News

Koreatimes

Korea Herald

Aljazeera

หนังสือพิมพ์ข่าว

ข่าวหุ้นออนไลน์

ข่าวหุ้น

World Economic Forum

world bank

UA-28221961-1