โรคอ้วน Obesity

Saturday, March 19, 2011
By admin
FacebookTwitterGoogle+LinkedInGoogle BookmarksGoogle GmailYahoo MailShare

โรคอ้วน Obesity

โรคอ้วน หมายถึงสภาวะของคนที่มีไขมันในร่างกายในสัดส่วนที่สูงเกินกว่าปกติ โดยที่วงการแพทย์หรือสาธารณะสุขได้ใช้ค่าดัชนีที่เรียกว่า “ดัขนีมวลกาย” หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า “body mass index” (BMI) เป็นค่าประเมินว่าคนๆหนึ่งมีน้ำหนักอยู่ในเกณฐ์ปกติ หรือว่ามีน้ำหนักเกิน หรือว่ามีโรคอ้วน โดยมีพื้นฐานการคำนวนที่ใช้ความสูงและน้ำหนักเป็นหลัก ได้ผลออกมาเป็นค่าที่จะบอกว่าคนๆหนึ่งเป็นโรคอ้วนหรือไม่ กล่าวโดยสรุปก็คือ ค่าดัชนีมวลกาย หรือ BMI คือตัวเลขที่เป็นอัตราส่วนระหว่างน้ำหนัก(หน่วยกิโลกรัม) ต่อ ส่วนสูง(หน่วยเป็นเมตร)ยกกำลังสอง

การคำนวนดัชนีมวลกาย

ค่าดัชนีมวลกาย หรือ BMI คือตัวเลขที่เป็นอัตราส่วนระหว่างน้ำหนัก(หน่วยกิโลกรัม) ต่อ ส่วนสูง(หน่วยเป็นเมตร)ยกกำลังสอง

                                                          น้ำหนัก (กิโลกรัม)

                           BMI ดัชนีมวลกาย =  —————————-

                                                            ส่วนสูง(เมตร)2

สำหรับการประเมินค่า BMI ในผู้ที่มีอายุมากกว่า 20 ปี สรุปดังนี้

                      <  18.5            =      ผอม

                     18.5-24.9          =      สมส่วน

                     25.0-29.9          =      น้ำหนักเกิน (over weight)

                      >  30               =      ภาวะอ้วน (obese)

สามารถเช็ครายละเอียดจากเว็บ

 http://www.nhlbisupport.com/bmi/

หรืออาจศึกษาจากตารางหลากหลาย ในเว็บไซท์ดังนี้

http://images.search.yahoo.com/search/images?_adv_prop=image&fr=yfp-t-701-s&va=body+mass+index+table+chart

http://en.wikipedia.org/wiki/Body_mass_index

คนอ้วนส่วนใหญ่จะมีไขมันหน้าท้องมาก ถ้ามากเกินไปทำให้มีลักษณะลงพุง อย่างไรก็ตามถ้ามองจากรูปลักษณ์ภายนอกอาจมีลักษณะไขมันสะสมรอบๆเอวแต่ยังไม่ลงพุงก็ได้ ดังนั้นคนอ้วนทั้งลงพุงและไม่ลงพุงควรจะต้องดูแลสุขภาพของตนเองให้ดี จากการสำรวจสภาวะอนามัยของคนไทยที่มีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไปและมีดัชนีมวลกายเกินกว่า 25 กิโลกรัมต่อตารางเมตร พบว่าคนไทยมีปริมาณการเปลี่ยนแปลงความอ้วนในทางที่มากขึ้น โดยในปี 2534 คนไทยอ้วนมีจำนวนร้อยละ 20 ในปี 2540 มีอัตราเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 25 และเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 30 ในปี 2543 และในปี 2547 มีความอ้วนเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 34.6 ที่สำคัญพบว่าเด็กไทยในระดับประถมศึกษามีอัตราเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 12

ความเสี่ยงการเกิดโรค

ในวงการแพทย์ถ้าผลการทดสอบพบว่ามีน้ำหนักเกิน (over weight) คือสูงกว่า 25 ขึ้นไป หรือถ้าเกิน 30 จัดว่าเป็นโรคอ้วน ควรจะวางแผนลดน้ำหนักทันทีก่อนที่จะเกิดโรคใดๆกับตัวท่าน เพราะทางการแพทย์พบหลักฐานมากมายว่า คนที่เป็นโรคอ้วนจะมีความเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคต่างๆตามมาได้ เช่น โรคความดัน โรคหลอดเลือดตีบตัน โรคหัวใจ โรคเบาหวาน นอกจากนั้นยังมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอื่นๆอีกมากมาย ดูรายละเอียดเว็บของจุฬาฯ

 http://www.chulacancer.net/newpage/patient-question-obesity&cancer.html

โรคอ้วนมีสาเหตุหลักคือ ทานอาหารมากเกินกว่าที่ร่างกายต้องการและขาดการออกกำลังกาย ส่วนโรคอ้วนที่เกิดจากโรคหรือปัญหาสุขภาพนั้นมีไม่มากนัก เช่นเพราะโรคต่อมไร้ท่อบางชนิด อ้วนจากกรรมพันธ์ แต่โรคอ้วนอาจเกิดจากสภาวะแวดล้อมทางสังคมก็ได้ เช่น การเลี้ยงจากการติดต่อทางธุรกิจ เลี้ยงจากการสังสรร หรือเกิดจากฐานะร่ำรวยต้องกินอาหารดีๆแพงจากภัตราคารหรูๆ ทำให้ไม่พิถีพิถันในเรื่องคุณภาพเชิงโภชนาการของอาหาร หรือเกิดจากวิถีชีวิต ทำงานหนักเลยไม่ได้ออกกำลังกาย ทานดึกแล้วเข้านอนโดยไม่รอให้อาหารย่อยเสียก่อน เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นความเสี่ยงทืทำให้เกิดโรคอ้วนได้

ได้มีการศึกษาในต่างประเทศว่า ปกติแล้วการใช้พลังงานต่อวันโดยเฉลี่ยของตนเราประมาณ 1,500-3,000 แคลอรี่ ขึ้นอยู่กับเพศและกิจกรรมประจำวันตามตาราง ถ้าทานมากเกินไปจะทำให้เกิดโรคอ้วน ถ้าทานน้อยเกินไปก็จะทำให้เกิดโรคขาดอาหาร ดังนั้นักโภชนาการจึงแนะนำให้ทานอาหารแต่ละวันให้ครบ 5 หมู่

พลังงานที่ใช้( ต่อวัน )

เพศ, บุคคล ปริมาณพลังงานที่ใช้ ( ต่อวัน )
ชายทั่วไป 1,800-2,000 แคลอรี่
ชายทำงานหนัก ,นักกีฬา 2,500-3,000 แคลอรี่
  หญิงทั่วไป 1,500-2,500 แคลอรี่
หญิงทำงานหนัก ,นักกีฬา 2,000-2,500 แคลอรี่

 

ปัจจุบันสังคมไทยได้ตระหนักถึงความอ้วนเป็นบ่อเกิดของโรคต่างๆแล้ว ที่สำคัญมีส่วนอย่างมากในการเสริมบุคคลิก  แต่อัตราความอ้วนยังมีอัตราเพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง อาจเป็นเพราะทนต่อความยั่วยวนของความอยากลิ้มรสไม่ได้ หรืออาจเป็นเพราะไม่มีความรู้เพียงพอว่าอาหารประเภทใดมีจำนวนแคลอรี่มากน้อยเพียงใด ทำให้ไม่สามารถประเมินได้ว่าควรจะเลือกอาหารเพื่อช่วยดูแลสุขภาพอย่างไร

จากฐานข้อมูลของสถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดลได้รายงานปริมาณของจำนวนแคลอรี่ที่ได้จากอาหารที่คนไทยนิยมทานเป็นประจำไว้ในตารางข้างล่าง ถ้าต้องการควบคุมความอ้วนด้วยเหตุผลใดๆก็ตาม ควรศึกษาข้อมูลจากตารางแล้วพิถีพิถันกับการเลือกอาหารประจำวัน ก็จะสามารถควบคุมน้ำหนักได้ตามที่ต้องการ และทำให้เกิดการประหยัดไม่ต้องเสียเงินไปตามสถานลดความอ้วนหรือไปหาหมอเพื่รักษาโรคที่ติดตามมาจากโรคอ้วนอย่างมากมาย

ตัวอย่างอาหารและพลังงาน
รายการอาหาร ปริมาณ พลังงานกิโล
แคลอรี่
โจ๊กหมู 1 ชาม 236
ข้าว+แกงกะหรี่ 1 จาน 476
ข้าว+แกงเนื้อ 1 จาน 476
ข้าวหมกไก่ 1 จาน 685
ข้าวหน้าเป็ดย่าง 1 จาน 423
ข้าวผัดหมูใส่ไข่ 1 จาน 557
ข้าวมันไก่ 1 จาน 596
ข้าวคลุกกะปิ 1 จาน 610
แกงเขียวหวาน 1 จาน 483
ขนมจีนน้ำยา 1 จาน 497
ก๋วยเตี๋ยวราดหน้า 1 จาน 397
ก๋วยเตี๋ยวผัดขี้เมา 1 จาน 577
ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ผัดซีอิ๊วใส่ไข่ 1 จาน 679
ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กแห้งหมู 1 จาน 530
ก๋วยเตี๋ยวน้ำเป็ด 1 ชาม 332
ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่เย็นตาโฟน้ำ 1 ชาม 352
เส้นหมี่ลูกชิ้นเนื้อวัว 1 ชาม 226
ขนมผักกาดใส่ไข่ 1 จาน 582
ขนมหอยแมลงภู่ทอดใส่ไข่ 1 จาน 428

 

ขนม
รายการอาหาร ปริมาณ พลังงานกิโลแคลอรี่
ซ่าหริ่ม 1 ถ้วย 237
วุ้นกะทิ 1 อัน 100
ขนมชั้น 1 อัน 276
บัวลอยเผือก 1 ถ้วย 230
ทองหยิบ 1 ดอก 63
เม็ดขนุน 1 เม็ด 30
ไอสครีมวานิลา 1/2 ถ้วย 100

 

อาหารว่าง
รายการอาหาร ปริมาณ พลังงานกิโลแคลอรี่
ปาท่องโก๋ 1 ตัว 88
ขนมครก 4 คู่ 229
ปอเปี๊ยะทอด 2 อัน 164
ทอดมันปลา 3 ชิ้น 111
ขนมกุยช่ายทอด 1 ชิ้น 114
มันฝรั่งแผ่นทอด 10 ชิ้นใหญ่ 105
ข้าวโพดแผ่นทอด 1 155
มันฝรั่งทอด 10 ชิ้น 160

 

อาหารอบ
รายการอาหาร ปริมาณ พลังงานกิโลแคลอรี่
เค้กกล้วยหอม 1 อัน 203
ขนมปังลูกเกด 1 อัน 71
แพนเค้ก 4 นิ้ว 1 อัน 60
ครัวซอง (41/2 x 11/4 1 อัน 235
โดนัทธรรมดา 1 อัน 198
โดนัทไส้แยม 1 อัน 289
ชีสเค้ก 1/12 เค้กขนาด 9 นิ้ว 1 ชิ้น 280
เค้กผลไม้ 1 ชิ้น 165
เค้กไม่มีหน้า 1 ชิ้น 120
เค้กมีหน้า 2 ชั้น (1/16 อัน) 1 ชิ้น 235
คุกกี้ชอกโกแลตชิพ 21/2 4 อัน 180
คุกกี้เนย 7 กรัม/ชิ้น 7 อัน 233
เดนนิชเพสตรีไส้ผลไม้ 1 ชิ้น 263
พิซซ่า 1/8 อัน 15 นิ้ว 1 ชิ้น 290
คุกกี้ข้าวโอต 2 ชิ้น 205

แหล่งที่มา : – สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล
- Krause\’s Food. Nutrition and Diet Therapy

 http://adia.exteen.com/20070512/entry

 

อ้างอิง:

นอกจากเว็บไซท์ที่อ้างอิงถึงที่มาของเนื้อหาในแต่ละขั้นตอนแล้ว ต้องขอขอบคุณน.พ. ฆนัท ครุตกุล คณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามาที่มอบเอกสาร “พิชิตอ้วน พิชิตพุง” ซึ่งจัดพิมพ์โดยเครือข่ายคนไร้พุง ซึ่งได้นำมาใช้เป็นเอกสารอ้างอิงสำหรับข้อเขียนข้างต้นด้วย

Leave a Reply

พระแก้วมรกตจำลองเครื่องทรงฤดูร้อนจากนิลดำ

พระบรมมหาราชวัง เป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สำคัญ

พระที่นั่งไอย์ศูรย์ทิพยอาสน์ พระราชวังบางปะอิน

หุ่นกระบอกงานหัตถกรรมช่างฝีมือไทย

รถยนต์ประหยัดพลังงานไฮบริดระหว่างไฟฟ้า 100% และน้ำมัน

ไหมไทยกับแฟชั่น เอกลักษณ์เด่นของไทย

เรือไม้ประดิษฐ์

Metal Crafting

Gallery

dsc01366 photo-vr-resize-1000-handicraft-1 pr-600-400-king-3 pr-600-400-king-9

เรียนภาษาอังกฤษ

English Speaking Youtube

มูลนิธิสัมมาชีพ

ตลาดหุ้นไทย

ตลาดหุ้นโลก

อัตราแลกเปลี่ยน ธปท

อัตราแลกเปลี่ยน

The Japan Times

Asahi Shimbun English

Chinadaily

Xinhua News

Koreatimes

Korea Herald

Aljazeera

หนังสือพิมพ์ข่าว

ข่าวหุ้นออนไลน์

ข่าวหุ้น

RSS Bangkok Post

World Economic Forum

world bank

UA-28221961-1